สำนักพิมพ์ | หมวดหนังสือ

ws

ls

ps

ts

fs

ค้นหาผลงานนักเขียน 1168



Online Status

เรามี 20 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

เสียงจากนักอ่าน

  • แค่อ่านเรื่องย่ อนิดเดียวยังอยา กดูมากๆเเลยยิ่ง รู...
  • What is your favorite sitcom most? buy zithromax
  • Hello, who noted how the new year? buy prednisone ...
  • Hello, who noted how the new year?
  • อร๊ายยยยยยย เพิ่งอ่านจบหมาด ๆ ตอนจบในหนังสือ หวานน...
  • เจอนิสัยหมอโห แล้ว อึ๋ยยย ตรงสเปกมากมาย เจอนางเอกก...
  • บอกได้คำเดียวว่ า น่าอ่านมาก
  • :D
  • เล่มนี้ซื้ออ่าน แล้วด้วย
  • ตามมาเก็บความหว านของหมอโหกะหนู หวายคะ ยินดีกับคุณ...
  • อ่านจบแล้วค่ะ พระเอกกะล่อน แต่ก็น่าร้าก :-* :-* :o...
  • คีราณไปที่รีสอร ์ตแล้ว จะเจอนางเอกแล้ว :oops:

ตัวอย่างเนื้อเรื่อง : เงารักซ่อนใจ

 

cover_fang เงารักซ่อนใจ

 

ผู้แต่ง  ติญญา

ราคา  169 บาท

จำนวน 272 หน้า

ISBN   978-616-520-048-6

 

Download ตัวอย่างเนื้อเรื่อง

 

 

ตอนที่ หนึ่ง


วายุมองหมายเลขที่ปรากฏบนผนังเหนือศีรษะอย่างร้อนใจ เขายกข้อมือดูนาฬิกาซ้ำอีกครั้ง ก็พอดีกับมองเห็นจากปลายตาราง ๆ ว่าประตูลิฟต์กำลังจะเปิดออก ความเร่งรีบทำให้ชายหนุ่มก้าวสวนเข้าไปทันที จึงปะทะเข้ากับร่างบางที่ก้าวออกมาเต็มแรง แรงปะทะทำให้ร่างนั้นเซไปทางหนึ่ง เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า

“ขอโทษครับ”

วงหน้านั้นหันกลับมา วายุชะงักงัน นัยน์ตายาวรีดำขลับเฉียงปลายขึ้นแบบนั้น เรียวปากเล็กบางแต่อิ่มเต็มน่าเอ็นดูแบบนั้น เส้นผมดำยาวที่รุ่ยร่ายล้อมกรอบวงหน้าเรียวบอบบาง ช่างเป็นภาพที่คุ้นเคยนัยน์ตาเป็นนักหนา ผู้หญิงคนนั้น... คนที่อยู่ในใจเขาเสมอมา

“ปลายฝน!” เขาแน่ใจว่าอุทานออกไปเต็มเสียง แต่เสียงที่ได้ยินกลับแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน

อีกฝ่ายชะงักไป แววตาคู่นั้นหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด

“ฉัน... ปลายฝันค่ะ”

หล่อนยืดตัวขึ้นจนเต็มความสูง เมื่อมองวงหน้านั้นชัด วายุจึงได้เห็นว่าแม้จะมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง แต่หล่อนแตกต่างจาก ‘ปลายฝน’ อย่างแน่นอน ในขณะที่ปลายฝนแต่งหน้าน้อยที่สุด แต่งตัวน้อยที่สุด ทั้งยังมีบุคลิกที่ดูอ่อนโยนอยู่เสมอ แต่ผู้หญิงคนนี้กลับตรงกันข้าม วงหน้านั้นถูกแต่งอย่างมาเป็นอย่างดี นัยน์ตาไล้อายแชโดว์สีฟ้าสว่างเป็นประกายระยับ เรียวปากสีนู้ดอ่อนจาง ผิวสะอาดอ่อนลออดูเรียบเนียนอยู่ภายใต้แสงไฟ เมื่อไล่สายตามองต่ำ เขาก็ได้เห็นว่าร่างระหงนั้นสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดเข้ารูปสั้นเหนือเข่า และรองเท้าส้นสูงจนน่าหวาดเสียว เป็นการแต่งกายที่ปลายฝนจะไม่มีวันสวมใส่เป็นอันขาด

ปลายฝัน... ใช่แล้ว หล่อนคือปลายฝัน

ชายหนุ่มดึงสายตากลับมาที่วงหน้าของหล่อน และหล่อนก็ยิ้มนิด ๆ ที่มุมปาก

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะหว้า เป็นอย่างไรบ้าง”

คำถามนั้นบาดลึกลงในใจของวายุ เป็นอย่างไรบ้าง...อย่างนั้นหรือ

เขามองผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้ง แววตาเย็นชาเยือกเย็น

“ขอโทษ ผมกำลังรีบ”


ปลายฝันยังคงยืนนิ่งอยู่ที่นั่นแม้ว่าร่างสูง ๆ นั้นจะผละไปนานแล้ว มีบางอย่างในหัวใจที่ไม่อาจเรียบเรียงออกมาได้ถูก มันทั้งสุข เศร้า เจ็บปวด ปะปนไปในขณะเดียวกัน

วายุ...

วงหน้าคมคายของชายหนุ่มยังคงกระจ่างอยู่ในความคิดแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่อยู่ที่นั่นแล้ว แท้จริงเขาชัดเจนอยู่ในความทรงจำที่ยาวนานของเธอ ไม่ว่าจะเป็นนัยน์ตาดำคมที่มักมีประกายสดใส ผิวสะอาดเนียนละเอียด หรือร่างสูงเพรียวที่ดูแข็งแรงสมบูรณ์ ทุกอย่างชัดเจนอยู่ที่นั่น ไม่เคยลืม... ไม่เคยเลย

ความทรงจำย้อนกลับ ภาพต่าง ๆ เริ่มปรากฏทีละฉากทีละตอน ทุกภาพล้วนแจ่มใสเหมือนกับว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน

วายุกับหญิงสาวร่างระหง นัยน์ตาดำขลับ เรียวปากเต็มอิ่มได้รูปสวย ทุกอย่างเกี่ยวกับหล่อนดูอ่อนโยนละมุนละไม รอยยิ้มของหล่อนอ่อนหวาน นัยน์ตาคู่นั้นมีรอยยิ้มเปี่ยมแววหรรษาอยู่เสมอ

ภาพจาง ๆ หลายภาพผ่านเข้ามาในความทรงจำ เด็กสาวคนนั้นมีหลายสิ่งที่คล้ายกับเธอ จะมีแตกต่างกันบ้างก็ที่ฝ่ายแรกดูอ่อนโยนกว่า นอกจากนั้น ก็คงจะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ บนใบหน้า เช่น นัยน์ตาของหล่อนดำกลมได้รูปสวย แต่นัยน์ตาของเธอยาวรีเฉียงปลายขึ้น วงหน้าของหล่อนกลมมีแก้มเล็กน้อย แต่วงหน้าของเธอเรียวบอบบาง และสุดท้าย สิ่งที่แตกต่างที่สุดระหว่างคนทั้งคู่คือ ผู้หญิงคนนั้นมีบุคลิกที่ดูอ่อนโยน น่าพูดคุยชิดใกล้ หากเธอ ค่อนไปทางแข็ง ๆ บางครั้งดูถือตัวอยู่ในที

และคงเพราะเหตุผลสุดท้ายนี่เองที่ทำให้ฝ่ายนั้นเป็นที่ต้องตาของเพศชายมากกว่าเสมอ

แม้แต่... กับผู้ชายที่เธอไม่ต้องการให้เขารู้สึกเลยก็ตาม

ผู้หญิงคนนั้น... ปลายฝน พี่สาวของเธอ...


“พี่สาวนิจเป็นคนยังไงเหรอ”

คำถามนั้นคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง ปลายฝันจำได้ว่าเธอชะงักขณะเงยหน้ามองคนพูด เขาเป็นเด็กหนุ่มร่างสูงเพรียว วงหน้าคมคายสะอาดสะอ้าน ผมยุ่ง ๆ นั้นยาวระท้ายทอย และเจ้าตัวก็เพียงแต่มัดไว้ลวก ๆ กลางศีรษะอย่างไม่ใส่ใจอะไรนัก

ในครั้งแรกที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ปลายฝันค่อนข้างสับสนไม่แน่ใจ ด้วยความที่อายุห่างกันเพียงปีเดียว ประกอบกับปีที่ต้องสอบเข้าชั้นเรียนประถมหนึ่ง ปลายฝนเกิดป่วยหนัก ทำให้ไปเข้าสอบไม่ทัน ต้องเรียนซ้ำชั้นอนุบาลสามอีกปี พี่น้องสองคนจึงได้เรียนชั้นเดียวกันและโรงเรียนเดียวกันมาตลอด และสิ่งนั้นเองทำให้เธอซ่อนอยู่ภายใต้เงาของอีกฝ่ายเรื่อยมา ปลายฝนคือพี่สาวแสนสวย เชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียน นักเรียนทุนผู้เก่งกาจ กิริยามารยาทดีเยี่ยม ในขณะที่เธอคือเด็กสาวธรรมดา ๆ อาจจะหน้าตาสวยก็จริง แต่ก็ไม่โดดเด่นเท่าไหร่นัก ทุกคนจดจำเธอได้ในฐานะ ‘น้องสาวของปลายฝน’ มากกว่าจะเป็นตัวตนของเธอจริง ๆ

จนเมื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ปลายฝนสอบติดคณะอักษรศาสตร์ ส่วนเธอเลือกเรียนนิเทศศาสตร์

และนั่นเองคือจุดเปลี่ยนของบางสิ่งบางอย่าง ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่ปลายฝันมีความสุขอย่างแท้จริง จริงอยู่เธอไม่ได้เกลียดปลายฝน ตรงกันข้าม เธอรักพี่สาวคนนี้มาก ทั้งภูมิใจในความเก่งและสวยของอีกฝ่าย หากเมื่ออยู่ใกล้ชิดกัน คำเปรียบเทียบมักจะดังเข้าหูเสมอ ปลายฝนสวยกว่า ดูเป็นสาวกว่า ส่วนเธอ ไม่สวยเท่า ทั้งยังเรียนไม่เก่งเท่า กิริยามารยาทก็แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น การได้อยู่ห่างจึงสร้างความเป็นตัวของตัวเองให้กับเธอ ทำให้เธอมั่นใจในสิ่งที่เธอเป็นมากขึ้น

