|
 |
Devil-Dragon ยัยตัวป่วนกับก๊วนอันธพาล
ผู้แต่ง Swordman แห่ง Iris
ราคา 159 บาท
จำนวน 224 หน้า
ISBN 978-616-520-027-1
Download ตัวอย่างเนื้อเรื่อง
|
บทนำ
ณ โกดังคอนเทนเนอร์ร้างย่านชานเมืองของกรุงเทพมหานคร
แสงอาทิตย์ยามเย็นจับต้องตู้ใบใหญ่ที่วางเรียงรายระเกะระกะอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่านับร้อย แม้ดูน่ากลัวและวังเวงแต่เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งซึ่งมีราวสิบกว่าคนดังแว่วตามลมมาช่างให้ความรู้สึกที่ขัดกันเหลือเกิน ชายผิวคล้ำหน้าตามอมแมมไปด้วยหนวดเคราหยิบบุหรี่ขึ้นมาโดยมีผู้หญิงอีกคนหยิบไฟแช็คจุดให้
“ที่นี่มันเป็นสวรรค์ชั้นยอดจริง ๆ !!!” เขาพูดพลางดูดควันแห่งหายนะลงปอดก่อนปล่อยออกมาด้วยสีหน้าซึ่งเปี่ยมไปด้วยความสุข
“นั่นสินะ...ไม่รู้ไอ้พวกหน้าโง่ที่ไหนเคยใช้ที่นี่มาก่อน มีทั้งที่หลับที่นอนช่างเหมาะเป็นแหล่งซ่องสุมของพวกเราชะมัด” ผู้ชายผิวขาวอีกคนที่กำลังดื่มเบียร์กระป๋องเอ่ยต่อ
ในตอนนั้นเองพวกเขาก็เห็นฝุ่นทรายฟุ้งตลบเข้ามาแต่ไกล พร้อมด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนชายผิวคล้ำค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนมองสังเกตการณ์
“ใครมันกล้าบุกเข้ามาในที่ของพวกเราวะ !!!”
“อาจเป็นพวกเพื่อน ๆ มาสมทบหรือเปล่า ?”
“ไอ้บ้า...แหกตานับดูบ้างว่าพวกเรามีกันกี่คน ที่นั่งหัวโด่อยู่นี่ไม่ครบเหรอ !” เขาตวาดเพื่อนชายที่กำลังเมาได้ที่พลางหันหน้ากลับไปมองมอเตอร์ไซค์สีดำสลับขาวสองคันเข้ามาจอดเยื้องไม่ห่างมากนัก
ผู้ขี่ค่อย ๆ ถอดหมวกกันน็อกออกปรากฏโฉมหน้าอันหล่อเหลาของทั้งคู่ คนหนึ่งนัยน์ตาเฉี่ยวเรียวยาวรับกับจมูกโด่งและริมฝีปากที่เหยียดยิ้มราวกับซาตาน ในขณะที่อีกคนนัยน์ตากลมโต จมูกโด่ง และยิ้มบาง ๆ ราวกับเทพบุตร
“กรี๊ดดด...หล่อชะมัด !!!” เสียงสาว ๆ วัยรุ่นในกลุ่มนั้นกรี๊ดกร๊าดจนผู้ชายที่นั่งข้าง ๆ ต้องจับพวกเธอปิดปากเอาไว้
“พวกแกเป็นใครวะ กล้าเข้ามาในถิ่นพวกฉันได้ไง !!!” ชายผิวแทนตะโกนถามเสียงดัง
“พวกฉันควรถามมากกว่านะ ว่าพวกแกเข้ามาในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไง !” ชายในคราบซาตานเอ่ยพลางเหยียดริมฝีปากเป็นเส้นตรง
“ศักดิ์สิทธิ์อะไร...บ้าเปล่าวะ !” ชายอีกคนที่ดื่มเบียร์ลุกขึ้นมาหัวเราะเบา ๆ
“พวกแกคงไม่รู้สินะ...ว่าที่นี่เคยเป็นแหล่งชุมนุมของแก๊งอันธพาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แก๊งD@rK-DeviL & Evil-Dragon” เทพบุตรอีกคนไขข้อข้องใจ แต่ดูเหมือนพวกนั้นจะทำหน้าเหรอหราเพราะเกิดไม่ทัน
“ไร้สาระ ใครจะอยู่มาก่อนก็ช่าง แต่ตอนนี้พวกฉันใหญ่ที่สุดและคุมที่นี่ พวกแกออกไปซะถ้าไม่อยากเจ็บตัว !!!”
ชายผิวแทนปาบุหรี่ลงพื้นพลางใช้เท้าขยี้เป็นเชิงข่มขู่ หากแต่ไม่ได้ทำให้สองผู้มาเยือนใหม่สะทกสะท้าน กลับยิ้มกริ่มราวกับรอคอยเวลานี้มานานแล้ว
“เตรียมพร้อมหรือยังเค ?” ซาตานหนุ่มเอ่ยถามเพื่อนสนิท
“พร้อมตลอดเวลาเจ !” เทพบุตรหนุ่มตอบรับพลางหักนิ้วดังกร็อบแกร๊บ
ชั่วพริบตาทั้งคู่ก็วิ่งตรงเข้าไปทางกลุ่มวัยรุ่นด้วยความเร็วจนหลายคนไม่ทันตั้งตัว ปลายเท้าของเจกวาดเตะลำตัวชายสองคนที่ยืนอยู่พร้อมกันจนพวกมันล้มระเนระนาดก่อนรุดเข้าไปซัดหมัดใบหน้าชายผู้โชคร้ายสองคนนั้นจนเลือดกบปาก ผู้หญิงหลายคนแตกฮือไปคนละทิศละทางเหลือผู้ชายยังยืนหยัดอยู่
“ขอโทษนะครับ” เคยิ้มหวานเอ่ยบอกชายที่เหลือ
พลัวะ !!!
หมัดหนักซัดเข้าใส่ใบหน้าชายคนหนึ่งจนสลบกลางอากาศ พลางหมุนตัวกวาดเท้าเตะขาชายอีกคนที่เข้ามาด้านหลังจนมันล้มลงไป แล้วพลิกตัวคร่อมทับจับศีรษะผู้เคราะห์ร้ายนั้นโขกพื้นจนแน่นิ่ง การตะลุมบอนเกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ปรากฏผลแพ้ชนะเมื่อกลุ่มวัยรุ่นชายนอนสะบักสะบอมบนพื้นเพราะไม่อาจต่อกรกับผู้มาเยือนสองคนได้
“พะ...พวกแกเป็นใครกัน ?” ชายคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา นัยน์ตาพร่าเลือนเพราะโดนต่อยเข้าเต็ม ๆ จนช้ำเลือด
ซาตานหนุ่มยังไม่ตอบอะไรในทันทีพลางเดินเข้ามาเหยียบหลังชายคนนั้นเอาไว้
“อ้ากก !!!”
“จำใส่หัวพวกแกเอาไว้ พวกเราสองคนคือหัวหน้าแก๊งค์อันธพาล DeviL-DragoN ถ้าไม่อยากตายก็จงสวามิภักดิ์แต่โดยดี !!!”
นัยน์ตาเฉี่ยวคมเข้มเหลือบมองเพื่อนชายที่ยืนกอดอกดูผลงานบนพื้นอย่างภาคภูมิใจ ก่อนทั้งคู่จะพูดพร้อมกันว่า...
