| เล่ห์ซ่อนรัก ภาคพิเศษ ...ซึ้ง |
1
เล่ห์ซ่อนรัก(...ภาคพิเศษสำหรับแฟน ๆ...)‘ซึ้ง’ ตรีปวายขบเม้มริมฝีปากจนแทบกลายเป็นเส้นตรง สายตาเปี่ยมหวังของหล่อนตอนนี้จ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มในชุดสุดโปรดของหล่อนที่ยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านนิตยสารวงการแพทย์ในมือราวกับว่าคำพูดของหล่อนก่อนหน้านี้เป็นเพียงเสียงแมลงหวี่บินผ่าน “หมอโหขา...นะคะ” ตรีปวายเอ่ยอ้อนหลังจากอดรนทนไม่ได้กับท่าทีเฉยเมยนั้น หญิงสาวผุดลุกขึ้นเดินตรงเข้าไปหา เป้าหมายซึ่งคือแขนแมนแสนล่ำที่โผล่พ้นเสื้อยืดแขนสั้นยั่วสายตา “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยหวาย!” มโหระทึกเอ่ยเสียงดัง นิ้วชี้เขาเหมือนไม้กายสิทธิ์เพราะเมื่อยื่นชี้ออกมาหญิงสาวก็ชะงักกึก “ทำไมละค้า วันนี้หวายยังไม่ได้คลุกวงในหมอเลยนะ...เราไม่ได้ ‘ขั้นเทพ’ กันมาหลายวันแล้วด้วย” ตรีปวายเอ่ยเสียงละห้อย สีหน้าละเหี่ยส่งตาปรอยไปยังแผงอกกว้าง...ที่หมายการคลุกวงใน “ต้องไม่ใช่ตอนที่คุณอยากให้ผมทำตามคำขอร้องแบบนี้!” มโหระทึกบอกเสียงขุ่น ตรีปวายอมยิ้มกับคำตอบ หรี่ตาเจ้าเล่ห์มองคุณหมอหนุ่ม “หมอโหกลัวใจอ่อนใช่ม้า...แหม ๆ หวายเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าจุดอ่อนของหมออยู่ที่กอดอุ่น ๆ จากหวาย ฮิฮิฮิฮิ” เสียงหัวเราะประหลาดของหญิงสาวไม่ทำให้มโหระทึก หงุดหงิดเท่าถ้อยคำใจความประโยคคำพูดซึ่ง...แทงใจดำพิลึก! สีหน้ายังไม่คลายอาการบูดบึ้งของชายหนุ่มทำให้ตรีปวายสะดุดหัวเราะ กระแอมเบา ๆ ก่อนขยับก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด “เราก็แค่เป็นอย่างที่เราเคยเป็น ไม่เห็นจะยากเลย” เสียงอ้อน ๆ ของหญิงสาวยังไม่ส่งผลน่าพอใจเช่นเคย เพราะชายหนุ่มยังคงหน้าตึง “ผมไม่เข้าใจจริง ๆ เลยหวาย คุณกับพี่สาวคุณเล่นอะไรเป็นเด็กอยู่ได้” แม้เสียงติดจะขุ่นแต่ก็ลดน้ำหนักความเข้มของเสียงลงจนตรีปวายอมยิ้ม ...กิริยาแบบนี้เธอคุ้นดี...แปลว่าใจอ่อนแล้ว “เราทุกคนมีความเป็นเด็กในตัวกันทั้งนั้นแหละค่ะ อย่างหมอโหตอนนี้ก็...เล่นตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้” ตรีปวายว่าพลางหัวเราะเบา ๆ ...ขยับเข้าใกล้อีกนิดโดยที่ชายหนุ่มซึ่งมัวแต่ถอนหายใจหนัก ๆ ไม่ทันได้สังเกต “เป็นอันว่าหมอโหตกลงนะคะ” หลังประโยคนี้...