Vinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo SliderVinaora Nivo Slider
ประกาศเลื่อนการจัดส่ง Book of Ingram ในรอบ Pre-Order
อยากได้หนุ่มๆ กลับบ้าน Pre-Order กับเราสิจ๊ะ
C.I.G.A.R.จะวางจำหน่ายกลางเดือนกันยายน 57 เป็นต้นไปจ้า
6 Salvation หกเกมพิพากษา วางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศ สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

 

1168_ls031

คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก


ผู้แต่ง ปัณณพร
ราคา 219 บาท 
จำนวนหน้า 352 หน้า 
ISBN 978-616-520-009-7

 

Download ตัวอย่างเนื้อเรื่อง

 

 

 

บทที่ 1

 

 

 

 

 

 

วันที่เพลงรักฟังดูหวานที่สุดคงไม่พ้นวันแต่งงานอันแสนสำคัญสำหรับผู้หญิงทุกๆคน วันนี้ก็น่าจะเป็นวันของเธอไม่แตกต่างกัน มันน่าจะหวานซึ้งสุดใจ ไม่ใช่ชวนอยากฆ่าคนขนาดนี้ มือเหวี่ยงวาดเต็มกำลังไม่มีกลั้นแรงตบฉาดเข้าที่ใบหน้าชายที่สวมชุดเจ้าบ่าวสีขาวสะอาดตาจนหันกระเด็นพุ่งเข้าชนเค้กสูงเจ็ดชั้น หน้าทิ่มเข้าเค้กชั้นแรกอย่างงดงาม สภาพไม่เหลือเค้าเจ้าบ่าวรูปหล่อเมื่อตอนเริ่มงานเลยสักนิดเดียว ส่วนมือตบก็เช่นกันที่ไม่เหลือความอ่อนหวานของเจ้าสาว มีเพียงดวงหน้าถมึงทึงประดุจดั่งนางยักษ์ร้ายที่หันตวัดไปมองยังต้นเหตุอีกสองคนที่ในตอนนี้หน้าซีดกันทั้งคู่

 

 

พิมภารู้ตัวว่าเธอไม่ใช่นางเอกงี่เง่าอ่อนแอทานหญ้าเคล้าน้ำส้ม ดังนั้นนางร้ายเช่นเธอเมื่อเจอเรื่องเฮงซวยก็ขออาละวาดให้สะใจ ด้วยการเข้าไปตบฉาดใหญ่กับยัยเพื่อนรักที่บัดนี้คืออดีตชั่วนิรันดร์และจะเป็นศัตรูตลอดกาล แรงตบของนักวอลเลย์เก่าของมหาวิทยาลัยเล่นเอาร่างเล็ก ๆ กระเด็นแทบลอยละลิ่วทีเดียว สร้างเสียงหวีดร้องอย่างตกใจของแขกเหรื่อที่ได้เห็นมวยสด

 

 

ย้อนกลับไปอีกเล็กน้อยตอนที่สภาพเค้กยังดี เจ้าบ่าวยังยิ้มแย้ม ส่วนเจ้าสาวก็ยังดูมีความสุข งานแต่งงานนี้จึงเหมือนเป็นงานในฝันของสาว ๆ หลายต่อหลายคน ในเมื่อเอกพลชายหนุ่มรูปหล่อดูสมาร์ทน่ามองมีเสน่ห์เหมือนดาราเกาหลีชื่อดังเป็นเจ้าบ่าวของงานเคียงข้างเจ้าสาวคนสวย พิมภา สาวสวยผมสั้นมั่นใจในตัวเองสมเป็นสาวทำงานชั้นนำของบริษัทเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่ จึงดูเหมือนว่าบ่าวสาวคู่นี้สมกันราวกิ่งทองใบหยกจริง ๆ

 

 

ทั้งสองคบหาดูใจมานานถึงสามปีเต็มจึงได้ฤกษ์วิวาห์เสียที งานก็หรูหราเพราะจัดในโรงแรมชื่อดัง ชุดเจ้าสาวก็ตัดเย็บงดงามตระการตา พร้อมกับอาหารน่าทาน เสียงหัวเราะกระเซ้าแหย่แซวเจ้าบ่าวเจ้าสาวดังเป็นระยะไม่ขาดปาก สร้างรอยยิ้มชื่นมื่นกันถ้วนหน้า

 

 

จนกระทั่งวินาทีที่กำลังเตรียมจะตัดเค้กวิวาห์สีขาวชมพูสวย จู่ ๆ จอสกรีนด้านหลังที่มีแต่ภาพบ่าวสาวอวดความหวานตลอดงานก็ปรากฏภาพถ่ายขนาดใหญ่เต็มจอให้แขกทั้งงานได้มอง มันเป็นภาพคู่บนเตียงของเอกพลกับผู้หญิงที่ไม่ใช่พิมภา เล่นเอาเสียงฮือฮาดังเป็นทำนบแตก แต่เท่านั้นยังไม่พอเมื่ออยู่ ๆ ก็มีสาวน้อยหน้าตาสะสวยในภาพโผล่มากลางงานในสภาพสวมชุดคลุมท้องประกาศกร้าวอีกด้วย

 

 

 

“ใครหน้าไหนมาแย่งพี่เอกไปจากฉัน นังผู้หญิงหน้าด้าน! นังผู้หญิงใจร้าย กล้าพรากลูกพรากพ่อ ทำลายครอบครัวคนอื่นเขาได้อย่างไร มายุ่งกับผู้ชายที่มีเมียแล้วแบบนี้ อดยากมากนักใช่ไหม!”

 

 

เจ้าหล่อนชี้นิ้วใส่หน้าพิมภาเจ้าสาวที่กำลังตะลึงอึ้งต่างจากเอกพลที่บัดนี้หน้าซีดเผือดหากเหงื่อแตกพลั่ก ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้แก้ตัวอะไร ก็มีเสียงแว้ดหวานแหลมสูงปรี๊ดทะลุกลางห้องทันทีอีกคน

 

 

“อะไรนะ! แกว่าแกเป็นเมียพี่เอก ไม่จริง ฉันต่างหากที่พี่เอกคิดจะแต่งงานด้วย ดูซะ ดูให้เต็มตา แหวนวงนี้พี่เอกซื้อให้ฉันเอง!”

 

 

ปราสินีชูมืออวดแหวนวงสวยส่องประกายงามบนเรือนนิ้วขาวผ่อง แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้นเหมือนกับว่าความเคืองแค้นได้ถูกสะสมรอการระเบิดมานานพอได้ทีก็ตูมตามชนิดไม่เหลือซาก เพราะหล่อนต้องทนแสร้งทำเป็นเพื่อนที่แสนดีกับพิมภาทั้งที่ร่วมใช้ผู้ชายคนเดียวกันมานาน พอกันที! หล่อนจะให้โลกมันรู้เลยว่าคนชนะไม่ใช่ยัยพิมภาคนเก่ง แต่เป็นปราสินีคนนี้ต่างหาก!