“ได้เวลากลับมาทวงอำนาจคืนแล้ว...เกมสตาร์ท !!!”
ตอนที่ 1
ผู้หญิงที่น่าเบื่อ
“อย่าทำฉันเลย...ยอมแพ้แล้ว ๆ !” ชายหน้าตี๋ผิวขาวร้องโวยวายเมื่อโดน เจ จับทุ่มลงไปนอนจุกกับพื้น สองมือโบกไหวไปมาในอากาศเพื่อปรามไม่ให้เขาเข้ามาซ้ำ
“อะไรวะ ยังไม่ถึงครึ่งนาทีแกก็ยอมแพ้แล้วเหรอ ไม่สนุกเลยพับผ่าสิ !” ซาตานหนุ่มสบถอย่างหงุดหงิดใจ
ยังใช้แรงไม่ถึงเศษหนึ่งส่วนร้อยเลยด้วยซ้ำ !
“เออ ไอ้บ้าพลัง ฉันไม่ได้กระดูกเหล็กเหมือนท่านหัวหน้าแก๊ง DeviL-DragoN นี่ !” ล็อตเต้ เพื่อนร่วมห้องคนสนิทแขวะเจที่ยักไหล่อย่างไม่สนใจ
“เฮอะ ฉันไปสู้กับเคดีกว่า” พูดจบเขาก็เดินไปหาเพื่อนชายซึ่งกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมสาว ๆ มากหน้าหลายตา “เค มาสู้กัน” เจพูดพร้อมกระโดดเข้ามากลางวงล้อม จนสาว ๆ หลายคนสะดุ้งตกใจ
“ได้สิ” เจ้าตัวตอบรับ หากแต่พวกผู้หญิงกลับดึงรั้งเอาไว้
“เคอยู่คุยกับพวกเราก่อนเถอะ”
“นั่นสิ ไม่เห็นต้องไปบ้าจี้สู้กับเจเลย เกิดหน้าหล่อ ๆ เป็นแผลขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ” คำพูดของพวกเธอทำเอาซาตานหนุ่มขมวดคิ้วพันกันยุ่ง
“นี่...คุณผู้หญิงขอรับ พวกกระผมแค่สู้กันเล่น ๆ ไม่ได้ไปทำศึกสงครามสักหน่อย”
สาว ๆ หัวเราะครืน ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งดูเปรี้ยวกว่าทุกคนลุกขึ้นยืนพลางเอานิ้วชี้จิ้มบนแผ่นอกกว้าง ๆ ของเจอย่างยั่วยวน (กวนประสาท)
“แหม...ก็เหมือนกันล่ะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าเจเถื่อนจะตาย !”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเองก็อยากออกแรงสักหน่อย” เคตัดบทพลางดึงมือเจออกไปราวกับต้องการยุติไม่ให้เพื่อนชายคนสนิทถกเถียงกับผู้หญิงอย่างสุภาพบุรุษ หากแต่ความจริงเขารำคาญพวกหล่อนจนแทบกระอักเลือดตายอยู่แล้ว !
ทั้งคู่เตรียมพร้อมอยู่บนเบาะที่ใช้ซ้อมยูโดเพราะสาว ๆ ขอร้องเพื่อกันอุบัติเหตุซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ หลายคนทั้งชายและหญิงต่างจับจ้องคู่นี้เพราะรู้ดีว่ากินกันไม่ลง ต่างคนต่างเก่งกาจในเรื่องการต่อสู้จึงได้ตำแหน่งหัวหน้าแก๊งทั้งสองคน
“เริ่ม !”
ทันทีที่ล็อตเต้ซึ่งอาสาเป็นกรรมการเอ่ยเสียงดัง เจก็พุ่งตัวเข้าซัดหมัดใส่เคทันทีท่ามกลางเสียงวี้ดว้ายของสาว ๆ
หมับ !!!
เคตั้งรับทันท่วงทีพลางกำข้อมือของเพื่อนชายไว้แน่น เจเลยใช้มืออีกข้างซัดหมัดซ้ำแต่ไม่ได้ทำให้เทพบุตรหนุ่มเป็นอะไรเพราะตั้งรับไว้ด้วยการกำข้อมือของเจทั้งสองข้างพร้อมเหยียดยิ้ม
“นายจะล้มฉันยังไงเจ อยากเห็นสาว ๆ พวกนั้นกระทืบนายใจแทบขาด !” น้ำเสียงยั่วยุแบบที่ไม่มีใครเคยได้ยินนอกเสียจากเพื่อนสนิทอย่างเจ
“แบบนี้ไงไอ้เพื่อนรัก !”
เจหมุนตัวอย่างรวดเร็วพลางดันร่างเคลงไปกระแทกกับพื้นเบาะเสียงดัง
ตึงงง !!!
แน่นอนว่าสาว ๆ ส่งเสียงวี้ดว้าย ถ้าไม่กลัวลูกหลงพวกเธอคงแห่กันเข้ามาแยกเคออกไปแล้วเป็นแน่ แต่ทว่า...เทพบุตรหนุ่มไม่ยอมแพ้ยกเท้าเตะพร้อมพลิกตัวกลับจนเจกระเด็น ก่อนปรี่เข้าไปหมายคร่อมทับเพื่อนรักให้หมดหนทางต่อสู้แต่ซาตานหนุ่มไวพอกวาดเท้าเตะขาเคจนล้มแล้วปรี่จะเข้าซ้ำ
กริ๊งงงงงงงงง...