ตรีปวายก็ขยับมานั่งเกาะแขนแสนล่ำของชายหนุ่มโดยที่เจ้าของแขนขยับหนีไม่ทัน แม้จะใช้สายตาขุ่นขึ้งตวัดมองคนเกาะแขนอยู่ แต่มโหระทึกก็ยอมรับว่า...ใจมันอ่อนยวบไปตั้งแต่สบสายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นแล้ว...ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจกับการใจอ่อนของตัวเอง กิริยาอ่อนอกของเขาทำให้หญิงสาวได้แต่ร้องไชโยลั่นห้อง “หมอโหน่ารักที่สุดในโลก!” ตรีปวายกรี๊ดกร๊าดเขย่าแขนชายหนุ่มเบา ๆ มโหระทึกอมยิ้มหรี่ตามอง “เพิ่งรู้หรือไง” เขาบอกหยิ่ง ๆ เสียงหัวเราะชอบอกชอบใจของหญิงสาวทำให้หัวใจพองโตได้อย่างประหลาด “รู้มาตั้งนานแล้วค่ะ ว่าแต่...เราจะเริ่มต้นการแข่งขันได้หรือยังคะ” ประโยคลงท้ายของตรีปวายทำให้เขาถอนหายใจอีกครั้ง “เริ่มตอนนี้แล้วจะมีใครเห็น คู่แข่งขันของคุณจะรู้ได้ยังไงว่าเราเริ่มแล้ว” มโหระทึกถามเสียงยานคาง “แหม ๆ พยานเยอะแยะจะตายไป พี่พยาบาลหน้าห้องเอย พี่รปภ.พาแลงเอย พี่ศิราเอย เดี๋ยวพอเราเดินออกจากห้องไปหวายจะเริ่มทันที รับรองว่าข่าวนี้รั่วถึงหูคู่นั้นแน่ ๆ” ตรีปวายบอกอย่างมั่นอกมั่นใจ “แต่ตอนนี้...หวายว่าเราทำงานก่อนดีกว่านะคะ” ไม่พูดเปล่า หญิงสาวผละจากแขนชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากุกกักหยิบเครื่องบันทึกเสียงและสมุดจดพร้อมดินสอออกมาวางบนโต๊ะ การเปลี่ยนเรื่องคุยปุบปับทำให้มโหระทึกได้แต่ส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีไปกว่านั้น ตั้งแต่สะสางเรื่องระหว่างเขากับทำบุญได้ แม้ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนจะไม่ได้กลับมาสนิทสนมเหมือนเมื่อห้าปีก่อน แต่ก็ก้าวมาสู่ระดับน่าพอใจ ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างเขาและหญิงสาวผู้เข้ามาก่อกวนหัวใจ ก่อความวุ่นวายจนทำให้ความจริงที่หายไปโผล่ผุดขึ้นมาให้แจ่มชัดกลับรุดหน้ารวดเร็วเสียจนแม้แต่ตัวเขาเองก็คาดไม่ถึง มโหระทึกยอมรับว่า ตรีปวายไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยสะดุดตา ไม่ได้มีใบหน้าสมบูรณ์แบบพิมพ์นิยมสาว ๆ ยุคนี้ มิหนำซ้ำเจ้าหล่อนยังเป็นคนแปลกจนเกือบประหลาดในสายตาคนอื่น ทว่าสำหรับเขาแล้ว นับวัน...ก็ยิ่งถูกใจ...นับวันพื้นที่หัวใจเขาก็ถูกครอบครองโดยผู้หญิงชื่อตรีปวายมากขึ้น...มโหระทึกชักแปลกใจตัวเองหน่อย ๆ...