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ผู้ชายคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาในชีวิต

วายุ หนุ่มน้อยร่างสูงเพรียว นัยน์ตาดำคมมีประกายแจ่มใส ความที่เรียนสาขาวิชาเดียวกันทำให้เธอกับเขามีโอกาสได้พบกันสม่ำเสมอ และความประทับใจที่มีให้เขาก็เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ๆ จนในที่สุด ปลายฝันก็พบว่าตัวเองคอยแต่มองรอยยิ้มของเขา ทุกเรื่องราวของเขาสะกดความรู้สึกของเธอ เธอพยายามหาทางใกล้ชิดเขาในทุกเวลา เธอใส่ใจเขามากกว่าเพื่อนทุกคน และเธอเริ่มหวังว่าสักวันหนึ่ง เขาคงจะหันมามองเธอบ้าง

แต่แล้ววันที่เธอรอคอยก็หมดความหมาย และมิตรภาพที่เพิ่งเริ่มต้นเพียงไม่นานก็จบลง... เมื่อเขาได้รู้จักกับ ‘ปลายฝน’ พี่สาวคนสวยคนเก่งของเธอ

“พี่สาวนิจ? นัจน่ะเหรอ” เธอทวนคำ หัวใจวูบด้วยลางสังหรณ์ประหลาด

“อื้อ นัจ... เขามีแฟนหรือยังน่ะ”

“แล้วหว้าอยากรู้ไปทำไม” เธอฝืนใจถามทั้ง ๆ ที่ไม่อยาก พยายามมองเขา แต่เขาไม่สบตาเธอเลย เสี้ยวหน้าด้านข้างที่ได้เห็นดูจริงจังอย่างที่เธอไม่เคยได้เห็นบ่อยนัก รอยจากนัยน์ตามั่นคง แน่วแน่

แปลบลึกในหัวใจกับทีท่านั้น ความที่ทุกอย่างเกี่ยวกับวายุอยู่ในสายตาเสมอมา ทำให้เธอแน่ใจว่ารู้ดีว่าเขาคิดอย่างไร แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้พูดมันออกมาก็ตาม

แต่ถึงจะแน่ใจเช่นนั้น ปลายฝันกลับพบว่าตัวเองกำลังภาวนาให้ความคิดนั้นผิด... ได้โปรดเถิด อย่า...

“ก็ชอบ... สนใจ นิจช่วยหน่อยได้ไหม”


และด้วยประโยคนั้นเองที่ทำให้ปลายฝันไม่อาจพูดอะไรออกไป ทุกความรู้สึกที่มีให้ ทุกความทรงจำอันงดงาม เธอเก็บมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ ฝังมันไว้ที่นั่น โดยพยายามไม่หันไปมองมันอีก เธอไม่กล้าจะบอกให้เขารู้ และแน่ใจว่าถึงบอก เขาก็คงไม่สนใจอะไร มิตรภาพที่มีเพิ่งจะเริ่มต้น... และบางทีในสายตาของเขา เธออาจจะไม่มีความหมายอะไรเลยเสียด้วยซ้ำ ก็แค่น้องสาวของปลายฝน... เท่านั้น

เธอ ‘ช่วย’ ตามที่เขาต้องการ จนในที่สุด คนทั้งคู่ก็ตกลงคบหากันเป็นเรื่องเป็นราว แน่นอนว่าวายุจริงจังกับพี่สาวของเธอมาก เขาทั้งรักทั้งหวงหล่อน ทั้งยังมาทำความรู้จักกับทุกคนในครอบครัวอย่างเป็นทางการ และใช่ เขายังคงเรียนที่เดียวกับเธอ เธอยังคงพบเขา... แต่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว บ่อยครั้งที่แววตาอ่อนโยนยามเขามองปลายฝนทำให้เธอต้องหันหน้าหนี และบ่อยครั้งที่เธอมีน้ำตาในยามที่อยู่คนเดียว หากเธอพยายามปลอบใจตัวเองให้เข้มแข็ง แล้วเดินหน้าต่อไป

เธอตัดสินใจห่างจากเขาให้มากขึ้น เลือกวิชาที่มีกิจกรรมให้มากกว่าเดิมเพื่อจะได้วุ่นวายอยู่กับสิ่งเหล่านั้นโดยไม่ต้องสนใจคนรักทั้งคู่ และเมื่อวายุกับปลายฝนประกาศหมั้นกันในตอนปีสี่เทอมสุดท้าย เธอจึงตัดสินใจว่าจะเดินทางไปเรียนต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลีย เพราะเธอไม่อาจทนเห็นความสุขของคนทั้งคู่ได้อีก... เธอเจ็บเกินไป

กริ๊งงง เสียงโทรศัพท์มือถือดังแหวกความเงียบ ปลายฝันสะดุ้งนิด ๆ เธอตื่นจากภวังค์แห่งความทรงจำ มือเรียวควานหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าถือขึ้นมา กดรับอย่างใจลอย

“หนูนิจเหรอ เจ๊มิ้นต์เองนะจ๊ะ จะบอกว่ามีงานเข้าจ้ะ”

“ค่ะ เมื่อไหร่คะ” ปลายฝันตอบรับอย่างเคยชินแม้จะรู้สึกเพลียอยู่ในใจลึก ๆ มือหยิบสมุดจดเล่มเล็กออกมาเพื่อลงตารางเวลา

“อาทิตย์หน้าจ้ะ คิววันจันทร์ สิบโมงเช้า ถ่ายกับนิตยสาร ‘เพชรพราว’ งานนี้เขาขอนางแบบสองคน มีหนูกับยัยลิล่า ช่างภาพเป็นคุณไกด์ ถ่ายที่สตูดิโอใหม่ของเขา ชื่อ ‘The Rain’ ชื่อไทยเขาก็เก๋นะ ชื่อ ‘พราวฝน’ เจ๊แฟกซ์แผนที่ไปให้แล้วเมื่อตะกี้นี้เอง อ้อ พวกคอนเซ็ปต์ด้วย หนูลองอ่านดูนะจ๊ะ”

ปลายฝันจดทุกอย่างลงในสมุดอย่างละเอียดลออ

“ได้ค่ะ นิจกำลังจะเข้าห้องนี่แหละค่ะพี่ เดี๋ยวจะลองเช็กรายละเอียดดู”

“จ้า แล้วเงินเมื่อคืน เดี๋ยวสาย ๆ เจ๊โอนให้นะ แล้วหนูอย่าลืม วันนี้มีงานเปิดตัวน้ำหอมที่ The Definite ตอนบ่ายสาม อย่าไปสายนะจ๊ะ”

“ค่า” ปลายฝันลากเสียง รู้สึกปวดศีรษะเพราะอดนอนมาทั้งคืน แต่งานนางแบบที่แสนจะไม่เป็นเวล่ำเวลาก็ไม่ให้ทางเลือกเธอแต่อย่างใด “นิจขอตัวไปพักก่อนนะคะพี่ แล้วค่อยคุยกันค่ะ”

โดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดอะไรอีก ปลายฝันกดปุ่มตัดสายโทรศัพท์ลงเพียงนั้น เธอไขกุญแจก้าวเข้าไปในห้อง ปิดประตู ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงโดยไม่ได้ใส่ใจกับเสื้อผ้าแสนสวย และหน้าตาที่แต่งไว้ละเอียดลออ นัยน์ตาคู่นั้นหลับลงช้า ๆ หากภาพที่ติดตาคือชายหนุ่มนัยน์ตาดำคมคนนั้น บัดนี้เขาไม่ใช่หนุ่มน้อยหน้าใสคนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เติบโตเป็นผู้ชายเต็มตัว ผมที่เคยปล่อยให้ยาวระท้ายทอย บัดนี้ตัดสั้นเปิดให้เห็นวงหน้าเรียว และจมูกโด่งได้รูปสวย

ท่าทางกึ่งรังเกียจกึ่งไม่ชอบใจของเขาช่างรบกวนอารมณ์เป็นนักหนา เพราะอะไรเขาถึงมองเธอด้วยแววตาแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง เธอกับเขาเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนแท้ ๆ แม้จะไม่ได้สนิทกันมากมายอะไรนัก แต่อย่างน้อย ก็คนเคยรู้จักกัน ทำไมจะต้องเย็นชาใส่กันถึงขนาดนั้น เธอไม่เข้าใจ

หรือจะเป็นเพราะเหตุการณ์นั้น...

นัยน์ตายาวดำขลับเบิกกว้างขึ้นแล้วกลับหลับลงเช่นเดิม ปลายฝันถอนใจบางเบาเมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์นั้น

เธอมารู้เรื่องก็เมื่อทุกอย่างจบลงแล้ว เมื่อปลายฝนโทรศัพท์ทางไกลมาประกาศว่าตัดสินใจตอบตกลงแต่งงานกับวศิน ศิวาลัย เจ้านายผู้สมบูรณ์แบบ พร้อมทั้งฐานะ ความรู้ และรูปร่างหน้าตา ยังจำได้ดีว่าประโยคแรกที่เธอถามพี่สาวคือ

“แล้วหว้าล่ะ”

และคำตอบก็คือ

“นัจบอกหว้าแล้ว เขาเข้าใจ...”