เสียงออดหมดคาบพักเที่ยงดังขึ้นเสียก่อน ทำให้ทั้งคู่หยุดชะงักก่อนแยกจากกันเพื่อรีบไปเข้าห้องเรียน นั่นคือ...เกรด 12 ห้อง 1 แห่ง โรงเรียนนานาชาติเซเลพาเทีย โรงเรียนเอกชนสุดหรูของกรุงเทพมหานคร
“คงไปเล่นต่อยตีกันอีกแล้วสิท่าเสื้อผ้าถึงได้ยับยู่ยี่แบบนั้น เฮ้อ...ฉันล่ะกลุ้มใจกับพวกเธอจริง ๆ เป็นประธานนักเรียนกับรองประธานนักเรียนเสียเปล่า” อาจารย์กานต์รวีที่สอนวิชาคณิตศาสตร์ถอนหายใจเมื่อเห็นสองหนุ่มเดินเข้ามาให้ห้องเรียนด้วยสภาพไม่เรียบร้อยสักเท่าไร
เจดูเหมือนไม่สนใจที่จะวุ่นวายกับชุดตัวเองพลางรีบไปนั่งยังโต๊ะประจำ หากแต่เคกลับตรวจเช็กความเรียบร้อยของเสื้อสูทนักเรียนสีเทาให้เข้าที่เข้าทางแล้วจัดเนคไทสีดำให้เรียบร้อยก่อนตรงไปนั่งข้างเพื่อนชายคนสนิท
พวกเขาสองคนเป็นเพื่อนสนิทที่เรียกว่ารู้จักกันดีมาตั้งแต่เกิดก็ว่าได้ มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องซึ่งแม่ของเจเป็นน้องสาวพ่อของเค ทว่า...พ่อของเคเป็นอริกับพ่อของเจ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะมีปัญหาอะไรกันเพราะสองครอบครัวกลับสมานฉันท์กันได้ด้วยความรักนั่นเอง
เจเกิดก่อนเคเพียงไม่กี่เดือนทำให้ทั้งคู่คลุกคลีเพราะถูกเลี้ยงดูมาด้วยกัน เนื่องจากสองครอบครัวสร้างบ้านติดกันเป็นครอบครัวใหญ่ทำให้ลูกพี่ลูกน้องคู่นี้สนิทสนมจนเหมือนพี่น้องและเพื่อนสนิทก็ไม่ปาน
“ออดไม่น่าดังก่อนเลย ไม่งั้นฉันอาจล้มนายได้” เจพูดอย่างเสียดายทำให้เคหัวเราะเบา ๆ ขณะเตรียมตัวกลับบ้าน
“นายนี่มันบ้าพลังจริง ๆ หัดทำตัวเป็นหนุ่มมาดขรึมแบบฉันบ้างสิสาว ๆ จะได้หันมาสวามิภักดิ์” เคพูดพลางสวมหมวกกันน็อกก่อนขึ้นไปนั่งบนมอเตอร์ไซค์ของตนเอง
“เฮอะ ไม่เอาหรอก นายก็รู้ว่าฉันรำคาญผู้หญิง อ๊ะ ไว้เจอกันที่บ้านนะ”
เมื่อสวมหมวกกันน็อกเสร็จเจก็ขี่รถออกไปจากตรงนั้นทันที
“ฉันก็รำคาญไม่ต่างจากนายหรอก !” เคพึมพำเบา ๆ ในหมวกกันน็อคพลางขี่มอเตอร์ไซค์ตามเพื่อนชายไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งคู่พากันแข่งซิ่งบนท้องถนนอย่างไม่กลัวอันตรายซ้ำยังไม่สนใจตำรวจที่คอยดักจับด้วยการเลี้ยวลัดเลาะตรอกซอกซอยอย่างสำราญใจไปจนถึงบ้าน
“สนุกเป็นบ้า...นายเห็นหน้าลุงจ่าที่สี่แยกหรือเปล่า อย่างเหวอเลย...ฮ่า ๆ ๆ” เจหัวเราะร่วนอย่างเบิกบานใจที่ได้แกล้งตำรวจแก่ ๆ คนหนึ่งที่คอยดูแลความเรียบร้อยตรงสี่แยกไฟแดง
“ขำไปเถอะ...ถ้าเขาเอาเรื่องไปฟ้องลุงเฟย์ นายจะขำไม่ออก” เคตอบพร้อมรอยยิ้ม เพราะลุงเฟย์เป็นพี่ชายของแม่เขาที่มีศักดิ์เป็นถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจ แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะท้าทายอำนาจกฎหมายเพราะนอกจากแข่งมอเตอร์ไซค์และแอบวิวาทก็ไม่เคยสร้างเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงอะไรเลย
“กลับมาแล้วเหรอลูก” เสียงหญิงสูงวัยคนหนึ่งเอ่ยดังขึ้นเมื่อเห็นลูกชายกลับมาถึงบ้าน เจไม่รอช้าเข้าไปกอดผู้เป็นมารดาไว้อย่างประจบประแจงเหมือนเด็ก ๆ ก่อนโดนผู้อาวุโสอีกคนลากคอแยกออกมา
“น้อย ๆ หน่อยไอ้ตัวแสบ...นั่นเมียตู”
“โห นั่นก็แม่ผมนะคุณพ่อ อ่ะ ๆ เดี๋ยวน้อยหน้า ป๊ะป๊า...ไอเลิฟยู ขอตังด้วย”
เจทำท่าจะกระโดดกอดแต่โดนผู้เป็นพ่อกระโดดเตะยันออกไปทำให้เคหัวเราะเบา ๆ กับครอบครัวอลเวง
“เจ...เดี๋ยวฉันเข้าบ้านก่อนนะ คุณพ่อจี คุณแม่ครีม สวัสดีครับ”
ผู้ใหญ่ทั้งสองคนยกมือรับไหว้หลานชายที่เอ็นดูเหมือนลูกแท้ ๆ ซึ่งเดินแยกเข้าบ้านตัวเองไป สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มของเคแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยทันทีเมื่อย่างเท้าก้าวเข้าบ้าน
“กลับมาแล้วเหรอลูก... อ๊ะ ทำไมสูทยับแบบนั้นล่ะ คงไม่ได้ไปต่อยตีกับใครอีกใช่มั้ย ?” ผู้เป็นแม่ซักไซ้ทันทีนั่นทำให้เคถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายพลางตอบกลับไป
“เปล่าครับ...แค่เล่นกับเจ”
“งั้นก็แล้วไป อย่าให้แม่รู้นะว่าลูกไปต่อยตีวิวาทกับใครหรือคิดตั้งแก๊งอันธพาล !”
“ครับ” เคตอบรับอย่างไม่สนใจอะไรมากมายพลางสะพายกระเป๋าเข้าห้องนอนของตัวเอง
เขาเบื่อ...เบื่อเหลือเกิน...เบื่อกฎเกณฑ์ของบ้านที่มารดาตั้งไว้อย่างเข้มงวด ห้ามทะเลาะเบาะแว้งต่อยตีมีเรื่องกับใคร ห้ามไปยุ่งเกี่ยวหรือตั้งแก๊งอันธพาลอย่างเด็ดขาด ทั้งที่สมัยก่อนแม่เขาไม่เคยเข้มงวดกวดขันอะไรขนาดนี้แท้ ๆ อย่างมากแค่ตักเตือนนิด ๆ หน่อย ๆ เหมือนกับแม่ของเจ ถ้าไม่ใช่เพราะ...พ่อของเขาตายไปเมื่อห้าปีก่อน
...ชีวิตคงดีกว่านี้...
เช้าวันเสาร์เป็นช่วงเวลาที่ใครหลายคนชื่นชอบไม่เว้นแม้แต่เคซึ่งเกลือกกลิ้งไปมาบนเตียงพลางกอดหมอนข้างอย่างสบายใจ ถ้าไม่ติดว่าผู้เป็นมารดาเรียกขัดเสียก่อน
“เคตื่นหรือยังลูก...เจมาหาน่ะ !”
“เดี๋ยวผมตื่นแล้วจะไปหาเอง ตอนนี้ให้เจกลับไปก่อนได้มั้ยครับ ?” เทพบุตรหนุ่มตะโกนบอก หากแต่เสียงตอบรับกลับต่างไปจากเดิม
“ไม่ได้เว้ย ลุกเดี๋ยวนี้เลย !!!” เจโวยวายพลางฉุดข้อมือเพื่อนสนิทให้ลุกจากเตียง เจ้าของห้องไม่ยอมแพ้ยื้อยุดฉุดกระชากกลับมาจนเจแทบถลาลงไปนอนทับตามแรงง่วงของเค
“นี่มันวันเสาร์นะ...นายจะรีบไปไหน ?” เขาถามพลางหลับตากอดหมอนข้าง
“วันนี้มีแข่งรถตอนเที่ยงนะ ลืมไปแล้วหรือไง ?”