 

 

“พี่เอกเขาสัญญาจะแต่งงานกับฉันตั้งนานแล้วไม่ใช่ยัยพิม แต่ที่เขาต้องแต่งด้วยก็เพราะยัยพิมมันท้องต่างหากล่ะ!”

 

 

เท่านั้นทุกสายตาต่างพุ่งเป๋งมองมาที่ท้องราบเรียบของเจ้าสาวไม่ต่างกับเจ้าสาวที่อ้าปากค้างตวัดก้มมองท้องตัวเองด้วยเพิ่งรู้ว่าฉันท้องก็ตอนนี้เหมือนกัน ปราสินียังไม่เลิกอาละวาด กระโจนไปตบกับสาวน้อยในชุดคลุมท้องอย่างเมามัน ปล่อยให้ตัวต้นเหตุทำหน้าอยากกลั้นใจตายให้รู้แล้วรู้รอด เอกพลหันมาคนใกล้ตัวโดยไม่ลืมแย่งมีดตัดเค้กในมือมาโยนทิ้งไปใต้โต๊ะเพื่อกันอุบัติเหตุไม่คาดฝัน พร้อมจูงมือดึงร่างพิมภาออกมาให้ห่างเท่าที่จะทำได้

 

 

“พี่ไม่เคยรู้จักผู้หญิงพวกนี้เลยนะพิม พิมอย่าไปเชื่อนะ พี่สาบานได้เลยว่าพี่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวอะไรกับผู้หญิงสองคนนี้สักนิดเดียว”

 

 

แต่ดวงตาที่แต่งแต้มมาอย่างดีมองเขม็งยังการตบตีของผู้หญิงสองคนที่เอกพลบอกว่าไม่รู้จักด้วยแววตาหายตกใจก่อนจะปรายตามองคนข้างตัว

 

 

“อ้อเหรอ..แล้วรูปบนนั้นก็ตัดต่อด้วยสินะ”

 

 

รูปที่ว่าที่กำลังเปลี่ยนภาพไปเรื่อยโชว์ความสวีทหวานมากยิ่งขึ้น พอ ๆ กับที่เสื้อผ้าเริ่มน้อยชิ้นและเนื้อแนบเนื้อไปตาม ทำเอาเอกพลกลืนน้ำลายฝืดคอพยายามหาทางแก้ต่างให้ตัวเอง

 

 

“นั่นน่ะสิ พวกโรคจิตชัด ๆ เอาภาพพี่ไปตัดต่อแบบนี้ ผู้หญิงคนนี้ต้องสติไม่ดีแน่ ๆ พิมคิดดูสิ ผู้หญิงสติดีคนไหนจะรูปมาประจานตัวเองให้ดูแย่แบบนี้กัน”

 

 

“ขอโทษนะคะพิมไม่ได้กินหญ้าแทนข้าว ไม่ได้เป็นนางเอกหลังข่าว กับยัยปลาพี่ก็คงบอกว่าไม่รู้จักด้วยสินะคะ”

 

 

ถ้าตอบว่าไม่รู้จักก็โกหกแบบสิ้นคิด เพราะปราสินีเป็นเพื่อนสาวคนสนิท เป็นเพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันมากับพิมภาจนได้เข้าทำงานที่เดียวกัน ตอนมารู้จักกับเอกพลทั้งสามคนก็ยังเคยไปเที่ยวไหนต่อไหนด้วยกันเสมอ นึกมาถึงตอนนี้จึงอดจี๊ดใจไม่ได้ว่า เธอทำตัวกลายเป็นสามคนผัวเมียแต่เนิ่น ๆ โดยไม่รู้ตัว ปล่อยให้ไอ้ชายโฉดหญิงชั่วสวมเขาแทงข้างหลังจนยับแบบนี้ได้อย่างไร

 

 

พิมภาจึงกระทำสิ่งที่สมควรกระทำของสถานะหญิงที่ถูกหลอกลวงด้วยการกระชากคอเสื้อเขาเข้ามาหาพร้อมตวัดตบสุดแรงเกิดไม่มียั้งใส่ใบหน้าที่เธอเคยชื่นชมรักใคร่ ตบหนึ่งฉาดจนหน้าหันแต่ถูกรั้งด้วยอุ้งมือที่ขยำแน่นที่คอเสื้อไม่ให้หนี ตามมาด้วยฉาดที่สองทันทีทำเอาหน้าหล่อ ๆ สะบัดไปอีกทาง พอฉาดที่สามสี่ห้าหกอีกกี่ครั้งก็ไม่รู้แต่เห็นแค่หน้าชายหนุ่มสะบัดไปมาอย่างเมามัน ครั้งสุดท้ายมือเธอปล่อยคอเสื้อทำเอาเอกพลพุ่งถลาไปทิ่มหน้าเค้กด้วยความงดงามตามแรงนักวอลเลย์มือตบคนเก่ง

 

 

“พี่เอก!”

 

 

เสียงร้องของสองสาวที่ตบตีจิกทึ้งผมกันอยู่ดังขึ้นพร้อม ๆ กันเมื่อเห็นสามีตัวเองหน้าจมกองเค้ก แต่ทั้งสองก็ต้องสะดุ้งโหยงกับนางยักษ์ในชุดขาวปักเลื่อมวาวที่ก้าวอาด ๆ ตรงเข้ามาโดยไม่รั้งรอและไม่มีการเปิดโอกาสให้ร้อง ตบฉาดเข้าเต็มหน้าปราสินีจนเจ้าหล่อนกระเด็นล้มกลิ้งหลุน ๆ ไปพื้นพรมในครั้งเดียว ก่อนจะตวัดสายตาดุดันถมึงทึงมายังสาวน้อยในชุดคลุมท้องที่สะท้านเฮือกถอยกรูดจนชนกับโต๊ะด้านหลัง

 

 

“กับเธอฉันยังปรานีให้ เพราะเธอทำให้ฉันตาสว่างแถมยังมีเด็กอยู่ แต่ถ้าโกหกละก็แม่จะตามไปตบไม่เลี้ยงเอาให้จำทางกลับบ้านไม่ได้เลยจำเอาไว้!”