ปลายฝันถอนใจอีกครั้ง ยังจำได้ดีถึงความปวดร้าวในครั้งนั้น วายุเจ็บ... เธอก็เจ็บด้วย ก็เพราะเธอรักเขานักหนา แม้จะเจ็บปวดที่เขาไม่เลือกเธอ แต่เธอก็ไม่ต้องการจะเห็นเขาผิดหวังในความรัก หรือในเรื่องใด ๆ เธอแค่อยากจะเห็นเขามีความสุข และประสบความสำเร็จในชีวิต ก็เท่านั้นเอง

และแม้จะอยากรู้มากมายแค่ไหน เธอก็ไม่กล้าจะถามอะไรพี่สาวมากไปกว่านั้น ได้แต่เก็บทุกอย่างให้เงียบที่สุด ความรักที่เธอมีให้วายุเปรียบเสมือนความลับในใจ และเธอก็ไม่อาจพูดออกไป... เธอไม่ต้องการให้ปลายฝนมารับรู้ความรู้สึกนี้ ไม่ต้องการเลย... เธออับอายเกินไป

และแม้จนวันนี้ ทุกอย่างก็ยังคงเป็นความลับ ทุกความรู้สึก เธอยังคงเก็บมันไว้ที่นั่น ส่วนลึกของหัวใจ ด้วยความหวังว่าสักวัน ถ้ามีโอกาส เธออาจจะได้บอกเขา ให้เขาได้รู้หัวใจของเธอ

เพียงแต่ เมื่อได้เห็นแววตาของเขาวันนี้ เธอจึงได้รู้ว่า... วันที่เธอรอคอยนั้นคงจะไม่มีวันมาถึงได้เลย


ตึกแห่งนั้นมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ไม่สูง ไม่กว้าง กรุกระจกใสแผ่นใหญ่ ตัวตึกฉาบด้วยสีดำสนิทแลดูโดดเด่น ด้านหน้าติดป้ายสีดำ มองเห็นตัวอักษรขาวตัดกันอย่างชัดเจนทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยคือ ‘The Rain’ และ ‘พราวฝน’

ร่างสูงเพรียวของชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเสื้อยืดและกางเกงยีนสีดำสนิทก้าวยาว ๆ จนเกือบจะเป็นวิ่งขึ้นไปตามบันไดด้านหน้า ท่าทางคล่องแคล่วบอกชัดว่าคุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี เพียงครู่เดียว เจ้าตัวก็ไปหยุดที่ประตูบานใหญ่สีขาวสะอาด ก่อนจะผลักเข้าไป

คนในห้องนั้นมีอยู่สองคน หากคนที่วายุสบตาด้วยคือ หญิงสาวร่างระหงในชุดเดรสสีทองอร่าม หล่อนมีผิวขาวจัด และยิ้มหวานแพรวพราย ผมม้าที่ตัดเฉียบอยู่เหนือคิ้วส่งให้วงหน้านั้นดูโดดเด่น สะดุดตา

เขาเอียงคอเล็กน้อย และหล่อนก็ยิ้มให้ เป็นยิ้มที่สดใส เปิดเผย

“หว้ามาพอดี” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เอ่ยขึ้น เขาไม่จัดว่าเป็นหนุ่มหล่อ แต่มีอะไรบางอย่างในดวงหน้าขาวสะอาดที่ดูจับตา และมีเสน่ห์ “หว้า นี่คุณลิล่า ลินลา คุณลิล่าครับ นี่วายุ ช่างภาพคนใหม่ของที่นี่”

วายุยิ้มนิด ๆ ที่มุมปาก แต่ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น เขามองหน้ากัมพล เพื่อนที่สนิทกันมาตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยด้วยสีหน้าคล้ายจะถาม แต่อีกฝ่ายไม่ได้ขยายความเพิ่ม ยังคงยิ้มเฉยอยู่อย่างนั้น

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” หญิงสาวคนสวยกล่าวขึ้นขณะลุกจากเก้าอี้ รอยยิ้มปรากฏทั้งเรียวปากและแววตา “แล้วพบกันนะคะคุณ... วายุ”

ร่างระหงก้าวจากไป กลิ่นหอมอ่อน ๆ กระจายกรุ่นอยู่ในบรรยากาศเมื่อหล่อนก้าวเดินผ่าน... อย่างจงใจเฉียดให้ชิดใกล้ วายุเบี่ยงตัวหลบ พร้อมยิ้มจาง ๆ ปรากฏที่มุมปาก

“นางแบบ?” เขาเอ่ยขึ้นลอย ๆ หลังจากประตูถูกปิดลง และกัมพลก็ยิ้มเสียกว้างขวาง

“ถูก ลิล่ายังไง เขากำลังดังเชียวล่ะ ขาว สวย หมวย เซ็กส์ แถมยัง...” ประโยคนั้นหยุดไปนิดหนึ่ง ขณะมองใบหน้าของเพื่อนขึ้น ๆ ลง ๆ ยิ้มกวน ๆ “ดูจะชอบคุณวายุมากซะด้วย”

วายุเลิกคิ้ว

“ทำไม นายเล็งเขาไว้งั้นสิ”

“มีมุกอื่นบ้างไหม เห็นพูดแต่คำนี้” อีกฝ่ายประชด ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “นายมาก็ดีแล้ว มาดูพอร์ตกับโพรไฟล์นางแบบที่จะถ่ายกันอาทิตย์หน้าหน่อย งานนี้ของนิตยสาร ‘เพชรพราว’ ใช้นางแบบสองคน คนหนึ่งก็คือลิล่าที่นายเพิ่งเจอไปเมื่อกี้นี่แหละ ส่วนเรื่องคอนเซ็ปต์กับเสื้อผ้า สไตล์ลิสต์เขานัดว่าจะเข้ามาคุยวันนี้ตอนสาย ๆ ฉันฟอร์เวิร์ดเมล์ลักษณะภาพที่อยากได้ทั้งหมดให้นายแล้ว ลองเช็กดูนะ”

วายุนั่งลง เขาหยิบแฟ้มตรงหน้ามาเปิดดู และทันทีที่เห็นภาพ ‘นางแบบอีกคน’ ชายหนุ่มก็ชะงักงันจนเกือบจะเป็นตะลึง

“นี่...” เขาพูดได้แค่นั้น และกัมพลก็เอี้ยวหน้ามามอง สีหน้าบอกความไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัด

“นายคงยังไม่รู้ ตอนนี้นิจเป็นนางแบบ” คำอธิบายนั้นอึกอักเล็กน้อย “ฉันว่าจะบอกหลายครั้งแล้ว แต่หาจังหวะเหมาะ ๆ ไม่ได้ ไหน ๆ ก็มีโอกาสแล้ว บอกให้นายรู้ไว้เลยก็แล้วกันว่าตอนนี้นิจเขาดังมาก ยังไงก็คงต้องร่วมงานกันอีกหลายครั้ง นายก็... ทำใจไว้แล้วกันนะ”

“แต่ไม่ต้องห่วง ยังไง ‘นัจ’ ก็คงไม่เกี่ยวด้วยหรอก ฉันเคยทำงานกับนิจมาหลายครั้งแล้ว ส่วนใหญ่เขาจะมาคนเดียว ไม่งั้นก็มากับผู้จัดการ พ่อแม่เขาก็ไม่เคยมา เพราะงั้น นายคงไม่ต้องเจอใครในครอบครัวเขา”

มือของวายุพลิกแฟ้มต่อเรื่อย ๆ นัยน์ตาดำคมมองไล่ตามภาพที่ปรากฏ ทุกภาพล้วนเป็นหญิงสาวสวย นัยน์ตาดำขลับชี้เฉียงโดดเด่น แววตาหวานกึ่งเศร้าบาดลึกในอารมณ์

ผู้หญิงคนนั้น ปลายฝัน...

อย่างรวดเร็วที่ภาพเหตุการณ์ตอนเช้าย้อนกลับมาในความทรงจำ แม้จะพบกันเพียงไม่กี่นาที แต่เขากลับจำรายละเอียดเกี่ยวกับหล่อนได้อย่างชัดเจน ทั้งวงหน้าสวยละเอียดลออ รูปร่างงามระหงหาที่ติไม่ได้ การแต่งกายสวยจัด ดูมีรสนิยม

และผู้หญิงแสนสวยคนนี้เองที่ทำให้ความฝันของเขาถูกทำลาย...

ความฝันที่ถูกทำลาย...อย่างนั้นหรือ

“อย่าบอกนะว่านายยังไม่ลืมนัจ”

วายุชะงักกับคำถามที่ได้ยิน เขากระแทกแฟ้มปิดแรง ๆ ก่อนจะหัวเราะ

“ตั้งหลายปี ไม่ลืมก็แย่แล้ว” แม้ประโยคนั้นจะเป็นคำปฏิเสธ หากน้ำเสียงกลับแฝงร่องรอยขมขื่นบางอย่างที่ทำให้กัมพลต้องถอนใจ

เขามองวายุอีกครั้ง ความที่รู้จักกันมานานทำให้เขารู้เรื่องราวความรักของเพื่อนเป็นอย่างดี ปลายฝน คือผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในใจของฝ่ายนั้น คนทั้งคู่ใกล้ชิดติดกันเป็นเงาตามตัวสมัยยังเรียนมหาวิทยาลัย ความรักครั้งนั้นเป็นที่กล่าวถึงรู้กันไปทั่ว จนกระทั่งมีการประกาศหมั้นหมายกันในตอนปลายปีที่สี่ อย่างไรก็ตาม เมื่อวายุเดินทางไปเรียนปริญญาโทต่อที่สหรัฐอเมริกาหลังจากเรียนจบ ทุกอย่างก็กลับพลิกผัน เมื่อจู่ ๆ ปลายฝนกลับประกาศวิวาห์กับชายหนุ่มหน้าตาดีเจ้าของโรงแรมชื่อดัง... วศิน ศิวาลัย

กัมพลไม่รู้ว่าวายุคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นั้น เขาไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น แต่อย่างหนึ่งที่เขารู้ชัดคือ ความจริงที่ว่าวายุฝันแค่ไหนที่จะใช้ชีวิตคู่กับหญิงสาว ดังนั้น เขาจึงแน่ใจว่าเพื่อนจะต้องเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากทีเดียว

เขาพบวายุในอีกห้าปีต่อมา เมื่อฝ่ายนั้นกลับจากสหรัฐฯ พร้อมปริญญาโททางด้านถ่ายภาพ รวมถึงผลงานต่าง ๆ มากมายที่ได้ทำร่วมกับคนมีชื่อเสียงในหลาย ๆ วงการ วายุเป็นช่างภาพฝีมือดีมาตั้งแต่สมัยยังเรียน ผลงานทุกชิ้นของเขาประณีตละเอียดลออ ทั้งยังมีความคิดสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร เมื่อบวกกับประสบการณ์การทำงานกับชาวต่างชาติ ก็ยิ่งทำให้ผลงานของเขาโดดเด่น เป็นตัวของตัวเอง

และนั่นเองคือเหตุผลที่เขาชวนเพื่อนมาร่วมหุ้นกันเปิดสตูดิโอชื่อพราวฝน หรือ The Rain แห่งนี้

กัมพลลอบมองหน้าเพื่อนอีกครั้งเมื่อนึกถึงชื่อนี้ คนตั้งชื่อสตูดิโอคือวายุ และเขาแน่ใจว่าทั้งสองคำจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับชื่อ ‘ปลายฝน’ อย่างแน่นอน เพียงแต่เขาไม่อยากรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีก ด้วยเห็นว่า มันอาจกระทบต่อความรู้สึกของอีกฝ่าย