ทันทีที่ได้ยินดังนั้น ผู้ที่กำลังหลุดเข้าสู่ห้วงนิทราก็ตาสว่างพลางลุกขึ้นนั่ง
“บอกคุณแม่หรือยัง ?” ดูเหมือนเคจะห่วงเรื่องนี้ที่สุด แน่นอนว่าคนเป็นเพื่อนสนิทอย่างเจมีหรือจะไม่รู้
“บอกคุณแม่เฟิร์นให้แล้วว่า...นายจะไปเที่ยวห้างฯ กับฉัน รับรองว่าเรื่องแข่งรถไม่มีหลุด” ซาตานหนุ่มตอบเคที่พยักหน้าน้อย ๆ อย่างวางใจพลางลุกจากเตียงนอนทันทีเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว
แข่งรถทั้งที จะพลาดได้ไง !
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มไปทั่วหน้าทางเข้าโกดังคอนเทนเนอร์ร้างที่บัดนี้ไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว เพราะมันกลายเป็นแหล่งชุมนุมของกลุ่มคนที่นิยมชมชอบแก๊งเก่าอย่าง D@rK-DeviL และ Evil-Dragon จนมาสวามิภักดิ์ DeviL-DragoN ซึ่งมีหัวหน้าแก๊งเป็นถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของอดีตสองหัวหน้า
“เจมาแล้ว กรี๊ดดดด !!!”
“เคน่ารักที่สุดเลย !!!” เหล่าสก๊อยเกิร์ลวี้ดว้ายเสียงดังให้กับสองหนุ่มที่เพิ่งขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงท่ามกลางเสียงเฮของผู้ชายนับร้อย
“ไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะ” ล็อตเต้ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊งบ่นอุบ
“ก็ไอ้เคน่ะสิไม่รู้จะห่วงหล่อไปไหน กว่าจะอาบน้ำ ไดร์ผม เซตผม แต่งตัว อะไรไม่รู้ห่าเหวเต็มไปหมด” เจหันไปแขวะเพื่อนชายคนสนิททันที
“แหม...นายก็หัดแต่งตัวหรือทำผมเผ้าให้มันเป็นผู้เป็นคนหน่อยสิ จะได้แบ่งสาว ๆ จากฉันไปบ้าง !” เคหัวเราะเบา ๆ พลางขยี้ผมทรงรังนกของเจอย่างอารมณ์ดีและหมายความอย่างที่พูดจริง ๆ เพราะเบื่อผู้หญิงรายล้อมเอามาก ๆ แต่ติดที่ต้องสร้างภาพลักษณ์เนื่องจากผู้เป็นมารดาไม่อยากให้เขาทำตัวเหมือนกุ๊ยอันธพาลข้างถนนเลยกลายเป็นคุณชายเทพบุตรสุดหล่อเนี้ยบทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ
ต่างจากเจที่สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้ อยากแต่งตัวหรือพูดจาโหวกเหวกก็ไม่มีใครว่า จะมีแต่เรื่องแก๊งอันธพาลที่เพิ่งก่อตั้งได้ครึ่งปีนั่นล่ะซึ่งต้องปิดบังเอาไว้ไม่ให้คนในครอบครัวรู้ ถึงอย่างนั้นเคก็แอบคิดว่าคุณพ่อจีคงรู้อยู่ดีตามสัญชาติญาณหัวหน้าแก๊งเก่า
“วันนี้แก๊งไหนจะมาแข่งด้วยน่ะ ?” เจถามล็อตเต้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“แก๊งแมงมุมลาย”
ซาตานหนุ่มหันไปตามทิศที่ล็อตเต้ชี้ก็พบกับอีกกลุ่มซึ่งมีราวยี่สิบกว่าคน แม้จำนวนน้อยกว่าแต่พวกนั้นหาได้สะทกสะท้านซ้ำยังยืดอกเหมือนอยากอวดความสามารถซะเต็มประดา
“จุดอ่อนล่ะครับ ?” คราวนี้เคเป็นคนถามเสียเอง เพราะเขาละเอียดรอบคอบกว่าเจที่มุทะลุ ทำให้ล็อตเต้รีบเปิดสมุดบันทึกประวัติแก๊งต่าง ๆ ในมือรายงานหัวหน้าของตน
“จุดอ่อนไม่มี แต่จุดเด่นคงเป็นเรื่องชอบโกงไม่ซ้ำแบบ”
“เจ...วันนี้ฉันจะลงแข่งเอง” เคอาสา
“อะไรว้า...แบบนี้ฉันก็ไม่ได้ออกแรงและออกโรงน่ะสิ” เจโวยวายทันที
“นายตามเกมพวกนี้ไม่ทันแน่ ๆ ถ้าอยากให้แก๊งเราชนะ...วันนี้ให้ฉันลุยเถอะ”
“ก็ได้”
เจยักไหล่อย่างจำยอม เพราะเป็นข้อตกลงที่วางไว้อยู่แล้วว่า...ถ้ามีการแข่งขันเขาจะรับผิดชอบการท้าประลองอย่างซึ่ง ๆ หน้า แต่ถ้ามีลับลมคมในเคจะจัดการเอง
“พวกมันอาจตุกติกหรือมีลูกเล่นอะไรแปลก ๆ” ล็อตเต้กระซิบข้างหูเคพลางเดินออกไป
“ระวังอย่าให้บาดเจ็บ ฉันจะขี่ตามหลังนายไป...เข้าใจมั้ย ?”
“อืม” เคตอบรับเพื่อนชายคนสนิทแล้วเตรียมแข่งขัน
ข้าง ๆ นั้นคือมอเตอร์ไซค์สี่สูบสีม่วงแปร๊ดของหัวหน้าแก๊งแมงมุมลาย ซึ่งเป็นชายหนุ่มโกรกผมสีขาวโพลน เจาะคิ้ว และปากโดยใส่ห่วงเงินเอาไว้
“ถ้าฉันชนะขอเงินใช้สักห้าหมื่นละกัน”
“ได้ครับ” เคตอบตกลงอย่างไม่คิดอะไรมาก
"แต่ถ้าแกชนะก็เอาแฟนฉันไปได้เลย” มันพูดพลางโบ้ยไปทางหญิงสาวท่าทางเปรี้ยวจี้ด ย้อมผมสีส้ม สวมเกาะอกสีดำกับกางเกงยีนขาสั้นคืบเดียวซึ่งกอดเอวซ้อนท้ายอยู่
“ไม่เป็นไรครับ !” เคปฏิเสธทันทีเมื่อเห็นข้อแลกเปลี่ยน แต่ดูเหมือนเธอคนนั้นจะยินยอมพร้อมใจโดยการยักคิ้วหลิ่วตาให้ทั้งที่ยังไม่เริ่มแข่งด้วยซ้ำ
“ออกสตาร์ทตั้งแต่ตรงนี้ แล้วไปเลี้ยวโค้งตรงโน้นก่อนวนกลับมาที่เดิม ใครมาถึงก่อนก็ชนะ ! เอาล่ะ เตรียมตัว...ไป !!!” ทันทีที่ล็อตเต้พูดจบเคก็บิดมอเตอร์ไซค์ออกไปทันที
เทพบุตรหนุ่มเร่งความเร็วเพื่อนำฝ่ายตรงข้ามที่ดูเหมือนต้องการเบียดเขาจนจำใจต้องลดจังหวะเพื่อออกห่างทำให้มันรีบเร่งเครื่องนำไปได้
เดี๋ยวจะแซงให้ดู ! เคคำรามในใจอย่างขุ่นเคือง
ทันทีที่ถึงทางโค้งเขาก็บิดเครื่องเพื่อตามประกบ ทว่า...สายตาเหลือบไปพบผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งข้ามถนนตัดหน้าพอดี
“บ้าเอ้ย !!!” เคสบถลั่นก่อนหักมอเตอร์ไซค์หลบไปอีกทาง
เอี้ยดดดดดดดดดดด !!!