 

 

คำตอบคือพยักหน้าสุดแรงจนแทบคอหัก พิมภาพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกแล้วตวัดสายตามองยังผู้ชายสารเลวที่กำลังยักแย่ยักยันเอาหน้าบวมเป่งมีรอยเล็บที่ทำสวยกรีดข่วนเป็นทางทั้งสองแก้มออกจากกองเค้ก หญิงสาวตรงไปกระชากขยุ้มจิกหัวอดีตเจ้าบ่าวแล้วดึงลากมาจับโยนใส่ให้ปราสินีที่นั่งตัวสั่นบนพื้น แก้มแดงเป็นรูปนิ้วมือชัดเจน พิมภาจับชายกระโปรงตวัดยกขาเรียวขาวสวมรองเท้าสีขาวมุกส้นสูงปรี๊ดเหยียบยอดอกเอกพลย้ำลงไปอีกทีให้สาแก่ใจ

 

 

“อยากได้จนตัวสั่นนักฉันยกให้ ผู้ชายพรรค์นี้ฉันไม่เอามาเป็นพ่อพันธุ์ให้เสียชื่อวงศ์ตระกูลฉันหรอกนะ แล้วอย่ามาเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีกเป็นอันขาดไม่งั้นฉันจะตัดให้เป็ดมันกินแน่ เธอเองก็ด้วยปราสินีอย่าเสนอหน้ามาให้ฉันเห็นอีก! ถ้ายังอยากมีชีวิตให้รกโลกต่อไป!”

 

 

กระทืบซ้ำย้ำลงไปอีกครั้งปิดท้ายเอาให้จุกจึงค่อยตรงไปยังบนเวทีที่พิธีกรยังอึ้งตะลึงค้างไม่เลิกรา พิมภายิ้มสวยขอไมโครโฟนในมือเขา แน่นอนว่าส่งให้แทบจะทันทีทันใด ปากสีสวยกรอกเสียงหวานใส่

 

 

“ทานกันให้เต็มที่นะคะ อยากได้อะไรก็สั่งเพิ่มได้ทุกอย่าง เหล้า ไวน์ ของหวาน ของคาวไม่อั้น มื้อนี้คุณเอกพลจะเป็นคนเลี้ยงเอง ถือโอกาสเปิดตัวภรรยาทั้งสองของเขาค่ะ สนุกสนานกันตามสบายนะคะ”

 

 

แล้วร่างในชุดขาวก็ยิ้มหวานหยาดเยิ้มเดินนวยนาดกรีดกรายลงมาด้วยสีหน้าที่เหมือนคนไม่ได้ทุกข์ร้อนใจใด ๆ สักนิดเดียว

 

 

 

 

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!”

 

 

 

พิมภากรีดร้องสุดเสียง แต่แน่ล่ะว่าเธอจมหน้าลงกับหมอนอิงใบหนาเพื่อไม่ให้เสียงนี้เล็ดลอดออกไปได้ แต่สองเท้าบนรองเท้าส้นสูงปรี๊ดคู่สวยก็กระทืบพื้นพรมหนาราวเด็กเอาแต่ใจเพื่อระบายอารมณ์เดือดนี้ อึดใจหนึ่งจึงค่อยเงยหน้าขึ้นมาพลางไม่ลืมปัดปอยผมที่ปรกหน้าให้กลับเข้าทรงเช่นเดิม ผมหน้าม้าปัดข้างทรงซอยสั้นเก๋ไก๋ทำสีไล่โทนแบบนี้ทำให้พิมภาดูอ่อนเยาว์กว่าวัยจนถ้าตอนไหนไม่สวมชุดทำงาน แต่งหน้าเบาบางหรือไม่แต่งเลยก็มักถูกทักว่าเป็นเด็กมหาวิทยาลัยอยู่หลายครั้ง

 

 

แต่ตอนนี้ดวงหน้าสะสวย ตาโต ๆ กำลังบูดบึ้งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันร่ายคำสาปแช่งชักหักกระดูกเผาพริกเผาเกลือส่งไล่ยัยลัลนาคู่แข่งตัวแสบที่กล้าทำเธอขายหน้ากลางห้องประชุมได้ พิมภารู้ดีว่ายัยตุ๊กตาบลายธ์นั่นชอบเลื่อยขาเก้าอี้ปล่อยข่าวร้ายแทงซึ่งหน้าเธอตลอดเวลา ปกติแล้วพิมภาไม่มีทางพลาดหรอก เธอสอยกลับทุกเม็ดชนิดที่ทำให้ยัยหัวหลอดฟูกระอักเลือดตายมาหลายครั้ง หากครั้งนี้นับตั้งแต่งานวิวาห์เฮงซวยที่ผ่านมา ยัยลัลนาก็ขุดเอาเรื่องนี้มาเผาผีเธออยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนหวิดจะตบให้ตายคามือ ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในบริษัททำอะไรก็อาจถูกเจ้านายเพ่งเล็งเอาได้ แม่จะตบหน้าหันเอาให้ซิลิโคนบนแก้มกระเด็นไปรวมกับแท่งปลอม ๆ บนจมูกหล่อนแน่ ๆ

 

 

 

วันนี้ก็เช่นกันที่กลางห้องประชุมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของบริษัทNaree เครื่องสำอางโดยคนไทยเพื่อคนไทย บริษัทนี้เริ่มมาจากคุณนารีผู้เป็นทวดของเจ้าของคนปัจจุบันแรกเริ่มนั้นริเริ่มทำสมุนไพรทาหน้าบำรุงผิวก่อนจะมาแตกสาขาเป็นเครื่องสำอางเสริมความงามในรุ่นหลานโดยแบ่งหัวไว้ชัดเจน ชื่อนารีภาษาไทยเป็นสมุนไพร ส่วนชื่อNareeภาษาอังกฤษคือเครื่องสำอาง

 

 

พิมภาทำงานในส่วนของเครื่องสำอางที่เหมือนกับว่ากำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สู้กับเหล่าแบรนด์ดังของยุโรปหรือเอเชียด้วยกัน Nareeจึงต้องการให้ภาพลักษณ์ของตนนั้นติดตลาด ให้ย้ำอยู่ในสมองของเหล่าคนซื้อทั้งหลายว่าน่าใช้ชวนมอง หรูหราและราคาไม่แพงเกินเอื้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่แผนกมาร์เก็ตติ้งอย่างเธอต้องทำให้ได้ ปกติรบราตบตีแย่งชิงฐานในตลาดกับแบรนด์อื่น ๆ อยู่แล้ว แค่เจอคนงี่เง่าในบริษัทเดียวกันน่ะมันไม่เท่าไร แต่จะไม่เท่าไรจริงถ้าหากเธอสามารถตอกกลับไปได้เต็มปากกว่านี้ พอถูกคุ้ยแผลเดียวที่มีมากระแทกหน้าก็ต้องกลับมากรี๊ดเป็นยัยบ้าคนเดียวในที่นั่งทำงาน ซึ่งต่อให้ใครมาเห็นก็คงคิดว่าเธอกำลังนอนโดยการเอาหน้าทิ่มหมอนมิด แต่อย่ามองที่เท้าไม่เช่นนั้นอาจจะเข้าใจผิดว่าสาวผมสั้นคนสวยกำลังจะขาดใจตายถึงได้ดิ้นเสียปานนี้