นัยน์ตาดำคมตวัดมองมาพอดี แล้วคำถามก็ดังขึ้น

“แล้วตกลง งานเปิดสตูฯ จะเอายังไง เมื่อไหร่”

กัมพลเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มพลาสติกใสบรรจุกระดาษขาวหนา พิมพ์ตัวอักษรเรียงรายเป็นระเบียบยื่นส่งให้ และวายุก็รับไปพลิกดู

“ฉันติดต่อบริษัทออร์กาไนเซอร์ไว้บ้างแล้ว งานน่าจัดราว ๆ ปลายอาทิตย์หน้านี่แหละ กำลังเลือกวันกันอยู่ นายอยากได้แนวไหน ก็ลองลิสต์ ๆ มาแล้วกัน แล้วเดี๋ยวนัดเขามาคุยกันเรื่องรายละเอียดอีกที แต่หลัก ๆ ก็คงเชิญพวกนิตยสารต่าง ๆ แล้วก็พวกเอเจนซี่กับบรรรดานางแบบ...” เขามองหน้าเพื่อนแวบหนึ่งกับคำว่า ‘นางแบบ’ แต่วงหน้านั้นก้มต่ำจนไม่อาจเห็นสีหน้าใด ๆ “คร่าว ๆ ก็ประมาณนี้แหละ”

จบประโยคนั้น ร่างสูงก็ลุกขึ้นยืน วงหน้าเฉยเมยทั้งแววตาตลอดจนสีหน้าท่าทาง

“งั้นฉันไปละ มีงานต้องทำอีกเยอะ แล้วค่อยคุยกันอีกทีก็แล้วกัน”

พูดจบเจ้าตัวก็หันหลัง ทำท่าจะผละไปดื้อ ๆ กัมพลงงอยู่อึดใจกับการตัดบทชนิดไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนั้น พอดีเหลือบไปเห็นแฟ้มที่เปิดค้างอยู่บนโต๊ะ ก็ร้องเตือนว่า

“เดี๋ยว นายลืมแฟ้มงานแน่ะ”

โดยไม่แม้แต่ชะงักหรือหันมา วายุโบกมือให้

“ฉันจำได้ ไม่ต้องห่วง”

แล้วร่างสูงนั้นก็ก้าวออกจากห้อง ปิดประตูตามดังปัง!


ผู้หญิงคนนั้นมีวงหน้าเรียวบอบบาง ตากลมโตถูกกรีดด้วยอายไลเนอร์ ทั้งยังไล้อายแชโดว์สีเขียวสว่างบนเปลือกตาจนเด่นชัด หากรอยจากแววตากลับเศร้าแกมหวานล้ำ และอย่างน่าแปลก ดูเหมือนความขัดแย้งนั้นกลับสร้างลักษณะเด่นให้กับภาพ ทั้งเพิ่มความสมบูรณ์ให้เด่นชัดด้วยอารมณ์ และชีวิตจิตใจ

วายุถอนใจยาว ไม่ต้องมีภาพของหล่อนในมือ เขาก็จำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็หล่อนเป็นน้องสาวของคนรักเก่าของเขา ทำไมเขาจะจำไม่ได้ล่ะ

มีหลากหลายความรู้สึกที่เขาไม่สามารถอธิบายได้ ครั้งหนึ่งความสัมพันธ์ของเขากับปลายฝันเคยเต็มไปด้วยความงดงาม หล่อนเป็นคนแนะนำให้เขารู้จักกับปลายฝน และทำให้ความรักของเขาสมบูรณ์แบบ แต่แล้วในที่สุด หล่อนกลับเป็นคนทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง

“นัจต้องแต่งงานเพราะความจำเป็น แต่นัจยังรักหว้าเสมอ จริง ๆ นะจ๊ะ”

น้ำเสียงของปลายฝนยังคงชัดเจนในความคิด ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง เหตุการณ์นั้นผ่านมาหลายปีแล้ว หากวายุยังคงนึกถึงมันอยู่เสมอ หัวใจของเขาจดจำ และเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เพราะเขารักหล่อนมาก เขาคาดหวังไว้มากว่าจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันหล่อน ได้อยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุข มีหล่อนอยู่เคียงใกล้ในทุกวันของชีวิต แต่แล้วสุดท้าย ทุกอย่างกลับต้องสูญสลาย เพียงเพราะผู้หญิงอีกคน!

ชายหนุ่มถอนใจ ปลายฝนให้เหตุผลกับเขาว่า งานแต่งงานจำเป็นต้องเกิดขึ้นจากความต้องการในเรื่องเงินเป็นประเด็นหลัก เนื่องจากพ่อแม่ตัดสินใจยอมตามใจปลายฝันซึ่งอยากจะเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลียในสาขาแฟชั่นดีไซน์ ซึ่งแม้ค่าใช้จ่ายจะไม่สูงเท่าสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษ แต่จำนวนของมันก็มากพอดูสำหรับครอบครัวฐานะปานกลางอย่างพวกเธอ ซึ่งเสาหลักอย่างพ่อกับแม่มีอาชีพเป็นเพียงข้าราชการครูธรรมดา ๆ ไม่ได้ทำธุรกิจส่วนตัวอย่างหลาย ๆ ครอบครัว และต่อมาเมื่อเธอได้เข้าทำงานในโรงแรมศิวาลัย โรงแรมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศ ความสวยงามของเธอก็ดึงดูดชายหนุ่มมากหน้าหลายตาให้เข้ามาพัวพัน และหนึ่งในนั้นก็คือ วศิน ศิวาลัย ลูกชายคนเดียวของเจ้าของโรงแรมที่เธอทำงานอยู่นั่นเอง

หลังจากรู้จักสนิทสนมกันได้เกือบปี วศินก็ขอเธอแต่งงาน ในตอนแรกเธอลังเล แต่แล้วก็จำต้องยอม เมื่อพ่อแม่ให้เหตุผลถึงจำนวนเงินเกี่ยวกับภาระการเรียนของปลายฝันผู้เป็นน้องสาว

“นัจจำเป็นจริง ๆ หว้าเข้าใจนัจใช่ไหม นิจเขาอยากเรียนสาขาแฟชั่น เขาชอบแต่งตัว เสื้อผ้าของเขามีแต่ของราคาแพง แล้วจะให้นัจทำยังไงได้ นัจหาเงินส่งให้เขาทุกเดือน เขาก็บอกว่าไม่พอใช้ นัจไม่มีทางเลือกนอกจากต้องแต่งงานกับคุณหิน เขาช่วยครอบครัวนัจได้...”

“หว้าอย่าโกรธนิจเลยนะ ไม่ใช่ความผิดของเขาหรอก เขาไม่รู้จริง ๆ แต่เขาเป็นน้อง เกิดทีหลัง พ่อแม่ก็เลยเลี้ยงเขามาสบายกว่านัจ นัจเป็นพี่ก็ต้องส่งเสียน้อง มันเป็นหน้าที่ของนัจ”

ภาพพจน์ของปลายฝนงดงามเสมอในใจของวายุ หล่อนคือพี่สาวผู้เสียสละและแสนดี และเขาก็ไม่อาจลืมหล่อนได้ เช่นเดียวกับที่เขาไม่อาจลืมปลายฝัน จริงอยู่ เขารู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของหล่อนทั้งหมดหรอก หากเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะเจ็บปวด และเสียใจ ถ้าเพียงแต่หล่อนจะไม่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ ใช้เงินทองมากมาย เรื่องระหว่างเขากับปลายฝนคงไม่ต้องจบลงแบบนี้ และเขาก็คงจะมีความสุขได้มากกว่านี้

บ่อยครั้งที่เขาสงสัยว่าหล่อนคิดอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาไม่เคยได้เอ่ยถาม และไม่เคยรู้ว่าหล่อนคิดอย่างไร แท้จริงแล้วเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหล่อนเลย แม้จะเคยเรียนคณะเดียวกัน เคยเป็นเพื่อนกัน แต่ความสัมพันธ์ก็ค่อนข้างห่างเหิน โดยเฉพาะเมื่อเขามาคบหากับปลายฝน หล่อนก็ปลีกตัวห่างออกไป ปล่อยให้เขากับพี่สาวได้อยู่ด้วยกันอย่างเต็มที่

ก็แล้วตัวตนของหล่อนเป็นอย่างไรกันแน่...

ภาพเหตุการณ์เมื่อเช้าย้อนกลับมาในความทรงจำ ผู้หญิงคนนั้นสวยงามนักหนา เสื้อผ้าทุกอย่างที่ใช้ดูสูงค่ามีราคา แม้แต่วงหน้านั้นก็ตกแต่งเข้มจัดขัดนัยน์ตา

และนั่นก็คือหล่อน ผู้หญิงที่ทำให้เขาต้องเสียความรักไป!!!