เขาโดนเชื้อความแปลกเข้าครอบงำหรือเปล่านะ? ไม่เคยมีใครได้ในสิ่งที่ต้องการทุกอย่าง มโหระทึกเคยได้ยินคำพูดนี้หลายครั้ง เขาไม่เคยซาบซึ้งกระทั่งมีหญิงสาวนามตรีปวายเข้ามาในชีวิต ทว่าสิ่งที่มาพร้อม ๆ กับความถูกใจ คือความเหนื่อยใจ หญิงสาวขยันหาเรื่องมาให้เขาได้ปั่นป่วนทั้งความคิดและหัวใจอยู่เป็นระยะ ๆ การตื๊อชนิดดื้อสะบัดเพื่อให้เขายอมถ่ายรูปประกอบบทสัมภาษณ์ ซึ่งก็สำเร็จ และผลตอบรับที่ได้คือมีรายการโทรทัศน์ติดต่อให้เขาไปปรากฏตัว แน่นอนว่าเขาปฏิเสธชนิดเด็ดขาด ตรีปวายเองก็ร่วมปฏิเสธแข็งขันโดยลืมไปว่าเจ้าหล่อนเองนั่นแหละเป็นคนจุดชนวน มโหระทึกเคยคิดว่าปฏิบัติการลากเขาไปโชว์ตัวที่สำนักพิมพ์เอเดนพับลิชชิ่งด้วยเหตุผลประหลาดที่ว่า ‘เพื่อเรียกน้ำนมแม่ลูกอ่อน’ นั้นเป็นเรื่องสุดยอดของปีแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้กลับเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดของสุดยอดเลยทีเดียว “หวายกับพี่ตรีเล่นเกม ‘แข่งหวาน’ กันค่ะ ของรางวัลคือทริปเที่ยวเชียงรายสามวันสองคืน คนแพ้จ่าย” หญิงสาวเอ่ยขึ้นหลังจากจบบทสัมภาษณ์เรียบร้อย “งั้นผมจ่ายให้เอง” มโหระทึกเสนออย่างใจป้ำ “ไม่เอาค่ะ” คำปฏิเสธทันควันเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีกรณีเล่นเกมระหว่างพี่น้องสองสาว ซึ่งทุกครั้งคนแพ้จะถูกปรับด้วยการจ่ายค่าเสียหาย “หวายเป็นคนเล่นก็ต้องจ่ายเอง หมอโหแค่ช่วยหวายเล่นก็พอแล้วค่ะ” “ผมไม่อยากให้หวายเหนื่อยที่จะเล่นนี่” เขาบอกเสียงเนือย...แย้งทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่สำเร็จ... “หวายไม่เหนื่อยหรอกค่ะ สนุกดีจะตาย ได้ทำอะไรตื่นเต้น ชีวิตมีสีสันดีออก อีกอย่างหวายเคยบอกหลายครั้งแล้วว่าเงินหมอก็คือเงินหมอ ถ้าหมออยากให้ หวายใช้เงินด้วยก็รีบมาขอหวายแต่งงานสิคะ...เป็นภรรยาคุณหมอมโหระทึกเมื่อไหร่ หวายจะตามใช้ทุกสลึงเลยค่ะรับรอง” คำยืนยันหนักแน่น แสนมั่นอกมั่นใจของหญิงสาวทำให้มโหระทึกได้แต่หัวเราะเบา ๆ ...อยากจะแย้งนักว่า...เขาพร้อมให้เจ้าหล่อนมาร่วมใช้เงินกระเป๋าเดียวกันตั้งนานแล้ว...แต่เป็นตัวเจ้าหล่อนเองนั่นแหละที่พอรู้ว่าเขาจะพูดเรื่องแต่งงาน ก็บ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบทุกครั้งไป... “เอาเถอะ...