เขาบังคับรถไม่ได้เมื่อมันถลาออกข้างทางพลางทำท่าเหมือนจะพุ่งเข้าชนต้นไม้ใหญ่ด้วยความเร็วสูง แต่เคมีสติมากพอที่จะกระโดดหนี
โครมมมม !!!
มอเตอร์ไซค์คันใหญ่พุ่งชนเข้ากับต้นไม้จนพังยับเยิน
“ไอ้เค !” เจร้องเรียกพลางจอดมอเตอร์ไซค์ทันทีเมื่อถึงที่เกิดเหตุ พลางปรี่เข้าไปช่วยเพื่อนชายที่พยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากคูน้ำมานอนแผ่หลาบนพื้นดิน
“เป็นยังไงบ้างวะ ?” เจถามด้วยความร้อนรนช่วยพยุงร่างเคให้ลุกขึ้นนั่ง
“ไม่เป็นไร” แม้จะบอกแบบนั้นแต่เจ้าตัวกลับรู้สึกเคล็ดขัดยอกพอสมควร ยังไม่ทันได้ดูว่าตัวเองเป็นอะไรบ้างเจก็ตรวจตราให้เสร็จสรรพแล้ว
“มีแผลถลอกนิดหน่อย แต่ไม่มีเลือดตกยางออก ไม่งั้นคุณแม่เฟิร์นเล่นงานฉันตายแน่ ๆ”
เคยิ้มเหยียดนิด ๆ อย่างนึกขำเพราะรู้ดีว่าเจก็กลัวความเคร่งครัดของผู้เป็นมารดาเขาไม่น้อยกว่ากัน
“ตกใจหมดเลยไอ้บ้าเอ้ย แข่งเป็นสิบ ๆ ครั้งไม่เห็นเคยเกิดอุบัติเหตุ” คำพูดของเพื่อนชายทำให้เคฉุกคิดขึ้นได้พลางหันไปมองหญิงสาวตัวต้นเหตุซึ่งยืนอยู่ริมฟุตบาท
“ยัยนั่น !!!” เคกัดฟันกรอดพลางขยับลุกขึ้นโดยมีเจประคองไว้ ก่อนจะรีบรุดเข้าไปหาเธอโดยเร็ว
“นี่ รู้มั้ยว่ามันอันตราย มัวแต่เอ๋อทะเล่อทะล่าแบบนี้ได้ยังไง !”
มาดเทพบุตรหายไปเพราะความโกรธ ทำเอาเจสะดุ้งนิด ๆ ไม่คิดว่าเคจะหลุดออกมาต่อหน้าคนอื่นทั้งที่ปกติมีเพียงเขาคนเดียวที่รู้ว่าเพื่อนชายนิสัยยังไง
“ขอโทษนะคะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ” เธอหันกลับมาด้วยใบหน้าเนียนใส นัยน์ตากลมโต ผมที่ดำยาวสลวยนั้นเข้ากับเสื้อผ้าเรียบร้อยแต่ดูเฉี่ยวมีสไตล์ ถ้าเป็นยามปกติคงต้องตาต้องใจชายหนุ่มหลายคน แต่ไม่ใช่เคที่เกลียดผู้หญิงเป็นทุนเดิมซ้ำยังโกรธจัด
เพราะยัยนี่...ทำให้เขาแพ้แก๊งแมงมุมลาย ถ้าเธอไม่โผล่มาเขาคงชนะไปแล้ว อ๊ะ หรือว่า...
“เธอเป็นพวกมันใช่มั้ย ยัยนกต่อ !” เคบีบแขนหญิงสาวคนนั้นจนเธอตกใจ
“คุณพูดอะไรน่ะ ฉันไม่รู้เรื่องนะคะ”
“เฮ้ย เคใจเย็น ๆ มันอาจไม่ใช่อย่างที่นายคิดก็ได้” เจพยายามปราม
“ฉันไม่ได้เป็นนกต่ออะไรนั่นจริง ๆ นะคะ แค่ข้ามถนนมาซื้อน้ำเพราะที่เรียนพิเศษฝั่งโน้นมันไม่มีอะไรขายเท่านั้นเองค่ะ” เธอพยายามอธิบาย
“อย่ามาโกหก !!! คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ เพราะผู้หญิงอย่างเธอ...” เคระเบิดอย่างอัดอั้นแต่ต้องชะงักเมื่อเรื่องในอดีตมันหวนกลับมาจนเขาไม่อยากพูดถึง
“ใจเย็น ๆ มันเป็นแค่อุบัติเหตุเท่านั้นล่ะ นายไม่เป็นอะไร เธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว รีบกลับไปที่แก๊งเถอะถ้าหายไปนานไอ้พวกนั้นจะเอาเราไปพูดให้เสียหายได้นะ” คำพูดของเจดึงสติเคให้กลับมา เขาจำยอมไปซ้อนท้ายเพื่อนชายโดยละทิ้งมอเตอร์ไซค์คันเก่าอย่างไม่ไยดี ถึงกระนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหันมาจ้องมองผู้หญิงเจ้าปัญหาอย่างอาฆาตจนเธอสะดุ้ง
ฝากไว้ก่อนเถอะ...ยัยตัวแสบ !!!
ตอนที่ 2
สมาชิกแก๊งแมงมุมลาย
“โอ้ยยย เจ็บคร้าบบบ !” เสียงร้องของชายหนุ่มดังลั่นเมื่อผู้อาวุโสกดไม้สำลีชุบเบตาดีนลงบนบาดแผลถลอกที่มีเลือดออกซิบ ๆ อย่างแรง
“จะได้ฆ่าเชื้อโรคไง”
“จะฆ่าผมน่ะสิครับ คุณพ่อจี” เคบ่นอุบพลางรีบยกแขนขึ้นมาแล้วเป่าลมจากปากใส่เพื่อบรรเทาอาการ
“คราวหน้าก็อย่าไปเล่นอะไรแผลง ๆ ให้เจ็บเนื้อเจ็บตัวอีกสิ เดี๋ยวแม่เฟิร์นเป็นห่วงเอานะ” ชายสูงวัยเอ่ยบอกอย่างเป็นห่วงเป็นใย แม้ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ แต่ก็เป็นลูกชายของเพื่อนสนิท ซ้ำยังเป็นหลานชายของภรรยาตัวเองซึ่งเขาก็เลี้ยงดูมาแต่อ้อนแต่ออกจนรักเท่ากับลูกแท้ ๆ
“งั้นผมขอกลับบ้านก่อน ขอบคุณมากครับพ่อจี” เคยกมือไหว้ชายตรงหน้า พลางยักไหล่ให้เพื่อนชายที่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ ก่อนเดินออกไปจากห้อง ทำให้เจหมุนตัวทำท่าจะเดินตามแต่โดนเรียกไว้เสียก่อน
“ไอ้ตัวแสบมานี่ ๆ”
ซาตานหนุ่มแทบหยุดชะงักไว้ไม่ทัน พลางหันไปทำหน้าเหรอหราใส่พ่อตัวเอง
“ผมเหรอ ?”