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น ปลุกให้ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์ ยังไม่ทันที่เขาจะอนุญาต หญิงสาวคนหนึ่งก็เปิดประตูก้าวเข้ามาอย่างกระฉับกระเฉง หล่อนไว้ผมสั้นปาดไว้ด้านหนึ่ง และแต่งกายสะสวยสมกับบุคลิกเปิดเผย

“ขวัญข้าวค่ะ” เป็นคำแนะนำตัวง่าย ๆ พร้อมรอยยิ้มสดใส “สไตล์ลิสต์ของเพชรพราว คุณหว้าใช่ไหมคะ”

วายุพยักหน้ารับ และหล่อนก็จัดแจงยกถุงผ้าขนาดใหญ่ที่หอบหิ้วมาด้วยวางลงบนโต๊ะ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้า พูดคุยอย่างคล่องแคล่วตามประสาคนอัธยาศัยดี

“ข้าวจะมาปรึกษาคุณหว้าเรื่องคอนเซ็ปต์ที่จะถ่ายกันอาทิตย์หน้าค่ะ เล่มนี้เพชรพราวครบรอบปีที่สอง เราก็เลยใช้กำหนดว่าจะใช้นางแบบสองคน เรื่องเสื้อผ้า ข้าวอยากได้สไตล์ที่เหมาะกับนางแบบ เราเลือกลิล่ากับนิจไว้ คิดคร่าว ๆ ว่าอยากให้ตรงกันข้ามกันไปเลย จะได้ดูเด่น เพราะลิล่าเขาดูเปรี้ยว แต่นิจดูกึ่งหวานกึ่งเศร้า เสื้อผ้าที่ข้าวดู ๆ ไว้แล้ว ก็ประมาณนี้ค่ะ” ท้ายประโยค หล่อนดึงแฟ้มบรรจุรูปภาพเสื้อผ้าออกมาเปิดให้เขาดู

วายุมองตามเสื้อผ้าเหล่านั้น สายตาไปสะดุดกับเสื้อโทนสีขาวสะอาดตา ประดับลูกไม้ละเอียดลออ ดูบอบบาง ละมุนละไม หากงดงามหรูหราอยู่ในที ช่างเหมือนกับบุคลิกของผู้หญิงคนนั้น

“ไม่ทราบว่าคุณข้าวได้ไปดูชุดของแบรนด์วิเวียน่าหรือยัง ผมว่าน่าจะเหมาะกับ... นางแบบคนหนึ่งของคุณ” เขาไม่ได้ออกชื่อใคร แต่ขวัญข้าวก็เบิกตากว้าง

“นิจใช่ไหมคะ” หล่อนทำหน้าคิดเพียงครู่เดียวก็ยิ้มกว้าง พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “จริงด้วยค่ะ นิจเหมาะกับเสื้อผ้าของวิเวียน่ามาก ส่วนของลิล่า ข้าวว่าเขาเหมาะกับโทนสีดำ เพราะเขาดูเก๋ ฉับไว ข้าวจะลองดูคอลเลคชั่นใหม่ของชาโคล” จบประโยคนั้น หล่อนหยิบสมุดขึ้นมาเล่มหนึ่ง เปิดให้อีกฝ่ายดูภาพร่างคร่าว ๆ ของนางแบบสองคนในอิริยาบถที่แตกต่าง ทั้งหมดมีอยู่ประมาณสิบกว่าภาพ “ที่ข้าวตั้งใจไว้ น่าจะถ่ายกันราว ๆ สิบถึงสิบสองช็อต เดี๋ยวยังไงลองดูหน้างานอีกทีก็ได้ค่ะ”

“แล้วคุณจะไปดูเสื้อผ้าเมื่อไหร่”

“บ่ายนี้แหละค่ะ ข้าวว่าจะแวะไปดูที่ The Definite พอดีสนิทกับพีอาร์ของที่นั่น ติดต่อยืมได้ง่าย แถมยังมีให้เลือกหลายแบรนด์ด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะไปด้วย บ่ายนี้ผมว่าง จะได้ช่วยคุณเลือกเสื้อผ้า”

ขวัญข้าวยิ้ม

“ขอบคุณมากค่ะ” เธอมองชายหนุ่มด้วยสายตาบอกความพอใจ แม้ว่าจะเป็นการร่วมงานกันครั้งแรก แต่ท่าทางง่าย ๆ และคำพูดที่แสดงถึงน้ำใจของวายุทำให้เธอนึกชอบเขา ไม่รวมหน้าตาที่หล่อเหลาคมคาย และบุคลิกไม่เหมือนใครนั่นอีก หากเป็นช่างภาพคนอื่น ๆ คงปล่อยภาระการเลือกเสื้อผ้าให้สไตล์ลิสต์เป็นคนจัดการ เพราะถือว่าไม่ใช่หน้าที่ ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างเขา

“หน้าตาท่าทางแบบนี้ อีกไม่นาน นางแบบคงรุมแย่งกันให้ควั่ก” หญิงสาวแอบคิดเล่น ๆ ในใจ โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เธอคิดจะกลายเป็นความจริงในอีกไม่นานต่อมา


 

 

ตอนที่ 2


หญิงสาวคนหนึ่งก้าวฉับ ๆ ผลักบานประตูกระจกเข้ามาในห้องด้วยท่าทางที่บอกว่าคุ้นเคยกับสถานที่เป็นอย่างดี หล่อนสวมเสื้อตัวหลวมสีส้มสด และกางเกงยีนขาสั้นอวดช่วงขาเรียวยาว วงหน้านั้นโดดเด่นที่นัยน์ตาได้รูปเฉียงปลาย และผิวพรรณเนียนลออกระจ่างใสจนดูราวกับหุ่นโชว์มากกว่าจะเป็นผิวของคนจริง ๆ

หล่อนยิ้มทักใครหลายคนในที่นั้น ก่อนจะเดินเลยเข้าไปด้านใน เคาะประตูบานใหญ่สีขาวสะอาด แล้วเปิดเข้าไปโดยไม่รอให้อีกฝ่ายบอกอนุญาต

คนทั้งสามในห้องหันมามองพร้อม ๆ กัน แล้วชายหนุ่มท่าทางคล่องแคล่วในชุดเสื้อผ้าสีฉูดฉาด แต่งหน้าจัดตัดกับผิวคล้ำก็เอ่ยทักขึ้นก่อน

“หนูนิจน่ะเอง เข้ามาก่อนสิ เจ๊กำลังคุยกับยัยลิล่า แล้วก็มินนี่อยู่เชียว”

ปลายฝันส่งยิ้มให้ทั้งลินลา และมินนี่อย่างคุ้นเคยกันดี ทั้งสองเป็นนางแบบในสังกัดเดียวกัน ลินลานั้นโดดเด่นด้วยผิวพรรณขาวสะอาด และนัยน์ตายาวเรียว หล่อนตัดผมหน้าม้าเน้นวงหน้าเรียวเล็กให้แปลกตา ส่วนมินนี่เป็นสาวลูกครึ่งไทยอังกฤษ หล่อนมีนัยน์ตาสีเขียวลึกตัดกับเส้นผมละเอียดสีทองสุกสว่าง และรูปร่างสูงสง่าแบบสาวต่างชาติได้สัดส่วนสวยงาม

“คุยเรื่องอะไรหรือคะ” เธอถาม และลินลาก็ขยิบตาให้

“เรากำลังเล่าเรื่องช่างภาพใหม่ของสตูดิโอ ‘พราวฝน’ ให้เจ๊กับยัยมินนี่ฟัง นิจเคยเจอหรือยัง หล่อเป็นบ้าเลย วันก่อนแวะไปหาคุณไกด์เลยเจอเข้า เห็นเข้าแทบเป็นลมแน่ะ”

ปลายฝันอดไม่ได้ที่จะยิ้ม ลินลาเป็นคนร่าเริงและมักพูดอะไรตรง ๆ เช่นนี้เสมอ แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะสวยเฉียบ แต่บุคลิกของหล่อนดูคล้ายสาวน้อยแก่น ๆ ที่ตรงไปตรงมาเสียมากกว่า นอกจากนี้ ยังเป็นที่รู้กันในวงการว่าหล่อนสนใจผู้ชายที่มีอาชีพช่างภาพมากเป็นพิเศษ และเคยมีคนรักเป็นชายหนุ่มอาชีพนี้หลายต่อหลายคนแล้ว

“เขาเพิ่งกลับจากอเมริกาเสียด้วย ท่าทางดีนะ แต่งเนื้อแต่งตัวเท่เชียว มาดก็ไม่เบา ชอบตาเขา พราวดี ผู้ชายตายิ้มได้นี่หายากนะว่าไหม แล้วช่วงนี้เรามันว่างอยู่ด้วย ว่าจะลองจีบเล่น ๆ เผื่อฟลุค”

“วุ้ย เอาเถอะย่ะหล่อน” เจ๊มิ้นต์ปัดมือไปมา “งั้นตกลงงานนี้ว่างที่เดียว ยัยลิล่าจองหนึ่งที่ แล้วอีกคนเอาใครดี นิจนี่ไม่น่าจะไหวนะ รับงานเยอะแยะมากมายแล้วนี่ เราน่ะ”

ปลายฝันทำหน้าแปลกใจ เจ๊มิ้นต์จึงอธิบายเพิ่มเติม

“พอดีว่าทางออร์กาไนเซอร์เขาติดต่อมา คุณไกด์เขาจะจัดงานเปิดตัวสตูดิโอใหม่ของเขาวันศุกร์หน้า เขาเลยอยากได้นางแบบกับนายแบบอย่างละสองคนไปเดินในงาน เจ๊ก็กำลังมอง ๆ อยู่ว่าจะเอาใครดี นายแบบน่ะได้แล้ว เป็นลมกับยุทธ์ แต่นางแบบนี่กำลังคิดอยู่”

“หนูไปคนนึงไงคะเจ๊” ลินลาชูมือขึ้นสูง ยิ้มร่า “บอกแล้วว่าช่วงนี้ว่าง”

“หล่อนว่างหรืออยากเจอผู้ชายกันแน่ยะ” เจ๊มิ้นต์ทำเสียงประชด แต่ก็ตอบตกลงโดยดี “โอเค ถ้าอย่างนั้นเจ๊วางตัวไว้ เป็นลิล่ากับ...”

“หนูไม่ว่างค่ะ” มินนี่รีบปฏิเสธเมื่อถูกมองหน้า “อาทิตย์หน้าหนูมีนัด จะไปหัวหินกับแฟน”

ปลายฝันมองสายตาขอร้องของเพื่อนที่มองมาแล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

“ไปให้ก็ได้ย่ะ พอดีไม่มีแฟนเลยไม่ติดอะไร”

ลินลายิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที

“นิจไปก็ดีเหมือนกันนะเจ๊ ตาลมจะได้ตั้งใจทำงาน” พูดจบหล่อนก็หันมายิ้มยิงฟันขาวให้หญิงสาวเจ้าของชื่อ “ตัวอย่าว่าเรายุ่งเลยนะนิจ แต่อยากรู้จริง ๆ ว่าไปถึงไหนกันแล้ว เห็นนายลมมันคลั่งตัวยังกับอะไรดี”

ปลายฝันมองท่าทางอยากรู้อยากเห็นของอีกฝ่าย แล้วหัวเราะอีกครั้ง

“เพื่อนกันย่ะ ไม่มีอะไร”

“จริงเร้อ” ลินลามองรอยยิ้มนั้นอย่างไม่เชื่อถือนัก ในสายตาของเธอ ปลายฝันไม่ใช่แค่ผู้หญิงสวยธรรมดา ๆ แต่เพื่อนสาวคนนี้มีเสน่ห์ของเพศหญิงเต็มตัว เข้มแข็งแต่ก็ไม่ทิ้งความอ่อนหวานน่ารัก นอกจากนั้นยังวางตัวดีจนน่าแปลกใจ เพราะในขณะที่นางแบบสาวในวงการเปลี่ยนคนรักกันเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่เห็นจะมีเพียง ‘หนูนิจ’ คนเดียวที่ไม่เคยมีใครมาควงให้เห็น ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงก็มีผู้ชายมากมายพร้อมใจกันต่อแถวเข้าคิวรอจะเป็นคนรักของหล่อน ตัวอย่างง่าย ๆ ก็อย่างเช่นนายแบบหนุ่มหล่อคนที่กำลังจะไปทำงานด้วยกันนี่แหละ ลมพยายามฝากรักหญิงสาวมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่ปลายฝันกลับเฉยเสียจนเพื่อนนางแบบหลายคนแปลกใจ เพราะลมนั้น นอกจากจะเป็นนายแบบรูปหล่อแล้ว ทางบ้านยังมีฐานะดี มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันทั้งประเทศ เรียกว่าทั้งหล่อทั้งรวย สาวคนไหนก็อยากได้ว่างั้นเถอะ

“ลมมันคงไม่อยากเป็นเพื่อนกับตัวเท่าไหร่หรอกน่า มันชอบตัวออกจะตายใคร ๆ ก็รู้” ลินลาเปรยต่อไป หวังจะได้เห็นความผิดปกติบนดวงหน้านั้นบ้าง แต่ก็ไม่...