บอกมาว่าผมต้องทำยังไงบ้าง” มโหระทึกเอ่ยอย่างอ่อนใจ “ไม่ต้องทำอะไรเลยค่ะ หวายบอกแล้วไงว่าเป็นอย่างที่เราเป็นนั่นแหละดีที่สุด เพราะในข้อตกลงถ้าหวานแบบไม่เป็นธรรมชาติถือว่าแพ้ฟาล์วค่ะ” ยิ่งฟัง มโหระทึกก็ยิ่งอ่อนใจ เขาได้แต่ส่ายหน้าน้อย ๆ ยกมือยอมแพ้ก่อนเอ่ยเบา ๆ “เอา ๆ งั้นผมก็ไม่ต้องทำอะไรสินะ แค่อยู่เฉย ๆ” ตรีปวายส่ายหน้าจนผมสั้นสะบัด “หมออยู่เฉย ๆ ไม่ได้หรอก” “ทำไมล่ะ?” ชายหนุ่มถามกลับทันที ทว่าหญิงสาวไม่ตอบทันที กริยาขยับเข้ามาใกล้ยื่นมือทั้งสองข้างมาจับล็อกใบหน้าคุณหมอหนุ่มไว้...แววตาเจ้าเล่ห์นั้นทำให้มโหระทึกอมยิ้ม...รู้ทัน “หวายจะทำแบบนี้ แล้วก็แบบนี้...” จบประโยคหญิงสาวก็ทำปากจู๋ยื่นไปฝากจุ๊บสองแก้มซ้ายขวาของชายหนุ่มอย่างมันเขี้ยว เสียงหัวเราะเบา ๆ จากคุณหมอหนุ่มหยุดพายุจุ๊บของตรีปวายได้เป็นอย่างดี หญิงสาวเอียงหน้ามอง มือเรียวผละจากใบหน้านั้นแล้วเอ่ยว่า “หมอโหแน่ใจหรือคะว่าจะอยู่เฉย ๆ ได้” คำถามแสนท้าทายนั้น ทำให้มโหระทึกได้แต่ส่ายหน้าน้อย ๆ มือใหญ่เอื้อมไปกุมแก้มเนียน เลียนแบบกิริยาเมื่อครู่ของหญิงสาวไม่ผิดเพี้ยน “เฉยไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ แต่ว่า...ถ้าผมเริ่มตรงนี้ ก็ไม่มีคนเห็นสิหวาย แล้วอย่างนี้ใครจะเป็นพยานให้เราล่ะ” เขาถามยิ้ม ๆ ก่อนเปลี่ยนเป็นหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นว่านัยน์ตาของหญิงสาวตอนนี้ทอประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าพระจันทร์วันเพ็ญ “ไม่เป็นไรค่ะ หวายชอบเห็นก่อนคนอื่น ไม่มีพยานก็ช่าง หวายรู้ว่า ‘หวาน’ จริง ๆ คนเดียวก็พอแล้ว” มโหระทึกถอนหายใจอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีไปกว่านั้น ประโยคตีขลุมเข้าข้างตัวเองอย่างนี้ถ้าไม่มีก็คงเป็นตรีปวายตัวปลอมแน่ ๆ เขาชิน...และพร้อมจะชินแม้ในสิ่งแปลกยิ่งกว่านี้ ...จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อหลงรักไปจนหมดใจเสียแล้ว...คิดอย่างนึกขำตัวเองแล้ว ชายหนุ่มก็โน้มหน้าลงไปปฏิบัติการ ‘หวาน’ ด้วยความเต็มใจทันที ขณะเดียวกัน ณ คลินิกของมหุดิฤกษ์ ซึ่งวันนี้ปราศจากคนไข้เพราะคุณหมอหนุ่มติดธุระสำคัญ ป้าย ‘ปิดบริการ’ ถูกแขวนไว้หน้าร้านพร้อมการปิดไฟมืด...เว้นแต่ห้องพักส่วนตัวของทันตแพทย์หนุ่มซึ่งไฟเปิดสว่างจ้า ภายในห้องนั้นมีคนอยู่สองคน ขณะนี้ชายหนุ่มหญิงสาวทั้งคู่กำลังนั่งใกล้กันในระยะ...