 

 

ผ่านมาตั้งหลายเดือนแล้วแท้ ๆ แต่พิมภาไม่เคยร้องไห้ออกมาสักหยด ความเสียใจไม่มีให้เห็นนอกจากความโกรธเกลียดเคียดแค้นอาฆาตอย่างหนักหน่วงเท่านั้น ปราสินีเองก็เหมือนรู้ตัวทำเรื่องขอย้ายไปเป็นประชาสัมพันธ์สาขาอื่นแทน ส่วนไอ้คุณพี่เอกพลดีที่ไม่ได้ทำบริษัทเดียวกันเลยไม่ต้องปะทะหน้ากัน ไม่อย่างนั้นคงได้เลือดนองท้องช้างแน่ ๆ

 

 

 

“คงต้องระวังหน่อยนะคะไม่งั้นเดี๋ยวเขาจะคิดว่าสินค้าเราใช้แล้วคนจะมีเสน่ห์มากจนต้องตบแย่งกัน”

 

 

พูดเปรย ๆ ด้วยกริยาที่คิดว่าน่ารัก ดัดจริตในน้ำเสียงสุดแสน แต่จงใจกัดพิมภาที่เพิ่งอธิบายเนื้องานจบอย่างเต็มเขี้ยว ถึงหัวหน้าจะทำสายตาปรามแต่ก็ไม่สามารถทำให้รอยยิ้มขบขันแบบพยายามแอบซ่อนของคนในห้องหลายคนหายไปได้ เล่นเอาพิมภาต้องแสยะยิ้มฉีกจนถึงหูให้นังตัวแสบตาแป๋ว พอเลิกประชุมก็ยังมาสร้างเสียงลอยละล่องมากระทบหูเธออีกดอก

 

 

“พิมจ๋า คืนนี้ลัลจะไปเที่ยวกัน พิมไปไหมเอ่ย ไหน ๆ ก็ต้องอยู่ตัวคนเดียวเปล่าเปลี่ยวเอกานั่งหน้าเหี่ยวตามลำพังอยู่แล้ว ลัลกลัวว่าพิมจะเครียดเป็นป้าแก่ไปซะก่อน ไปเปิดหูเปิดตาหาผู้ชายคนใหม่ ๆ ในชีวิตเถอะนะ ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก ถึงจะหายากสักหน่อยสำหรับพิมก็เถอะ”

 

 

คำพูดนั้นเหมือนราดน้ำกรดลงบนตัวชัด ๆ เล่นเอามือที่ถือเอกสารอยู่ต้องกำแน่นข่มใจไม่ปล่อยมือไปตบหรือเอาแฟ้มเอกสารตวัดใส่หน้าลอย ๆ นั้นให้คว่ำคามือ หันกลับมาสบสายตาพร้อมยิ้มหวานให้ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หวังดี

 

 

“ไม่เป็นไรจ้ะ พิมกลัวจะไปได้สามีทุกคืนเหมือนคนเที่ยวบ่อยแบบลัล ยังสาวแบบนี้ใช้บ่อย ๆ ระวังจะเหี่ยวก่อนนะลัล เดี๋ยวถึงเวลามีลูกทีจะใช้การไม่ได้ขึ้นมาละน่าสงสารแย่ อุ๊ยจริงสิ คงไม่ต้องห่วงเนอะ เพราะชายชุดเจ้าสาวลัลก็คงยังไม่เคยได้จับกับเขาเลยนี่ คงจะอีกนานเลยเนอะ”

 

 

ใส่จริตปิดปากหัวเราะคิกใส่แล้วเดินสะบัดผมหน้าเชิดจากไปบนส้นสูงปรี๊ด ไม่สนหรอกว่าด้านหลังจะมีชะนีตัวไหนร้องกรี๊ด ๆ ดิ้นพราด ๆ ขนาดไหน ไม่ทำมากกว่านี้ก็ถือเป็นบุญแล้วย่ะ แต่พอกลับมาพิมภาก็ต้องมาระบายความแค้นกับหมอนอิงใบโปรดที่ไว้พิงหลัง แน่ล่ะ เธอไม่เอาหน้าทิ่มลงไปทันทีให้เป็นริ้วรอยหรือเปื้อนเครื่องสำอางหรอก เธอคว้ากระดาษเนื้อนุ่มมาวางก่อนจะกระแทกหน้าใส่เต็มเสียง

 

 

พอพอใจก็มานั่งพิงบนเก้าอี้หมดอารมณ์ทำงานโดยปริยาย พิมภามองโต๊ะทำงานตำแหน่งProduct Manager เป็นตำแหน่งที่ได้มาหลังจากเรื่องแต่งงานล้มเหลวสุด ๆ ที่จริงมันถูกเสนอมาก่อนวันแต่งด้วยซ้ำแต่มาถูกอนุมัติเอาทีหลังพอดิบพอดี ทำให้กลายเป็นข่าวซุบซิบว่าหัวหน้าให้เพราะความสงสาร หากสำหรับพิมภามันlucky in game unlucky in love ชัดๆ แต่เธอก็เชิดหน้ารับตำแหน่งอย่างภาคภูมิใจ แน่ล่ะมันทำให้ลัลนาอิจฉายิ่งกว่าเดิมเพราะต่างก็ขับเคี่ยวกันไม่เลิกราตอนเป็นAssistant Product Manager เหมือน ๆ กัน

 

 

สายตาริษยาของแม่นั่นทำเอาเธอสะใจจนลืมตัวไปนอนนวดสปาทำเล็บหาความสุขเลยทีเดียว พิมภาไม่ใช่พวกชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งใคร เธอแค่ถือคติใครดีมาดีตอบ ใครร้ายมาร้ายใส่ให้สาสมชนิดที่ไม่กล้ามาหาเรื่องอีกเป็นครั้งที่สอง ความเป็นคนตรงที่มั่นใจในตัวเองทำให้มีทั้งคนรักและคนชังเสมอ ๆ รวมทั้งอดีตเพื่อนรักอย่างปราสินีด้วยที่ทำให้พิมภาแค้นใจแทบเดือดพล่าน พอคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา มีหลายคนบอกเธอว่าปราสินีชอบพูดจาว่าร้ายทำให้คนอื่น ๆ เข้าใจเธอผิด ๆ เสมอ แต่เธอก็ไม่เคยเชื่อจนมาเจอกับตัวเข้าเต็ม ๆ เช่นนี้ เสียค่าโง่ชะมัด รู้แบบนี้น่าจะตบให้มากกว่านี้ให้บวมเป็นลูกวอลเลย์หน้าเนตจริง ๆ

 

 

 