“เออ ไม่ใช่แกแล้วจะใคร หน็อย...ฉันกลับจากรักษาคนไข้ที่โรงพยาบาลยังต้องมารักษาคนไข้ที่บ้านอีก !” คำพูดนั้นทำให้จีหัวเราะเบา ๆ
“แหม...แค่ทำงานนอกเวลานิดหน่อยไม่ทำให้คุณหมอศัลยกรรมชื่อดังแห่งโรงพยาบาลไซเรนเทรียขาดทุนหรอกครับ เอ่อ...แล้วมีอะไรเหรอครับ ?”
“เสียไปเท่าไรล่ะ ?” คำถามนั้นทำเอาเจสะดุ้ง พลางหลบสายตาพ่อตัวเองที่จ้องมองอย่างรู้ทัน
“สะ...เสียอะไรครับ ?”
“ค่าพนันแข่งรถไง”
เฮือกกก...เจแทบหยุดหายใจ
อะไรกัน !!! เขาอุตส่าห์ปิดเรื่องพวกนี้ไว้เป็นความลับ ทำไมคนในครอบครัวถึงรู้ได้ ?
“คุณพ่อรู้ ?”
“เออ...แกคิดว่าฉันเป็นใครแล้วแกเป็นใครล่ะ แค่มองแววตาท่าทางพวกแกฉันก็เห็นไปถึงไส้ติ่งแล้ว !”
“แต่ผมเพิ่งผ่าตัดไส้ติ่งทิ้งไปเมื่อปีก่อนนะครับ”
โป้กก !!!
มะเหงกน้อยคอยรักฟาดลงบนกลางศีรษะลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทันที โทษฐานกวนส้น...ไม่รู้เวล่ำเวลา
“อย่ามาเฉไฉ แกกับเคไปตั้งตนเป็นหัวหน้าแก๊ง DeviL-DragoN ทำไมฉันจะไม่รู้”
นั่นสินะ...พ่อเขากับพ่อเคก็เป็นหัวหน้าแก๊งรุ่นก่อน แม้รามือไปนานแล้วแต่ยังคงมีอำนาจและอิทธิพล ไม่แปลกที่จะมีใครมารายงานความเป็นไปให้ฟัง
“คุณพ่อจะบอกพวกคุณแม่มั้ย ?” เจถามอย่างหวั่นเกรงผู้เป็นมารดา แม่เขามักอ่อนหวานยามปกติแต่ถ้าโมโหขึ้นมาระเบิดปรมาณูยังยอมแพ้ แม่เฟิร์นยิ่งแล้วใหญ่ตั้งแต่พ่อคิวเสียไปก็ห่วงและหวงเคราวกับไข่ในหิน
“บอกทำไม (ก็พวกแกทำให้แก๊งพวกฉันฟื้นคืนชีพขึ้นมา < คิดในใจแต่ไม่อยากบอก หุหุ) ในเมื่อพวกแกโต ๆ กันแล้วก็น่าจะคิดและรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำได้ แต่อย่าให้มันเสี่ยงตายหรือท้าทายมากไปละกัน (เดี๋ยวข่มแก๊งเก่าพวกตูหมด) เดี๋ยวพวกแม่ ๆ เขาเป็นห่วง”
เจไม่ตอบอะไร แต่ซาบซึ้งและรับรู้ได้ว่าบุพการีเป็นห่วง ซ้ำยังเข้าใจเขามากเช่นเดียวกับที่เข้าใจเค ไม่แปลกที่เพื่อนชายจะรักและเทิดทูนพ่อเขา เช่นเดียวกับเขาที่รักและเทิดทูนพ่อเค
“เอานี่ไป !”
ซองกระดาษสีน้ำตาลถูกยื่นส่งให้เจที่ขมวดคิ้วพลางถามอย่างงุนงง
“อะไรครับ ?”
“เปิดดูสิ”
เขารีบเปิดซองสีน้ำตาลดูอย่างเร็ว ก็พบว่าเป็นธนบัตรจำนวนสามแสนบาท
“เอ๊ะ ?”
“ค่าพนันที่เสียกับค่ารถเค เอาไปซื้อใหม่ซะนะ”
“คุณพ่อรู้เหรอครับ ?”
“รู้สิ...ถามเหมือนฉันโง่เรื่องพวกนี้ เคซ้อนท้ายแกกลับบ้านทั้งที่ตัวเองก็มีรถ แถมแผลถลอกยาวแบบนั้นคงไม่ได้หกล้มเองนอกจากสีกับพื้นเพราะรถล้ม ตบตาหมอศัลยกรรมอย่างฉันไม่ได้ร้อกกก !!!”
“ไม่ใช่คุณพ่อเคยขี่รถล้มแพ้คุณพ่อคิวบ่อย ๆ เหรอครับถึงได้รู้ ฮ่า ๆ ๆ” คำพูดนั้นทำเอาผู้อาวุโสคิ้วขมวดมุ่นทันที
“เอาคืนมาเลย (เกลียดนักคนรู้ทัน)”
“ขอบคุณมากครับ !” เจรีบขอบคุณเปลี่ยนเรื่อง พลางตรงเข้าไปกอดพ่อตัวเองอย่างประจบประแจง
“ไม่เป็นไร...ร้อยละสามสิบ !”
จบกัน !!!
เมื่อเคกลับเข้าบ้านไปไม่ถึงสิบนาที แม่เฟิร์นก็รีบมาถามไถ่ที่บ้านเจว่าลูกชายของตนไปโดนอะไรมา ซึ่งประมุขของบ้านพรวิเศษอ้างว่าเคไปลื่นล้มตกบันไดทำให้มีแผลถลอกยาว แน่นอนว่าด้วยดีกรีของคุณหมอทำให้หล่อนเชื่อโดยง่ายไม่ซักไซ้ไล่เลียงอะไรอีก
“แผลนายใกล้หายแล้วนี่” เจเอ่ยทักเมื่อเห็นแผลบนแขนเพื่อนชายตกสะเก็ดบ้างแล้วขณะขี่มอเตอร์ไซค์ไปโรงเรียนในเช้าวันจันทร์
“อืม...แต่คุณพ่อจีนี่สุดยอดไปเลยนะ ขนาดพวกเราปิดบังแทบตายยังรู้เลยว่าแอบไปทำอะไรกันมา แถมยังให้เงินฉันซื้อมอเตอร์ไซค์ใหม่ด้วย” เคพูดพลางเหลือบมองหน้าปัดที่วาววับใหม่เอี่ยมอย่างปลื้มใจไม่น้อย
มอเตอร์ไซค์สี่สูบรุ่นเดิม สีเดิม ราคาเหยียบสองแสนกว่าบาท
“แน่นอน...ก็คุณพ่อพวกเราเป็นไอดอลนี่ ทั้งรวย ทั้งเก่ง แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก (แต่เก็บฉันร้อยละสามสิบว่ะ TT^TT)” เจตอบพลางเร่งเครื่องนำขึ้นไป แต่เคไม่ยอมแพ้
“เครื่องแรงแบบนี้แข่งกันหน่อย ใครถึงโรงเรียนก่อนชนะ !!!” เทพบุตรหนุ่มตะโกนแข่งกับลมพลางเลื่อนหน้ากากกระจกปิดลงมาพลางบิดเร่งนำขึ้นไป
“ได้เลย” เจพึมพำเบา ๆ พลางเร่งเครื่องตาม ในตอนนั้นเองเขาก็คิดขึ้นมาได้ว่าซอยข้าง ๆ สามารถลัดออกสู่ถนนใหญ่ซึ่งตัดผ่านหน้าโรงเรียนพอดี
อย่างน้อย...ก็ไม่ได้บอกว่าห้ามใช้ทางลัด ! เจหัวเราะในใจ หวังเห็นเพื่อนสนิททำสีหน้าตกตะลึงที่เขาไปถึงก่อน ทว่า...หลังจากที่เลี้ยวลัดเลาะจนถึงปากซอยเพื่อออกสู่ถนนใหญ่สายตาก็เหลือบไปพบใครบางคน และจะไม่ใส่ใจเลยสักนิดถ้าหญิงสาวที่ยืนอยู่กับผู้ชายคนนั้นไม่ทำให้เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา
เจพยายามเพ่งมองสักพักก็พบว่า เธอคือ...ผู้หญิงคนที่ทำให้เครถล้มนั่นเอง !!!