อันตราย... มหุดิฤกษ์ขยับเข้าไปใกล้ ยกมือโอบรอบไหล่บางของหญิงสาว รั้งร่างนั้นให้มาอยู่ในวงแขน หญิงสาวยังคงก้มหน้าหงุด เขาอมยิ้มพลางยื่นมืออีกข้างไปเขี่ยปอยผมรุ่ยร่ายให้พ้นดวงหน้าเนียนงาม พวงแก้มปลั่งซับสีเลือดแทบทำให้ระงับใจไม่อยู่ เขาโน้มหน้าลงไปใกล้หวังใช้จมูกสูดกลิ่นแก้มเนียน ทว่า...คนในอ้อมกอดกลับเงยหน้าขึ้นฉับพลันและเขาก็ไม่อาจเบรกกิริยาที่กำลังทำอยู่ได้ทัน...สุดท้าย มหุดิฤกษ์จึงตัดสินใจใช้ริมฝีปากอิ่มของคนในอ้อมกอดเป็นจุดสิ้นสุดปฏิบัติการ “ดะ...เดี๋ยวก่อน! นี่มันเกินไปแล้วนะ! ไหนบอกว่าแค่เบา ๆ ไง!” เสียงแว้ดหลังหลัดพ้นจากอุบัติเหตุโดยตั้งใจดึงรอยยิ้มของมหุดิฤกษ์ให้ย้อนกลับคืน เขาส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างไม่ยี่หระกับการโวยวายของหญิงสาว “ไม่ไหว ๆ ไม่เป็นธรรมชาติเลยคุณครู แค่กอดก็ตัวสั่น จูบทีนิ่งอึ้งอย่างนี้จะมีหวังชนะไหมนี่ อย่างนี้ต้องซ้อมหนักกว่านี้” เขาว่าพลางโน้มหน้าเข้าใกล้อีกครั้ง คราวนี้มือเรียวรีบยกขึ้นมาผลักดันใบหน้าทันที “อย่ามาฉวยโอกาสนะ!” ตรีประดับแว้ด “ที่บอกว่าจะบอกทางลัดเอาชนะยัยหวายน่ะ หาข้ออ้างลวนลามฉันเรอะ!” มหุดิฤกษ์ชะงัก แต่ยังไม่คลายอ้อมกอด “ลวนลามอะไรกันครูตรี คนเป็นแฟนกัน แตะนิด จับหน่อย นี่เป็นเรื่องธรรมดานะ” “ทั้งกอดทั้งจูบนี่เหรอแตะนิดจับหน่อยน่ะ หา!” หญิงสาวยังแว้ดต่อพลางบิดตัวเองหมายให้หลุดจากวงแขนแข็งแรง แต่ก็ไม่สำเร็จ “ระดับเราต้องแบบนี้แหละเหมาะสมแล้วครูตรี อย่าดิ้นน่า...คุณไม่อยากชนะน้องหวายเหรอ? คราวที่แล้วก็ไปพนันว่าน้องหวายไม่มีทางพานายหมอเล็กไปโชว์ตัวที่สำนักพิมพ์ได้ แล้วเป็นไงล่ะ แพ้หลุดลุ่ยเสียเงินค่าซื้อแพ็คเกจเที่ยวตั้งหลายหมื่น นี่ดีนะที่ข้อตกลงเป็นการเที่ยวในประเทศ ถ้าเป็นต่างประเทศล่ะก็...ไม่อยากคิดเลยจริง ๆ” ตรีประดับหยุดดิ้นยุกยิกทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ เรื่องจริงที่จี้ใจดำนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน หล่อนเกิดหมั่นไส้น้องสาวที่เที่ยวได้พร่ำถึงหมอหนุ่มนามมโหระทึกสามเวลาหลังอาหาร ความหมั่นไส้ทำให้หล่อนท้าว่าหากตรีปวายทำให้ชายหนุ่มซึ่งไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณชนยอมถ่ายรูปลงคอลัมน์ และยอมเปิดตัวในฐานะคนรู้ใจของตรีปวายด้วยการยอมไปโชว์ตัวที่สวนเอเดนแล้วล่ะก็...ทริปเที่ยวภูเก็ตหรูหราห้าดาว หล่อนยินดีเป็นคนจ่ายทุกย่างก้าว ...