ค่ำนั้นหญิงสาวจึงตัดสินใจไปหาที่ระบายให้หายแค้นจุกอกไม่อย่างนั้นมันคงระเบิดแตกตายเสียก่อน ตั้งแต่เกิดเรื่องมาริ้วรอยบนหน้าเนียน ๆ ก็เพิ่มขึ้นมาจนได้ เสียค่าบำรุงผิวเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ดีนะที่ใช้ของบริษัท จ่ายในราคาพนักงานเลยลดไปได้มากโข ที่จริงปกติก็ไม่แพงเท่าไรแต่เธอก็ยังของกอยู่ดี

 

 

 

 

 

 

ลำแสงสว่างส่องแยงตามากขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับของพระอาทิตย์ที่ทอสูงขึ้น แม้จะอยู่บนชั้นสามสิบของคอนโดราคาแพง แต่พระอาทิตย์ก็ไม่เลือกที่รักมักที่ชังส่องแสงกราดมันหมดทุกหนทุกแห่ง เปลือกตาพิมภาขยุกขยิกพลิกตัวหลบด้วยความรำคาญแล้วตวัดผ้าห่มหนาคลุมตัวทับอีกทีด้วย ขดมันเป็นหนอนก้อนขาว ๆ จนมือไปเปะปะกับความแข็งที่ไม่เหมือนที่นอนนุ่มเด้งของเธอเลยสักนิด มันแข็งแต่อุ่นชวนจับจนต้องกระเถิบไปใกล้ซุกหน้าแนบชิดจนได้ยินเสียงจังหวะเต้นตุบ ๆ เบา ๆ คล้ายชวนกล่อมนอนบอกไม่ถูก

 

 

“ครืน...”

 

 

มีเสียงกรนเบา ๆ ด้วย...

 

 

เอ๋?

 

 

เท่านั้นดวงตาก็เบิกโพลงตวัดมองเจ้าของความแข็ง อุ่นและกรนเบา ๆ บนเตียงเธอตอนนี้ พิมภาไม่เคยทำตาโตเท่านี้มาก่อนในชีวิตเมื่อได้เห็นว่ามีร่างผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหน้ามานอนอยู่บนเตียงของเธอในสภาพเปลือยอกโชว์หลาอย่างไม่คิดเกรงใจใคร

 

 

“อะ อะ”

 

 

เสียงหายไปในลำคอ ตัวแข็งทื่อ มือที่ยังวางบนแผงอกกว้างก็ยังแข็งไปด้วย แล้วผู้ชายคนนั้นก็เหมือนจะรู้สึกตัวขยี้ตาปรือหันมายิ้มกว้างสดใสให้พิมภาที่อ้าปากค้าง

 

 

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณภรรยา”

 

 

หา!!!!!!!

 

 

 


 

 

บทที่2

 

 

 

 

 

 

พิมภาต้องพยายามควบคุมสติตัวเองไม่ให้แตกไปกว่านี้ เรื่องตอนงานแต่งมันขี้ประติ๋วไปเลยเมื่อต้องตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองกำลังนอนเตียงเดียวกับผู้ชายที่บอกว่าเธอเป็นภรรยาของเขา!

 

 

“จะบ้าเรอะไงยะ!”

 

 

คำแรกที่ดังแว้ดลั่นห้องไม่มียั้งก่อนจะถูกขอให้ฟังคำอธิบาย พลางก้มหลบข้าวของที่พิมภาระดมเขวี้ยงใส่ชายหนุ่ม พอกระโจนออกจากเตียงแบบนี้ถึงรู้ว่าอีตาบ้ากามนี่ไม่ได้แก้ผ้าแค่ไม่สวมเสื้อนอน กางเกงยีนยังอยู่ครบถ้วน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เอาเลือดหัวมันออกก่อนแล้วค่อยคุยกันทีหลัง

 

 

“โพละ!”

 

 

ไม่ใช่เสียงแยกปริของหนังศีรษะหรือกะโหลกแตก แต่เป็นนาฬิกาปลุกลายคิตตี้อันโตที่พังเป็นชิ้นๆเพราะจูบกำแพงอย่างรักใคร่ สร้างเสียงสบถพร้อม ๆ กับเสียงถอนหายใจที่ดังพร้อมกันสองครั้งซ้อน ชายหนุ่มรีบคว้าหมอนสีขาวสะอาดที่กองอยู่ใกล้มือขึ้นชูแกว่งไปมาเป็นสัญญาณขอยอมแพ้ สงบศึกเพื่อเจรจาอย่างสันติ

 

 

“เมื่อคืนนี้คุณจำไม่ได้เหรอไงว่าคุณยังนั่งดื่มกับผมที่ร้านอยู่เลย”

 

 

“แล้วแกก็เลยมอมเหล้าฉันเพื่อปลุกปล้ำใช่ไหม ไอ้สารเลวอย่างแกอย่าอยู่ให้รกโลกเลยย่ะ!”

 

 

“ไม่ใช่คร้าบ ใจเย็น ๆ ก่อนคุณพิม ถ้าโกรธมาก ๆ ความดันจะขึ้นเอานะครับ ผมชื่อฤชวี (ริด-ชะ-วี) ครับ เป็นคนดีไม่เคยต้องโทษอะไรทั้งนั้นล่ะครับ ไม่ได้ล่วงเกินอะไรคุณเลยสักนิดด้วย คุณพิมคนสวยแสนดี”

 

 

ถึงจะถูกใจกับคำเรียกแต่ตอนนี้ไม่ใช่อารมณ์ ก่อนจะถูกแหวกอกแยกกบาลฉีกเนื้อเป็นชิ้น ๆ โยนให้หมากิน ฤชวีจึงพุ่งไปหยิบกระเป๋าของพิมภาดึงซองกระดาษสีน้ำตาลออกมายื่นให้เธอดูพร้อมบอกย้ำด้วยว่ามันจะทำให้เธอเข้าใจทันที พิมภามองระแวงแต่ความอยากรู้มันมีมากกว่าทำให้ยอมเปิดซองนั้นออกมา ก็ต้องอ้าปากค้างกว้างยิ่งกว่าเดิม เมื่อมันเป็นเอกสารจดทะเบียนสมรสที่กรอกชื่อเธอเรียบร้อย แล้วยังลายเซ็นต์ปิดท้ายที่มันเป็นของเธอชัดเจน

 

 

“นาย! นาย!”