“นี่นายเลิกตอแยฉันสักทีได้มั้ยเนี่ย !” เธอร้องโวยวายพลางสะบัดมือให้หลุดจากชายผมสกินเฮดคนหนึ่งที่ประกบข้างตลอดเวลา
“ได้ไงล่ะ เธอสัญญาว่าจะไปพบลูกพี่ฉันไม่ใช่เหรอ ?” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจพลางเดินตามไปอย่างไม่ยอมลดละ รอยสักบนหัวไหล่ด้านซ้ายของชายคนนั้นทำให้เจอดสะดุดใจไม่ได้...นี่มันสัญลักษณ์แก๊งแมงมุมลาย !
“แล้วไงล่ะ...ฉันต้องไปโรงเรียนนี่ ลูกพี่นายไม่มีเรียนหรือไงถึงได้ว่างจัดแบบนี้ !”
เธอสะบัดหน้าเชิ่ดใส่ราวกับไม่เกรงกลัวอิทธิพลของแก๊งอันธพาลที่รองลงมาจาก DeviL-DragoN เลยแม้แต่น้อย
ยัยนี่เป็นพวกของแก๊งแมงมุมลายจริง ๆ ด้วย !
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงฉันก็จะพาเธอไปส่งลูกพี่ให้ได้ !” ชายคนนั้นโวยวายพลางดึงมือเธอไปยังรถเก๋งคันหนึ่งที่จอดเทียบฟุตบาท
“ปล่อยนะ !!!”
เธอสะบัดมือออกจนอีกฝ่ายต้องกระชากอย่างแรงจนร่างบางปลิวตาม นั่นทำให้เจหงุดหงิดใจแล้วร้องห้ามออกไปทันที
“เฮ้ย...แกน่ะ !”
แม้เธอจะเป็นพวกแก๊งคู่อริ แต่เขาไม่มีวันอยู่เฉยแน่ถ้าเห็นผู้หญิงโดนรังแกต่อหน้าต่อตาแบบนี้
“แกเป็นใครวะ อย่ามายุ่ง !” ชายคนนั้นตะโกนตอบกลับมา ทำให้เจขยับตัวลงจากมอเตอร์ไซค์หมายจะไปเอาเรื่องพลางถอดหมวกกันน็อกออก
“เจ DeviL-DragoN !!! ...ฝากไว้ก่อนเถอะ หลังเลิกเรียนฉันจะพาเธอไปพบลูกพี่ให้ได้ !” มันตะโกนก่อนปล่อยมือผู้หญิงคนนั้นแล้วตาลีตาเหลือกวิ่งขึ้นรถตัวเองขับออกไปทันที
อะไรวะ...ยังไม่ได้ออกแรงเลย ! เจสบถพึมพำในใจ พลางหันไปมองผู้หญิงคนนั้น
“นี่เธอน่ะ...” เขาเอ่ยเรียก
“เอ๊ะ ฉันเหรอ ?” เธอชี้ที่ตัวเองด้วยสีหน้าเหรอหรานิดหน่อย
“ก็เธอน่ะสิ เมื่อไรจะเลิกสร้างเรื่องวุ่นวายสักทีห๊ะ !” เขาต่อว่า นั่นทำให้หญิงสาวชักสีหน้าเล็กน้อย
“ฉันไปสร้างเรื่องอะไรให้นายตอนไหน !”
“อะไร จำวีรกรรมที่ตัวเองสร้างไว้เมื่อวันเสาร์ไม่ได้แล้วเหรอ เพราะเธอดันทะเล่อทะล่าข้ามถนนตอนเพื่อนฉันแข่งมอเตอร์ไซค์มันถึงต้องเจ็บตัวเพราะรถล้ม !”
หญิงสาวชักสีหน้างุนงงชั่วครู่ก่อนจะตบมือฉาดใหญ่เหมือนเพิ่งนึกออก
“อ๋อ...นายนั่นเอง !!!”
“จำได้แล้วสินะ”
“อืม...แล้วไงล่ะ ใครใช้ให้เพื่อนนายมาแข่งมอเตอร์ไซค์บนท้องถนน สมน้ำหน้า !!!”
เธอเชิดหน้าราวกับไม่สนใจว่าตัวเองก็มีส่วนผิดทำให้เจโมโหมาก
“เธอนี่มัน !!!”
เขาปรี่เข้าไปหาแต่ต้องชะงักยั้งเอาไว้เมื่อหญิงสาวทำหน้าตาลอยชายแล้วยั่วยิ้มแพรวพราว
“จะทำอะไรฉันล่ะ เมื่อสักครู่เพิ่งทำตัวเป็นเทพบุตรช่วยผู้หญิงอยู่เลย ฉันต้องขอบคุณจริง ๆ เพราะแค่ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นก็กลายเป็นซาตานจะลงไม้ลงมือกับผู้หญิงซะแล้ว เอาสิ...จะทำอะไรฉันล่ะ ตบหรือต่อย มา ๆ”
หล่อนยื่นหน้าเข้ามาหาเจอย่างไม่เกรงกลัวมันทำให้ชายหนุ่มกัดฟันกรอดเพราะต้องสะกดกลั้นอารมณ์โกรธจนถึงที่สุด...
“ฮึ้ยยยย...ช่างเถอะ !!!” เจหันหลังกลับอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง เขาคงผิดเองที่แส่ช่วยยัยนี่ถึงสองครั้งสองครา ทั้งช่วยพูดกับเคให้ใจเย็นไม่เอาเรื่องเมื่อวันเสาร์และเมื่อสักครู่นี้
ซาตานหนุ่มหยิบหมวกกันน็อกขึ้นมาสวมพลางนั่งลงคร่อมมอเตอร์ไซค์ แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ตรงเข้ามาซ้อนท้ายเขาหน้าตาเฉย
“เฮ้ย ! ทำอะไรของเธอน่ะ ?” เจโวยวายทันที
“เอ้า ก็นายต้องไปส่งฉันไง”
“ห๊ะ !!! ทำไมฉันต้องไปส่งเธอด้วยล่ะ บ้าหรือเปล่า ?” เขาถามกลับไป
“รถเมล์ออกไปแล้วเห็นมั้ย ถ้าขืนรอคันหน้าฉันต้องไปโรงเรียนสายแน่ ๆ” เธอพูดแล้วชี้รถโดยสารประจำทางสีแดงครีมที่วิ่งตุเลง ๆ อยู่ไกลลิบ
“ก็เรื่องของเธอสิ !” เจตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“อะไรกัน ไหน ๆ นายจะช่วยฉันทั้งทีก็ให้มันถึงที่สุดได้มั้ย ยังไงนายก็ต้องรับผิดชอบที่ทำให้ฉันเสียเวลาหรือว่าเมื่อสักครู่แค่ทำดีเอาหน้าล่ะ ก็ดี...ฉันจะได้ประกาศให้ทุกคนรับรู้ นี่ ๆ ๆ ทุกคน อีตานี่อ่ะนะ...”