“เราก็ชอบลม” คำตอบนั้นเฉยเมย “แต่ชอบอย่างเพื่อนนะ...”

“ว้า เลยอดทำข่าวกันพอดี” ลินลาร้อง เรียกเสียงหัวเราะจากทั้งมินนี่และเจ๊มิ้นต์ได้อย่างครื้นเครง “เออ ถ้างั้นเปลี่ยนเรื่องก็ได้ อยากรู้เรื่องคุณไกด์ เขาจีบตัวด้วยหรือเปล่าน่ะ”

ปลายฝันอมยิ้มขันเมื่อนึกถึงชายหนุ่มผิวขาว หน้าตาอารมณ์ดี ผู้ถูกอ้างถึงคนนั้น กัมพลเป็นหนึ่งในเพื่อนไม่กี่คนที่ยังคงคุยกับเธอสม่ำเสมอหลังจากจบมหาวิทยาลัยแล้ว และเป็นหนึ่งในเพื่อนไม่กี่คนเช่นกันที่เธอเห็นว่านิสัยดี น่าคบหา แต่ความจริงก็คือ เขาไม่เคยสนใจหรือคิดอะไรพิเศษกับเธอ

“ลิคิดงั้นเหรอ”

“ไม่รู้ซี ก็เห็นสนิทสนมกันดี ไอ้เราก็ประเภทอยากรู้เรื่องชาวบ้านเสียด้วย ตกลงมีอะไรในกอไผ่บ้างไหม บอกหน่อยสิ ไม่เอาไปลงนิตยสารกอซซิปเล่มไหนหรอกน่า”

“ถ้ามีอะไรในกอไผ่จริง สงสัยป่านนี้มีลูกไปหนึ่งคนแล้วจ้ะ” เป็นคำตอบขัน ๆ “เรารู้จักกับไกด์ตั้งแต่ยังเรียนแน่ะ จบนิเทศฯ มาด้วยกัน ก็เลยสนิทกัน มีแค่นี้แหละ มากกว่านี้ไม่มีแล้ว”

“จริงอ้ะ” เมื่อเห็นว่าเพื่อนอารมณ์ดี ลินลาก็เลยได้ทีถามต่อเรื่อย ๆ “แล้วกับลมล่ะว่าไง ถามจริง ตัวไม่คิดอะไรจริง ๆ เหรอ เราว่าลมน่ะชอบตัวจริง ๆ นะ”

ปลายฝันหลุบตาลงต่ำกับคำถามนี้ เธอนึกถึงผู้ชายหน้าตาดี นิสัยดี คนที่ดูจะเอาใจใส่เธอจริงจังกว่าใคร หากหัวใจของเธอกลับลังเลที่จะตอบรับรักของเขา ด้วยเหตุผลที่จะว่าไปแล้ว ก็ไม่เห็นจะเป็นเหตุผลสักนิดเดียว จึงตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องว่า

“ขอเวลานอกก่อนแล้วกัน เกือบบ่ายโมงแล้ว จะไปกันหรือยัง เดี๋ยวสายคุณขวัญข้าวจะรอนาน”

“อุ๊ย ลืม” ลินลาอุทานเมื่อนึกขึ้นได้ถึงนัดเช็กเสื้อผ้ากับสไตล์ลิสต์ของนิตยสารที่เธอและปลายฝันจะต้องไปถ่ายปกคู่กันในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้า หญิงสาวรีบลุกขึ้นยืน สองมือจัดเดรสสั้นที่สวมอยู่ให้เรียบร้อย “ถ้างั้นรีบไปกันเลยดีกว่า ไปรถตัวนะ วันนี้เราไม่ได้เอารถมา”

“ได้เลย” ปลายฝันพยักหน้า เธอหันไปยิ้มให้เจ๊มิ้นต์ “ถ้าอย่างนั้น หนูลงคิวไว้เลยนะคะ วันศุกร์หน้า งานเปิดสตูฯ คุณไกด์ เรื่องเสื้อผ้า เจ๊จัดมาได้เลยค่ะ นัดซ้อมเมื่อไหร่ยังไงโทรบอกนิจด้วยนะคะ”

“ห้ามให้ชุดของนิจสวยกว่าหนูนะเจ๊” ลินลาแทรกเสียงใส “ถ้าเกิดช่างภาพสุดหล่อของหนูไปหลงยัยนิจ หนูโกรธตายเลย! คนนี้หนูจริงจังด้วย”

ปลายฝันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับคำพูดเล่น ๆ ของอีกฝ่าย โดยที่ไม่มีโอกาสรู้เลยว่าสักวันหนึ่งคำพูดนั้นจะย้อนกลับมาแทงใจ และทำให้เธอต้องเจ็บปวดอย่างที่สุด

 

เสียงโทรศัพท์ภายในที่ดังขึ้นทำให้หญิงสาวสวยคนนั้นเงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่กำลังอ่าน คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยขณะกดปุ่มรับสาย

“คุณนิจมาค่ะ” คำรายงานที่ได้ยินทำให้สีหน้านั้นละมุนลง

“ให้เข้ามาได้เลยจ้ะ” หล่อนบอกอนุญาต “แล้วเอาน้ำส้มคั้นมาให้คุณนิจด้วยแก้วหนึ่งนะจ๊ะ”

ประตูเปิดออก หญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามา วงหน้าที่ได้เห็นคล้ายคลึงกับหญิงสาวเจ้าของห้องอย่างเห็นได้ชัด หากการแต่งกายออกจะแตกต่างกันอยู่มาก เพราะในขณะที่ฝ่ายแรกสวมเสื้อผ้าสีสดฉูดฉาดดูทันสมัย แต่เสื้อผ้าของฝ่ายหลังกลับดูเรียบ ๆ หากแฝงความหรูหราอยู่ในที

“ว่าไงนิจ วันนี้แวะมาเยี่ยมนัจได้” คำเรียกนั้นบอกความสนิทสนมชัด ความที่อายุห่างกันเพียงปีเดียว ทำให้หญิงสาวทั้งสองใช้สรรพนามแทนตัวด้วยชื่อเล่น ไม่ได้เรียกกันว่าพี่หรือน้องเช่นพี่น้องคู่อื่น

ปลายฝันนั่งลงบนเก้าอี้หนังขนาดใหญ่สีขาวสะอาด นัยน์ตาดำขลับมีประกายสับสนบางอย่าง แต่เพียงครู่เดียวก็สงบลงตามเดิม

“ไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่นึกถึงขึ้นมาน่ะ” ประโยคท้ายมีนัยบางอย่างซ่อนอยู่ลึกซึ้ง นั่นสินะ เธอหวนนึกถึงพี่สาวก็เพราะ ‘ใครคนหนึ่ง’ ที่บังเอิญได้เจอ “พอดีนิจแวะมาคุยเรื่องเสื้อผ้ากับสไตล์ลิสต์แถว ๆ นี้ ก็เลยแวะมาหา”

“เล่มไหนล่ะจ๊ะ ถ่ายลงข้างในหรือลงปก”

“ลงปกน่ะ เพชรพราวครบรอบสองปี จะถ่ายนางแบบสองคน นิจกับลิล่า”

“พักนี้ลิล่าดังน่าดูเหมือนกันนะ” ปลายฝนว่า “นิจเองก็เถอะ พักนี้งานเยอะจริง เหนื่อยหรือเปล่า”

ปลายฝันเพียงแต่ยิ้ม

“ไม่หรอก นิจชินแล้วล่ะ”

“แล้วนิจได้ไปเยี่ยมพ่อกับแม่บ้างไหม วันก่อนนัจก็เพิ่งไปมา แวะไปดูรีสอร์ตด้วย เสร็จเมื่อไหร่คงต้องรบกวนนิจให้เป็นนางแบบให้”

ปลายฝันยิ้มเช่นเคย รีสอร์ตที่อีกฝ่ายพูดถึงชื่อ ‘ศิลาดล’ เป็นรีสอร์ตหรูหรา หนึ่งในเครือธุรกิจของตระกูลศิวาลัย และเจ้าของก็ไม่ใช่ใครอื่น วศิน ศิวาลัย สามีของปลายฝนนั่นเอง ผู้ชายคนนั้นกว้านซื้อที่ดินแถบชายทะเลบริเวณใกล้บ้านของคนรัก และสร้างรีสอร์ตสุดหรูขึ้น นัยว่าเป็นของขวัญวันแต่งงานสำหรับเจ้าสาวคนสวย ก็แล้วอย่างนี้จะไม่ให้พ่อแม่ของเธอสุดปลื้มลูกเขยได้อย่างไร

“ได้ซี” เธอยิ้มรับ เปลี่ยนเรื่องว่า “แล้วนี่นัจยุ่งไหม”

“วันนี้ไม่มีอะไรเท่าไหร่ อีกเดี๋ยวก็ว่าจะกลับแล้วล่ะ ว่าแต่นิจอยากได้ของว่างอะไรไหม นัจสั่งมาแต่น้ำส้มเท่านั้นแหละ ตั้งใจว่าจะถามนิจก่อน ไม่แน่ใจว่าลดน้ำหนักอยู่หรือเปล่า ต้องระวังรูปร่างไหมช่วงนี้”