 

 

“เข้าใจแล้วใช่ไหมครับ”

 

 

พร้อมส่งยิ้มน่ารักที่สุดที่อาจจะหลอมละลายหัวใจสาว ๆ มานักต่อนัก แต่ก็ไม่ใช่เวลานี้ แม้จะมีเขวบ้างก็ตาม หากพิมภาขอช็อกมากกว่า จะอ้างว่าไม่ใช่ลายมือเธอก็ไม่ได้เพราะสมองแสนเก่งกาจจดจำได้ดีเยี่ยม แล้วคนเพิ่งเจอกันไม่มีทางปลอมได้เนียนขนาดนี้แน่ หรือจะเป็นคนของยัยลัลนาจ้างมา ไม่มีทางยัยตุ๊กตาบลายธ์ติ๊งต๊องจะยอมลงทุนจ่ายเงินจ้างคนมาแบบนี้ ..แต่วิธีการโง่ ๆ แนวนี้ก็อาจจะเป็นได้

 

 

ก่อนอื่นซักไซ้อีตานี่ก่อนแล้วกัน พิมภาออกคำสั่งให้ชายหนุ่มมาคุยกันที่ห้องรับแขก จับตามองเขาเขม็งทุกฝีก้าวพลางคว้าไม้เบสบอลเหล็กมาวางตรงบนหน้าตักตนเป็นการข่มขู่ มันช่างเป็นภาพที่แสนพิลึกพิลั่นดีแท้

 

 

“อธิบายมาสิว่าเมื่อคืนนี้มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

 

 

ชายหนุ่มชื่อแปลกยิ้มกว้างสุดปากดูจะเป็นรอยยิ้มประจำตัวหรือไงขยันยิ้มแบบนี้เหลือเกิน ยิ่งทำให้พิมภาเริ่มสังเกตว่าคนเปลือยอกนี่ก็หน้าตาหล่อเข้าขั้นใช้ได้เหมือนกัน ตาโตคม จมูกโด่ง หน้าได้รูปคมเข้มแบบไทย ๆ ผิวออกคล้ำอมน้ำผึ้งนิด ๆ แต่เนียนสวยสะอาดสะอ้านตา ยิ่งหน้าอกกว้าง ๆ แน่นด้วยกล้ามเนื้อกระชับ ไม่ได้ถึงขั้นกล้ามโตเป็นปูแต่ก็บึกบึนชวนซบ ลอนท้องเป็นลูกคลื่นชวนเอาไปเป็นกระดานซักผ้า พิมภาต้องดึงสายตาให้กลับมาจุดเดิมเมื่อเริ่มรู้ตัวว่ามันลากลงต่ำเรื่อย ๆ ขนาดไหนพลางแอบปาดน้ำลายในใจไปหลายหยด ร่ำ ๆ นึกอยากพิสูจน์ว่าอะไรอะไรจะดูดีแบบที่เห็นจริงไหม

 

 

“ผมไปดื่มที่ร้านเดียวกับคุณเมื่อคืนนี้ เห็นคุณดื่มไม่ยั้งผมเลยชวนคุยกลัวคุณจะเมาเอา แล้วคุณก็เล่าให้ผมฟังทุกอย่างหมด ทั้งเรื่องงาน เรื่องแฟนเก่า เรื่องเพื่อนหักหลัง เรื่องงานแต่งงานห่วยแตก...”

 

 

ฤชวีทำท่านับนิ้วนึกเรียงไปเรื่อย ๆ ดูท่าจะมีมากกว่านั้นอีกด้วยซ้ำ

 

 

“หยุด ๆ ๆ นี่ฉันเล่าขนาดนั้นเลยเรอะ ไม่จริงใช่ไหม!”

 

 

“คุณยังเล่าเรื่องที่ไม่ยอมมีอะไรกับแฟนเพื่อจะได้เป็นเจ้าสาวแสนบริสุทธิ์ถูกต้องแท้จริงในวันส่งตัวอีกด้วย ช่างน่าชื่นชมจริง ๆ นะครับ”

 

 

ตอบหน้าซื่อตาใสบ๊องแบ๊วเสียจนราวกับว่าพูดเรื่องอนุบาล ก.ไก่กันอยู่

 

 

พิมภาอยากตบตัวเองในตอนเมาให้รู้แล้วรู้รอดที่ปากสว่างสุดแสน เธอจำได้ว่าที่ผ่านมาไม่เคยเมาหมดสภาพมาก่อนสักครั้ง ปกติก็หลับสนิทดี ไม่เคยตื่นมาปวดหัวหรือเมาค้าง มีครั้งนี้ล่ะที่หนักจนจำไม่ได้ว่าเจอกันได้อย่างไร ฤชวีก็พยายามปลอบบอกว่าไม่เป็นไร เขาเข้าใจดีว่าคนเมาควบคุมไม่ได้เสมอ

 

 

“เพื่อนผมเองก็เป็นแบบนี้ คุณยังเก่งที่มีสติตลอด ไม่ได้อ้วกเลอะเทอะสักนิด”

 

 

ช่างเป็นคำชมที่มันทิ่มใจจนอยากเพ่นให้หัวแตกเหลือเกิน หากพอเจอยิ้มไร้พิษภัยก็ทำไม่ลง พิมภาพยายามรีดความจำตัวเองออกมา ก็เริ่มเห็นได้ลาง ๆ ว่าตัวเองเคยคุยกับผู้ชายคนนี้ว่าอะไรบ้างในร้านตอนที่นั่งดื่มอยู่ ใช่แล้วตอนนั้นกำลังได้ที่ อีตานี่ก็ยิ้มร่ามาทักทายชวนคุย เธอก็เลยคุยด้วยอารมณ์กรึ่ม ๆ แล้วเริ่มถูกคอ หลังจากนั้นดื่มไปอีกกี่แก้วจำไม่ได้ รู้แค่ว่าก่อนนั้นก็มากโข หญิงสาวนั่งกุมขมับแน่นเค้นทุกอยาดหยดออกมาให้ได้

 

 

โอ๊ย ยิ่งคิดยิ่งเครียด ตีนการอยเหี่ยวจะขึ้นเอาให้ได้ ถามมันเลยแล้วกัน ว่าแล้วตาวาวพองเป็นนางเสือคว้าไม้เบสบอลขู่ฟ่อถามต่อว่าหลังจากนั้นแล้วมันเกิดอะไรขึ้น

 

 

“ผมพาคุณมาส่งเพราะเห็นว่าคุณเมามาก คุณชวนผมมาดื่มต่ออีกที่บ้านคุณ จนคุณหลับคาโซฟาเลยต้องอุ้มไปนอนที่เตียง แต่ผมไม่ได้ทำอะไรคุณเลยนะ ดูสิยังอยู่ในชุดเดิมเลย”

 

 

มันก็ใช่มีแค่หน้าตาเท่านั้นที่ไร้เครื่องสำอาง แต่เสื้อผ้ายังชุดเดิม ฤชวีอธิบายว่าที่เขาเช็ดหน้าให้เพราะเห็นว่ามันเปื้อนเลอะเลยถือวิสาสะเช็ดหน้าเช็ดตาให้ตอนที่เธอนอนหลับไม่ได้สติ พิมภาเพิ่งสังเกตมองรอบห้องตัวเองแล้วเพิ่งรู้สึกว่ามันสะอาดกว่าปกติ ไม่ถึงขั้นเอี่ยมอ่องแต่ข้าวของที่วางกับพื้นหรือวางทิ้ง ๆ ไว้ก็ถูกจัดเก็บเป็นระเบียบแบบง่าย ๆ