หมับบบ !!!
เจเอามือปิดปากเธอทันทีเมื่อสายตาหลายคู่ของคนที่กำลังยืนอยู่ตรงป้ายรถหันมาเพ่งมองอย่างสนใจ
“เออ ๆ ก็ได้ ๆ อยู่โรงเรียนอะไรล่ะ ?” เขาถามกลับไปอย่างเซ็ง ๆ
เอาเถอะ...ถือว่าวันนี้เป็นวันซวย !
“โรงเรียนสตรีนารีวิทยา”
ทันทีที่หญิงสาวพูดจบเจก็บิดมอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างเร็ว เล่นเอาคนซ้อนท้ายแทบหงายหลังรีบคว้าเอวเขาไว้แน่น
“นี่นาย ขี่ให้มันดี ๆ หน่อยสิ !” เธอโวยวายเสียงดังไล่หลังแข่งกับลม
“ไปส่งให้ก็บุญแล้ว ถ้าเธอยังไม่หยุดพูดมากฉันจะสะบัดให้ตกลงไปตอนนี้เลย !” เขาเอ่ยเสียงเข้มเพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าไม่ได้ขู่
ให้ตายเถอะ ผู้หญิงบ้าอะไรหน้าทนจริง ๆ แบบนี้ไงถึงได้เกลียดชะมัด น่ารำคาญ !
เพียงไม่นานนักมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ก็ค่อย ๆ จอดเลียบหน้าโรงเรียนหญิงล้วนที่เต็มไปด้วยสาว ๆ มากมายซึ่งหันมามองอย่างสนใจ ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงรู้สึกเปรมปรีด์ที่ได้อยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ แต่สำหรับเจเขารู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางรังมดคันไฟมากกว่า
“รีบ ๆ ลงไปซะ !” เจสั่งหญิงสาวที่กระโดดลงจากเบาะหลัง
“ขอบใจนะ คุณซาตาน”
รอยยิ้มหวานที่เธอส่งให้ทำเอาเจชะงักนิดหน่อย รู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้จนต้องมองตามร่างเพรียวบางที่เดินไปร่วมกลุ่มเพื่อน ๆ
“จินนี่ นั่นใครน่ะ ?”
“ว้าย ผู้ชายคนนั้นเป็นใครน่ะจินนี่ ท่าทางเท่ชะมัด !”
เพื่อนสาวหลายคนแห่มาห้อมล้อมเธอเอาไว้ ทำให้เจได้สติรีบบิดมอเตอร์ไซค์ออกจากบริเวณนั้นทันที และกว่าเขาจะฝ่ารถติดรวมถึงไฟแดงหลายแยกไปได้ก็แทบทะเลาะกับตำรวจจราจรทั้งโรงพัก
“แปดโมงสิบนาที !” เจพึมพำเมื่อมองหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเรือนหรู
นับว่าเป็นการสายครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของซาตานหนุ่ม จึงไม่แปลกที่นักเรียนทั้งโรงเรียนซึ่งกำลังเข้าแถวอยู่หันมามองเขาเป็นทางเดียว
“นายราชันย์ พรวิเศษ หยุดตรงนั้นเลย เป็นประธานนักเรียนเสียเปล่าทำไมถึงมาสายแบบนี้ !!!” เสียงเคซึ่งเป็นรองประธานนักเรียนทำหน้าที่พูดหน้าเสาธงแทนเขาตวาดผ่านไมค์ทะลุทะลวงออกลำโพงจนดังกึกก้องไปทั่ว เจที่กำลังเดินย่องเข็นมอเตอร์ไซค์เข้ามาในโรงเรียนถึงกับหยุดชะงัก
“เฮ้ออออ...” เจถอนหายใจเสียงดัง ทำให้สาว ๆ หลายคนแอบหัวเราะคิกคัก
“สก็อตจัมป์ยี่สิบทีเพื่อไม่ให้คนอื่นเอาเป็นแบบอย่าง !”
ซาตานหนุ่มถลึงตาใส่เพื่อนชายบนเวทีทันที
“จะบ้าเร้อ !” เขาโวยวายเสียงดัง
“หรือจะเปลี่ยนเป็นปั่นจิ้งหรีด !” เคยื่นคำขาดด้วยสีหน้าเรียบเฉยดูดุดัน แต่อดยิ้มที่มุมปากไม่ได้
“เออ ๆ ๆ ๆ” เจตะโกนตอบพลางเริ่มลงมือสก็อตจัมป์ ในใจก็อดแค้นยัยผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ เพราะเธอทำให้เขามาสายจนต้องถูกลงโทษต่อหน้านักเรียนทุกคน ! วันนี้คงเป็นวันซวยของเขาจริง ๆ...เจปลดปลงกับชะตากรรมตัวเอง
“แกนี่น้า...แข่งรถอยู่ดี ๆ ไหงถึงเถลไถลมาสายขนาดนี้วะ !”
เคเดินเข้ามาโอบไหล่เจที่เดินหน่าย ๆ อยู่ตรงระเบียงอาคารอย่างเป็นกันเอง นัยน์ตาเฉี่ยวเหล่มองนัยน์ตากลมโตของเพื่อนสนิทแล้วเอ่ยว่า
“แกนี่น้า...เป็นเพื่อนกันซะเปล่า อนุโลมให้ฉันหน่อยก็ไม่ได้”
“ฮ่า ๆ ๆ ฉันก็อยากทำเป็นไม่เห็นอยู่หรอกถ้าแกไม่สะเหร่อเข้าประตูหน้าโรงเรียน แหม...จะแอบ ๆ หน่อยก็ไม่ได้”
“เออ ฉันลืมคิดไป พอดีเซ็ง ๆ นิดหน่อย” คำตอบของเพื่อนชายทำให้เทพบุตรหนุ่มขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ ?”
เจถอนหายใจอีกครั้งก่อนเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ได้เจอเมื่อเช้าให้เพื่อนสนิทฟัง และดูเหมือนว่าเคจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“ยัยนั่นทำไมทำแบบนี้วะ หน็อย...ตัวเองผิดยังมาโทษฉันแถมใช้นายไปส่งโรงเรียนด้วย ผู้หญิงอะไรไร้ยางอาย !” เคกัดฟันกรอด นัยน์ตาที่เคยสุกสกาวฉายแววแค้นเคืองอย่างเห็นได้ชัด
คอยดูเถอะ...ถ้าเจออีกทีจะเล่นงานให้ !!!
--------
ติดตามเรื่องราวต่อไปได้ในรูปแบบรูปเล่ม "Devil-Dragon ยัยตัวป่วนกับก๊วนอันธพาล " โดย Swordman แห่ง Iris ค่ะ
|