ปลายฝันสั่นศีรษะช้า ๆ ไม่นึกอยากอะไรทั้ง ๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องอดอาหารในช่วงนี้ มีความตื้อบางอย่างรบกวนอยู่ในอารมณ์ตลอดระยะสองสามวันนี้และเธอก็สับสนกับมันเป็นนักหนา

และคนที่ทำให้เธอต้องเป็นอย่างนี้ไม่ใช่ใครไหนอื่น แต่เป็น ‘เขา’ นั่นเอง

จากวันที่พบวายุ เธอรู้ดีว่าอารมณ์ของตัวเองไม่ปกตินัก มีทั้งความลังเล และไม่แน่ใจอยู่ในความรู้สึก ยอมรับว่าตลอดเวลาที่เดินอยู่ในคอนโดมิเนียมแห่งนั้น เธอคาดหวังที่จะได้พบเขาอีกครั้ง แม้จะเดาได้จากทีท่าว่าเขาคงไม่อยากพบเธอเท่าไหร่นัก แต่เธอก็ยังอยากจะพบเขา อยากรับรู้ว่าชีวิตของเขาเป็นอย่างไรบ้าง เขาจะสุขหรือเศร้า หรืออยู่ดีมีสุขอย่างไร เธออยากเหลือเกินที่จะรู้

และใช่แล้ว การพบเขาทำให้เธออดไม่ได้ที่จะนึกถึงพี่สาวคนสวย คนที่ผลักความรู้สึกของเธอให้ตกเป็นแค่ ‘เงา’ เสมอมา แม้ทุกวันนี้เธอจะโดดเด่น มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าปลายฝน ตัวตนของเธอก็กลับหลงเหลือเพียงแค่ ‘เงา’ ราง ๆ เท่านั้น... ไม่ต่างไปจากเดิมเลย

มองหน้าพี่สาวอีกครั้ง ปลายฝนกำลังอ่านเอกสารบนโต๊ะอย่างตั้งใจ ผมสลวยสีน้ำตาลอ่อนยาวเคลียบ่าล้อมกรอบวงหน้ารูปไข่ที่มีแก้มอิ่มแดงใสน่าเอ็นดู เครื่องหน้าทุกชิ้นได้สัดส่วนสวยละเอียด ทั้งบอบบาง สะอาดตา หากขณะเดียวกันก็ดูมีชีวิตชีวาในทุกอิริยาบถ

ช่างผิดกับเธอ ปลายฝันอดไม่ได้ที่จะคิดเปรียบเทียบอย่างไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแต่อย่างใด ด้วยชินเสียแล้วกับความเป็นรองเสมอมา ที่แม้จะพยายามเสริมแต่งสักแค่ไหน แต่ภาพที่ได้เห็นก็ยังคงไม่พ้นเงาของ ‘หญิงสาวแสนเศร้า’ อยู่นั่นเอง ช่างภาพและสไตล์ลิสต์หลายคนที่เคยทำงานร่วมกันรู้ถึงจุดนี้ดี และต่างออกปากเป็นเสียงเดียวกันว่า

“นิจนี่ถ่ายภาพสดใสไม่ขึ้น ต้องคอนเซ็ปต์เศร้า ๆ หรือใช้อารมณ์ลึก ๆ ถึงจะเหมาะ”

ก็แล้วความเศร้านั้นมาจากอะไรล่ะ ปลายฝันอดไม่ได้ที่จะคิดถึง ‘ใครคนหนึ่ง’ คนที่ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าสำคัญกับเธอมากแค่ไหน ตลอดเวลาสายตาของเขามีไว้เพื่อปลายฝนเท่านั้น ในขณะที่เธอมีความหมายก็เพียงแค่... น้องสาวของผู้หญิงคนสำคัญของเขา ก็เท่านั้นเอง

หัวใจสับสนเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เธออดไม่ได้ที่จะลอบมองพี่สาวอีกครั้ง ความงดงามนั้นเด่นชัดทั้งที่ผิวพรรณละเอียดผ่องใส และเสื้อผ้าที่หรูหราประณีต ส่งให้เจ้าตัวดูโดดเด่นจับนัยน์ตา และสิ่งนั้นก็มาจากบารมีของสามีเจ้าของโรงแรม ‘วศิน ศิวาลัย’ อย่างแท้จริง เขาทั้งรักและดีต่อปลายฝนในทุกสิ่ง อะไรที่พี่สาวของเธอต้องการ เขาพร้อมเสาะแสวงหามาให้เสมอ ไม่เคยเลยที่จะขัด ทั้งยังเอาใจใส่ดูแลไม่เคยขาด เธออยากจะคิดว่าพี่สาวโชคดีเสมอในเรื่องของหัวใจ ผู้ชายที่ผ่านเข้ามาล้วนแต่เป็นคนดี และพร้อมจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้ ไม่ว่าจะเป็นวศินผู้ชายคนปัจจุบัน หรือแม้แต่ผู้ชายในอดีตอย่างเขา... วายุ

นึกถึงวงหน้าคมคายแจ่มใส นัยน์ตาดำคมที่มองมา และการพบเจอกันโดยบังเอิญที่เกิดขึ้นแล้วหัวใจของปลายฝันก็กระตุกวูบ... กับความคิดที่ผ่านเข้ามาในขณะนั้น ก็ในเมื่อโชคชะตาทำให้เขากับปลายฝนต้องเลิกกันไป จะเป็นไปได้ไหมที่ทุกอย่างจะพลิกกลับ และเขาจะหันมามองเธอบ้าง จะเป็นไปได้ไหมที่ความฝันที่เธอเคยได้เฝ้านึกตลอดมาจะกลายเป็นความจริง และจะเป็นไปได้ไหมที่ความรักของเธออาจจะสมหวังกับใครเขาบ้าง

“นิจ...” เสียงเรียกนั้นทำให้เธอตื่นจากภวังค์ นัยน์ตากะพริบถี่

“เป็นอะไรหรือเปล่า นั่งนิ่งเชียว นัจเรียกก็ไม่ได้ยิน”

ปลายฝันมองวงหน้าแสนสวยที่มองมา แล้วความฝันทั้งหมดก็สลายไปเพียงนั้น เธอยิ้มฝืน

“คิดเรื่องงานนิดหน่อยน่ะ ไม่มีอะไรหรอก แล้วนี่เดี๋ยวนัจจะกลับเลยหรือเปล่า จะให้นิจไปส่งไหม หรือว่าต้องรอคุณหิน”

“รอจ้า เย็นนี้ว่าจะไปดินเนอร์ที่สุริยาวรินทร์ นิจสนใจจะไปด้วยกันไหม”

“อย่าดีกว่า ไม่อยากขัดคอ” ปลายฝันตอบตรง ๆ

“ขัดคออะไรกันจ๊ะ อย่ามาล้อคนแต่งงานแล้วดีกว่า ว่าแต่นิจเถอะ ยังไม่คิดจะตกลงปลงใจกับใครบ้างเหรอ นัยว่าคุณลมมาสนใจ หนังสือกอซซิปสตาร์เล่มล่าสุดเขาลงบทสัมภาษณ์ คุณลมพูดถึงนิจเสียหวานหยดเชียว... คนนี้แหละใช่แน่ ๆ ไม่ว่านานเท่าไหร่ผมก็จะรอ”

ปลายฝันยิ้มอีกครั้ง เธอไม่มีคำตอบใดให้กับพี่สาว ไม่กล้าแม้จะบอกว่าแท้จริงแล้ว เธอได้พยายามเปิดรับความรู้สึกของลมหลายต่อหลายครั้ง หากมันก็ล้มเหลวลงทุกครั้ง ด้วยความรู้สึกส่วนตัวของเธอเอง

“จริง ๆ คุณลมก็น่ารักดีนะนัจว่า หน้าตาเขาก็ดี พูดจาดี นิสัยก็ไม่เลว ฐานะทางบ้านก็โอเคเลย นัจว่าพ่อกับแม่น่าจะชอบเขานะ นิจไม่สนใจเขาจริง ๆ เหรอ”

ปลายฝันยังคงยิ้มเฉย สีหน้านั้นทำให้คนเป็นพี่สาวขยับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกขัดด้วยเสียงเคาะประตูเสียก่อน

“นัจ รอผมนานไหม” ประตูถูกเปิดออก แล้วร่างสูง ๆ ของวศินก็ก้าวเข้ามา เขาเป็นชายหนุ่มผิวขาว หน้าตาคมคายสะอาดสะอ้าน และมีแววตาอ่อนโยนใจดี เมื่อสบตาน้องสาวของภรรยา เขาก็ยิ้มให้ ก่อนจะทักทายอย่างเป็นกันเอง “อ้าว นิจแวะมาหานัจเหรอ ไม่ได้เห็นหน้าเสียนาน งานยุ่งล่ะสิ”

ปลายฝันพนมมือไหว้พี่เขย เธอมองรอยยิ้มแสนสุขและแววตาอ่อนโยนของคนทั้งคู่แล้วหัวใจพลันก็เจ็บแปลบ ด้วยความรู้สึกลึก ๆ ที่ฝังอยู่ในใจตลอดมา

อย่างรวดเร็วที่ร่างระหงลุกขึ้นยืน รอยยิ้มนั้นเป็นไปโดยอัตโนมัติ

“กำลังจะไปพอดีค่ะคุณหิน นัจ... แฟนมาแล้ว นิจไม่กวนละ แล้วไว้ว่าง ๆ นิจแวะมาใหม่แล้วกันนะ”

โดยไม่รอคำทักท้วง หญิงสาวก้าวออกจากห้องให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม แววตาและท่าทางของคนทั้งคู่ก็ยังคงฝังอยู่ในความรู้สึก และติดตามมารบกวนจิตใจอีกนานแสนนาน


นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนเมื่อปลายฝันขับรถกลับมาถึงคอนโดมิเนียมที่พัก เธอดับเครื่องยนต์อย่างเลื่อนลอยนิด ๆ นัยน์ตามองผ่านไปที่กระจกหน้า และภาพที่ได้เห็นก็ทำให้เธอนิ่งไป

คนในกระจกเป็นหญิงสาวสวยอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตายาวได้รูปสวยงดงามด้วยอายแชโดว์สีฟ้ากระจ่าง และอายไลเนอร์ที่ถูกกรีดจนหน่วยตาดูกลมโต จมูกโด่งเรียว ริมฝีปากหยักเล็กเต็มอิ่มละมุนละไมด้วยลิปสติกสีอ่อน ผิวขาวผ่องเนียนกระจ่างด้วยรองพื้นเนื้อดี