 

 

“นาย..ทำความสะอาดห้องฉันด้วยเหรอ”

 

 

“อ้อ ขอโทษครับ คือผมแค่จัด ๆ เก็บ ๆ อะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ได้รื้อค้นอะไรเลย จริงสิ พวกขยะในตู้เย็นผมเอาไปทิ้งให้หมดแล้ว ผมเลือกเฉพาะที่หมดอายุเท่านั้น คุณคงไม่ถือนะครับ”

 

 

นี่ขนาดแค่หยิบ ๆ จับ ๆ แต่กลับทำให้ห้องเธอดูสะอาดขึ้นมา พิมภาอดคิดไม่ได้ว่าถ้าจับอีตานี่สวมผ้ากันเปื้อนคงจะดูเหมาะพิลึก

 

 

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ มาเรื่องบ้า ๆ นี่ก่อน ไอ้ทะเบียนสมรสนี่มันอะไรกัน อธิบายมาซิ หรือนายจะเป็นพวกยัยลัลนา ยัยนั่นจ้างนายมาเท่าไรกัน!”

 

 

มือเรียวตบเอกสารดังปึงบนโต๊ะกระจกจนสะเทือน ดวงตาวาวโร่เข้าประเด็นเชือดเสียที หลังจากเขวกับการเป็นพ่อบ้านของหนุ่มหุ่นดียิ้มน่ารักคนนี้

 

 

“...ก็..คุณมาชวนผมแต่งงานด้วยเองก่อน”

 

 

ฤชวีรีบพูดต่อไม่ให้ตาโต ๆ หลุดออกจากเบ้ามากกว่านี้ พอได้ยินคำอธิบายของเขาแค่ประโยคแรก

 

 

“คือคุณบอกว่าผู้ชายไปตายซะให้หมด ผู้ชายดี ๆ บนโลกมันไม่มีเหลือ ผมก็เลยบอกว่าผมไงผู้ชายดี ๆ ผมชอบทำงานบ้าน ไม่สูบบุหรี่ นาน ๆ ทีมีดื่มบ้าง ไม่เล่นการพนัน ไม่เจ้าชู้ คุณก็เลยบอกผมว่างั้นเรามาแต่งงานกัน แล้วก็ควักทะเบียนสมรสมาจดต่อหน้า เซ็นเสร็จก็สั่งให้ผมเซ็นบ้างแล้วก็...”

 

 

“พอ ๆ ๆ ๆ หยุดเลย! หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้ นายว่าฉันควักทะเบียนสมรสเองงั้นรึ ฉันจะไปมีได้ไงยะ ใครจะบ้าพกของพรรค์นี้เดินไปเดินมากัน!”

 

 

“นั่นสิ ผมยังแปลกใจเลยว่าทำไมคุณถึงมีเหมือนกัน แต่คุณก็รื้อมันออกมาจากในกระเป๋าคุณเองนะ”

 

 

พิมภาเพ่งมองจับโกหกมดเท็จบนหน้าก็ดูจะทอประกายซื่อพานจะเซ่อ ทำเธอเริ่มลังเลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ชักอดคิดไม่ได้ว่าทั้งหมดนั้นอาจจะเป็นไปได้ขึ้นมา แต่เรื่องเอาทะเบียนสมรสยัดใส่กระเป๋ามันไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆ เธอจะไปเอาของพรรค์นั้นมาได้ยังไงกัน สมองมันรับข้อมูลพรวดเดียวจึงเริ่มไปไม่ถูกทาง ฉับพลันเสียงกริ่งหน้าประตูบ้านก็ดังขึ้นไม่ได้เกรงอกเกรงใจเลยว่าเจ้าของบ้านนั้นจะบ้าตายอยู่แล้ว เล่นเอาพิมภาขมวดคิ้วจ้องหน้าฤชวีว่ามันมีอะไรกันอีก คำตอบของชายหนุ่มคือแบมือส่ายหน้าดิก ๆ บอกเป็นนัยทางสายตาว่าไม่รู้เหมือนกันครับ

 

 

 

ในตอนนั้นเองเสียงไขประตูเข้ามามันแสดงถึงว่าคนมากดนั้นมีกุญแจ แล้วมาพร้อมกับเสียงเรียกที่ไม่เบา

 

 

“แม่เองยัยพิม แม่กับพ่อมาหาแล้ว ยังไม่ตื่นหรือลูก”

 

 

งานเข้าแล้ว! งานเข้าของจริง!

 

 

สาวผมสั้นเลิ่กลั่กมองเห็นประตูค่อย ๆ ถูกเปิดออกแทบวินาทีต่อวินาทีก็ยิ่งตื่นตระหนก ทำท่าสั่งให้ฤชวีไสหัวหลบให้ไกลที่สุด แทบจะยกเท้าถีบยันกระเด็นทีเดียว ชายหนุ่มจ้ำยาว ๆ ผลุบหายไปในห้องน้ำที่อยู่ใกล้สุดเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูเปิดกว้างพร้อมร่างภานุวัตต์กับพิมมาลาเข้ามาพอดี

 

 

“เอ๋ เมื่อกี้เหมือนเห็นอะไรแว้บ ๆ น่ะแม่”

 

 

“ไม่มั้งพ่อ แม่ไม่เห็นเห็นอะไรเลยนี่”

 

 

“สวัสดีค่ะพ่อกับแม่ พิมคิดถึ๊งคิดถึงจังเลยค่ะ”

 

 

พุ่งถลามาซบ ส่งเสียงสูงปรี๊ดทำลายความสนใจในทางอื่นเต็มที่ หญิงสาวรีบใช้ปลายเท้าเขี่ยไม้เบสบอลเหล็กไปใต้โซฟา ชักชวนพ่อแม่ลงนั่งแล้วประจบประแจงกลบเกลื่อนสุดฤทธิ์เหมือนยามภรรยากำลังจะถูกสามีจับได้ว่าซ่อนชู้ไว้ในตู้เสื้อผ้าไม่มีผิด

 

 

“ทำไมจู่ ๆ พ่อกับแม่ถึงลงมากรุงเทพ ฯ ล่ะคะ ไม่โทรบอกพิมล่วงหน้าพิมจะได้ไปรับ แล้วนี่มากันยังไง ที่ร้านให้พี่ภัทเฝ้าเหรอคะ”

 

 

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยยัยพิม แม่รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว”

 

 