ปลายฝันกะพริบตา แล้วภาพตรงหน้าก็เลือนหายไป เธอสลัดศีรษะไปมาคล้ายจะเรียกความรู้สึกให้กลับคืนมา ก่อนจะก้าวลงจากรถ

หวนนึกถึงมื้ออาหารเงียบ ๆ ที่ร้านอาหารร้านโปรดเมื่อครู่ที่ผ่านมา แล้วหัวใจก็สงบลง หลายต่อหลายครั้งในยามที่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือไม่สบายใจ เธอจะใช้เวลานั่งอยู่คนเดียวเงียบ ๆ เพื่อนึกถึง ‘ใครคนหนึ่ง’ คนที่เคยเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้เธอยิ้ม และหัวเราะได้เสมอมา

ใครคนหนึ่งคนนั้น...วายุ

หญิงสาวถอนใจยาวราวจะหยุดความคิดลงเพียงนั้น ประตูลิฟต์เปิดออก และเธอก็ก้าวออกไป เบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อหยิบกุญแจจากกระเป๋าสะพายใบใหญ่ และเมื่อเธอเงยหน้าขึ้น ช่วงเวลาก็เหมือนจะหยุดชะงัก

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องตรงข้ามคนนั้นช่างเจนตาเจนใจ แม้เขาจะหันข้าง แต่ปลายฝันกลับมองเห็นถึงรายละเอียดบนใบหน้านั้นได้อย่างชัดเจน หัวใจของเธอวูบต่ำ แล้วกลับพุ่งขึ้นสูงด้วยหลากหลายความรู้สึกในใจ เขา... เขาจริง ๆ

เธอแน่ใจว่าครางชื่อนั้นในใจแท้ ๆ แต่กลับได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งพูดออกไป

“หว้า!”

อีกฝ่ายชะงักไป นัยน์ตาดำคมเบนกลับ มือชะงักจากการไขกุญแจห้อง ในครั้งแรกเขามองหญิงสาวนิ่ง ๆ อยู่เป็นครู่ แต่แล้วหน่วยตาคู่นั้นก็เป็นประกายลึก ท่าทางบอกชัดถึงความระแวดระวัง

หากดูเหมือนปลายฝันจะไม่ทันเห็น ขณะนั้น ความรู้สึกของเธอมีแต่ความดีใจ และตื่นเต้น หัวใจของเธอเต้นแรง แก้มแดงปลั่ง รอยยิ้มแจ่มใส

“หว้าพักอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย วันนั้นเสียดายไม่ทันได้ทักกัน สบายดีใช่ไหม ไม่ได้เจอกันตั้งนานแน่ะ”

นัยน์ตาดำคมประสานกับนัยน์ตางดงามของอีกฝ่าย เขามองหล่อนด้วยสายตาคล้ายกำลังประเมินบางอย่าง ตั้งแต่เสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพง การแต่งหน้าที่แนบเนียน และหน้าตาที่ดูสดใสอย่างจริงใจ น้ำเสียงของปลายฝนย้อนกลับมาในความทรงจำอีกครั้ง

“นัจจำเป็นจริง ๆ หว้าเข้าใจนัจใช่ไหม นิจเขาอยากเรียนสาขาแฟชั่น เขาชอบแต่งตัว เสื้อผ้าของเขามีแต่ของราคาแพง แล้วจะให้นัจทำยังไงได้ นัจหาเงินส่งให้เขาทุกเดือน เขาก็บอกว่าไม่พอใช้ นัจไม่มีทางเลือกนอกจากต้องแต่งงานกับคุณหิน เขาช่วยครอบครัวนัจได้...”

วูบนั้นที่วายุนึกรังเกียจผู้หญิงตรงหน้า แค่เพราะสิ่งของภายนอกที่หล่อนต้องการ ทำให้ปลายฝนต้องเดือดร้อน และทำให้เขากับหญิงสาวคนนั้นต้องแคล้วคลาดกันไป

ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด ก็เพราะความต้องการของผู้หญิงคนนี้

นัยน์ตาคู่นั้นหรี่ลงช้า ๆ

“คงไม่สบายไปกว่าคุณ”

ปลายฝันชะงัก น้ำเสียงนั้นเย็นชา และแววตาก็เย็นเยียบ ท่าทางของเขาบอกถึงความรังเกียจเดียดฉันท์ชัดเจน ไม่ผิดกับวันนั้นเลย...

ก็แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เธอขยับจะถาม แต่เหมือนจะช้าเกินไป เพราะเขาพูดต่อเสียก่อน น้ำเสียงนั้นเข้มจัด

“คุณถามผมทำไมในสิ่งที่คุณก็รู้ดีอยู่แล้ว คุณได้สิ่งที่ต้องการแล้วนี่ ถามจริง ๆ เถอะนะ คุณทำร้ายพี่สาวของคุณได้อย่างไร ผมไม่เคยเข้าใจคุณเลยจนวันนี้”

คิ้วของปลายฝันขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจอะไรเลย วายุพูดเรื่องอะไรกัน เขาหมายความว่าอย่างไร

“หว้า...” เธอเรียกชื่อเขา น้ำเสียงบอกชัดถึงความแปลกใจ “นิจทำอะไรนัจ นิจไม่เห็นเข้าใจ หว้าพูดเรื่องอะไรน่ะ มีอะไรเข้าใจผิดหรือเปล่า ถามนิจได้นะ”

วายุชะงัก น้ำเสียงที่หล่อนเรียกชื่อเล่นของเขาฟังสนิทสนมขัดหูอย่างบอกไม่ถูก และเขาก็ไม่พอใจรุนแรง จริงอยู่ กับคนอื่น ๆ เขาไม่เคยหวงชื่อเล่น ใครอยากเรียกอะไรก็เรียกไป แต่กับหล่อน แค่ได้ยินเสียง ก็นึกรังเกียจเสียแล้ว

ชายหนุ่มกวาดสายตามองผู้หญิงตรงหน้าทั่วตัวอีกครั้ง เขามองเสื้อผ้า หน้าตาที่ตกแต่งไว้ครบครัน ผมดำยาวเซ็ทเป็นทรงสวย... กระเป๋า รองเท้า ทุกอย่างล้วนเป็นของแบรนด์เนม พอนึกถึงอาชีพของหล่อน... ‘นางแบบ’ ก็แค่ผู้หญิงที่อยากอวดความสวยความงามให้คนอื่นได้เห็น ได้แต่งตัวสวย ๆ ใช้ชีวิตหรูหรา อยู่ในสังคมมีหน้ามีตา ก็คงแค่นั้นเองที่หล่อนต้องการ

คำพูดของปลายฝนย้อนกลับมาในความทรงจำอีกครั้ง ผู้หญิงฟุ้งเฟ้อ ชอบแต่ของราคาแพง ใช้ชีวิตหรูหรา ฟุ่มเฟือย... ช่างน่าสมเพชเวทนา

แววตาที่มองมาทำให้ปลายฝันชะงักไป สายตาของคนตรงหน้าไม่ได้บอกแค่ความไม่พอใจ ตรงกันข้าม มันแฝงรอยดูถูก รังเกียจ และเหยียดหยามอย่างชัดแจ้ง และสิ่งนั้นทำให้เธอไม่เข้าใจ เธอไปทำอะไรให้เขากัน เขาว่าเธอทำร้ายปลายฝน ก็แล้วเธอทำอะไร เธอไม่เข้าใจ

“หว้าเป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงพูดแบบนั้น”

ดูเหมือนคำประท้วงของเธอจะไม่มีความหมาย วายุยังคงมองเธอด้วยนัยน์ตาดำเข้มอยู่อย่างนั้น นิ่งอยู่ชั่วอึดใจ เขาก็พูดขึ้นช้า ๆ ด้วยถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของคนฟังไหววูบ

“ผมชื่อวายุ ขอความกรุณาอย่าเรียกผมว่า ‘หว้า’ อีก ชื่อนี้ผมเอาไว้ให้คนสนิทเรียก และเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” ประโยคนั้นจบลง พร้อม ๆ กับวงหน้าคมคายที่ก้มลงต่ำ อาการไขกุญแจ ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องดูสงบนิ่ง และแน่นอน เขาไม่ได้หันมามองเธอที่ยืนอยู่ตรงนั้นอีกเลย

 

------
ติดตามเรื่องราวต่อไปได้ในรูปแบบรูปเล่ม "เงารักซ่อนใจ " โดย ติญญา ค่ะ

 

 

คอมเมนต์ 

 
+1 #1 dolphin
อ่านจบแล้วสนุกม ากเลยค่ะ
อ้างอิง
 
 
0 #2 ทิพ
หลงรักคนมีเจ้าข อง แอบมองอยู่เป็นป
เงาทะมึนโดนใจมา กค่ะ
อ้างอิง
 
 
+3 #3 nidnoi
วายุใจร้าย ใจร้าย ๆๆๆๆ
อ้างอิง
 
 
+2 #4 nan*da
อ่านจบแล้วชอบมา กเลย
แต่เจ็บปวดดีพิล ึก
อ้างอิง
 
 
+1 #5 ืีืnun
กรุณาอย่าเรียกผ มว่า หว้า ผมชื่อ วายุ

อ๊ากกกกก โดนประโยคนี้ไปค งช็อกแน่
อ้างอิง
 
 
+2 #6 jubJib
ติญญาเชียนได้บี บคั้นเหลือเกิน
อ้างอิง
 
 
+1 #7 ิsawee
อยากอ่านเล่มใหม ่ของติญญาแล้วค่ ะ เมื่อไหร่จะออกล ่ะคะ
อ้างอิง
 
 
0 #8 to_nut
ติญญาเค้าเขียนส นุกเนอะ ^^
อ้างอิง
 
 
0 #9 excimmive
Hello, who noted how the new year?
อ้างอิง
 
 
0 #10 prednisone
Hello, who noted how the new year?
buy prednisone 20mg
อ้างอิง
 
 
0 #11 DyncDokeinife
What is your favorite sitcom most?
buy zithromax
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

Your Shopping Cart

Your Shopping Cart
รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

button_checkout
button_how
button_delivery

button_tel

Wallpaper สำหรับแฟนๆ

Links

cs

school

b_job