คำนี้เล่นเอาวัวสันหลังหวะสะดุ้งโหยงแต่แอบเก็บอาการสุดขีด ทำหน้าว่ามีอะไรเหยอ นู๋ไม่ยู้เยื่องสักนิดเดียว ขอยืมวิธีทำหน้าแอ๊บแบ๊วของแกหน่อยนะยัยปีศาจตุ๊กตาบลายธ์

 

 

“มาทำหน้าติ๊งต๊องอีก ทำเอาแม่เครียดทั้งคืน ต้องรีบมาแต่เช้าก็เพราะลูกนั่นแหละ โทรมาทำตกใจกันหมด แม่รู้ว่าตั้งแต่งานแต่งล่มไปลูกน่ะรู้สึกอย่างไง แต่อย่าทำตัวประชดประชันให้เสียหายแบบนี้สิลูก โทรมาบอกเสียงดังว่าจดทะเบียนแต่งงานแล้วกับใครก็ไม่รู้ เล่นเอาใจหายใจคว่ำกันหมด”

 

 

พิมภาอ้าปากแล้วรีบหุบแน่น รู้แล้วว่าความสามารถยามเมาของเธอนั้นทำเรื่องได้บรรลัยขนาดไหน หญิงสาวรีบแก้ต่างแก้ตัวเท่าที่จะทำได้ ไม่อย่างนั้นแล้วถ้าพ่อกับแม่เจอตาชื่อแปลกในห้องน้ำล่ะก็ ไม่อยากจะนึกต่อไปเลยจริง ๆ

 

 

“นี่เอกสารอะไรกัน ทำไมมาวางทิ้งไว้แบบนี้ล่ะ”

 

 

ภานุวัตต์เอ่ยถามพลางหยิบซองเอกสารที่ยับย่นเพราะตนนั้นลงนั่งทับไปเต็มเหนี่ยว พิมภาถลาทั้งตัวดึงซองมาแล้วละล่ำละลักบอกว่าเอกสารงาน งานล้วน ๆ ไม่เกี่ยวอะไรเลยทั้งนั้น

 

 

“แม่จะไปไหนคะ!”

 

 

“เข้าห้องน้ำ ตั้งแต่ลงเครื่องมายังไม่ได้เข้าห้องน้ำเลย กลั้นมาตั้งนานแล้ว ขนแขนมันซู่ซ่าเหลือเกิน”

 

 

อยากจะกรี๊ดออกมาให้ลั่นโลกแต่ทำได้แค่พยายามห้ามแม่ตัวเองไม่ให้เข้า จะให้ไปใช้ห้องน้ำในตัวห้องนอนก็ไม่ได้เพราะความพังพินาศเละเทะยังไม่ได้กอบกู้ ขืนถูกเห็นคงถูกสงสัยแน่ ๆ พิมมาลาชักเริ่มรำคาญกับอาการสติแตกของลูกสาว หล่อนทั้งเหนื่อยทั้งกลั้นมานานจนจะราดอยู่แล้วเลยดื้อแพ่งเข้าสู้เช่นกัน ระหว่างที่กำลังชุลมุนพันตูกันหน้าห้องน้ำนั้นเอง ประตูก็เปิดผ่างออกมาพร้อมร่างฤชวีที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยส่งยิ้มใสซื่อกระจ่างตาเพิ่มค่าความสัมพันธ์ ชิงพนมมือไหว้เรียบร้อยด้วยกริยาแสนดี เล่นเอาผู้ใหญ่ทั้งสองรับไหว้กันไม่ทัน

 

 

“ใครกันวะไอ้พิม”

 

 

ใครก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะพ่อขาแม่ขา หนูก็เพิ่งเจอเมื่อเช้านี้เอง

 

 

“ผมชื่อฤชวีครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณลุงคุณป้า ขอโทษด้วยที่มาสวัสดีช้าไปหน่อย เผอิญผมทำเสื้อเลอะก็เลยยืมห้องน้ำคุณพิมล้างคราบหน่อยน่ะครับ”

 

 

ยิ้มกว้างราวเป็นนายแบบโฆษณายาสีฟัน ทำเอาใจสาวสูงวัยแกว่งไปไกลพอควร ฤชวีตาโตกราบภานุวัตต์ขออนุญาตดูพระเครื่องทรงสี่เหลี่ยมเลี่ยมทองที่สวมให้เห็นนอกคอเสื้อ ค่อย ๆ จับพิศดูอย่างเกรงใจกึ่งทึ่งอย่างไม่ปิดบัง

 

 

“พระสมเด็จองค์นี้สวยมากเลยนะครับ ผมเคยเห็นจากคนอื่น ๆ ก็เนื้อไม่สวยเท่านี้เลย หายากมากไหมครับคุณลุง”

 

 

“ก็ไม่เท่าไรหรอก เผอิญว่ามีคนรู้จักมาเสนอให้ บอกว่าร้อนเงิน ฉันก็ดูอะไรพวกนี้ไม่เป็นเท่าไรหร้อก”

 

 

พ่อขาผิดข้อมุสาแต่เช้าเลยนะคะ เล่นปลายเสียงสูงขนาดนี้แสดงว่ากำลังปลื้มสุดใจจริง ๆ ที่มีคนมาชม เรื่องแบบนี้คุยได้เป็นวัน ๆ ชนิดที่ไม่ต้องพักหายใจก็ยังทำมาแล้ว ภานุวัตต์ก็ไม่ได้หูหนวกตาบอด พอจะถูกหลอกว่าแค่แสร้งสนใจอย่างหนุ่ม ๆ อื่นของลูกสาวที่ผ่านมา ฤชวีนั้นดูจะรู้ลึกรู้จริงรู้เหลือเกินและสนใจไม่ปิดบังทำให้หน้าตาบึ้ง ๆ ของภานุวัตต์ในตอนแรกที่เห็นชายหนุ่มกลายเป็นยิ้มร่าแทนที่ พิมมาลาก็เข้ามาโอบหลังโอบไหล่พาไปนั่งคุยกันต่อที่โซฟา ไม่วายสั่งให้ลูกสาวหาน้ำหาท่ามาเลี้ยงแขกอีกด้วย เล่นเอาพิมภาอ้าปากค้างจนกรามจะค้างให้ได้ ทำไมวันนี้มันมีแต่เรื่องชวนยุ่งกันเนี่ย

 

 

“จริงสิ แล้ววันนี้ลูกไม่มีงานเหรอ”

 

 

คำถามสงสัยของมารดาที่ดูท่าจะคุยถูกคอจนลืมลูกในไส้ ก็เพิ่มอาการตะลึงตวัดมองนาฬิกาบนผนังแล้วอุทานด้วยวจีอันไพเราะเพราะพริ้งว่า

 

 

“ฉิบหายแล้ว!”

 

 

----------

ติดตามเรื่องราวต่อไปได้ในรูปแบบรูปเล่ม " คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก " โดย ปัณณพร ค่ะ

 

 

Additional information