นี่ถ้าหล่อนรู้สึกเอะใจสักนิดว่า...ว่าที่น้องเขยชักจะติดเชื้อบางอย่างจากน้องสาวมาบ้างแล้วล่ะก็...หล่อนคงไม่ต้องจ่ายมากมายอย่างนี้... “เงียบอย่างนี้...แสดงว่าสมยอม” มหุดิฤกษ์เอ่ยกลั้วหัวเราะ มองหญิงสาวสะดุ้งจากภวังค์อย่างขบขัน ตรีประดับกะพริบตาปริบ ๆ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอย่างขัดเขิน “แต่ว่า...ฉันไม่ชินกับ...กับ...” “เชื่อผมเถอะครูตรี ของอย่างนี้ต้องหมั่นซ้อมจะได้เป็นธรรมชาติ” ชายหนุ่มบอกจริงจัง มองเสี้ยวหน้าซับสีเลือดฝาดเข้มขึ้นกว่าเดิมของหญิงสาวอย่างเอ็นดู “ว่าแต่...นัดตัดสินวันไหนนะ” “วันจันทร์ที่จะถึงนี่แหละ” ตรีประดับบอกอย่างกังวล “วันนี้ก็วันศุกร์แล้วด้วย จะทันหรือเปล่าก็ไม่รู้ ในข้อตกลงต้องมีพยานแวดล้อมด้วย งานนี้มีแม่ฉันกับพ่อคุณเป็นคนตัดสินอีกต่างหาก” พูดพลางถอนหายใจอย่างหนักหน่วง “อย่าห่วงเลย เรามีเวลาถมเถไป แค่สองวัน เสาร์อาทิตย์ก็เหลือจะพอ รับรองพยานแวดล้อมต้องได้ประจักษ์สายตาแน่ ๆ” มหุดิฤกษ์บอกอย่างมั่นใจ ก่อนโน้มหน้าลงไปหาหญิงสาวอีกครั้ง “ส่วนวันศุกร์นี้ เรามาซ้อมให้ดูเป็นธรรมชาติดีกว่านะ” จริง ๆ ตรีประดับก็อยากปฏิเสธหรอก เพราะความถูกต้องเหมาะสมมันก็ยังค้ำคออยู่ แต่ว่า...การต้องแพ้อีกครั้งนี่...มันก็ช่างเป็นเรื่องที่เหลือรับจริง ๆ ถึงอย่างไรหล่อนก็มั่นอกมั่นใจแล้วว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนที่ผ่านการพิจารณาให้ก้าวกระโดดเข้ามาสู่ชีวิตนับจากนี้แล้ว เพราะฉะนั้นในตอนนี้...การชนะสำคัญที่สุด! เสาร์อาทิตย์ผ่านไปแล้ว วันจันทร์คืบคลานมาถึง ตรีประดับยอมรับว่าตลอดทั้งวันหล่อนสอนเด็กไม่ได้ถ้อยใจความตามตั้งใจนัก เพราะมัวแต่กังวลกับผลงานในสองวันที่ผ่านมาซึ่งจะถูกตัดสินในวันนี้ แม้จะกลัวกับผลลัพธ์แต่ก็อดเร่งให้ถึงเวลาเลิกงานไม่ได้ วันนี้ตรีประดับทำลายประวัติการทำงานของตัวเองด้วยการกลับก่อนเวลาสิบนาที มหุดิฤกษ์ซึ่งมารอรับหญิงสาวตามปกติยังอดแปลกใจไม่ได้จนต้องยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา รอจนหญิงสาวก้าวขึ้นมานั่งประจำตำแหน่งผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้ว เขาจึงยื่นมือไปบีบจับมือเรียว “มือเย็นจังครูตรี ตื่นเต้นหรือ” “สุด ๆ เลยค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงสั่น มหุดิฤกษ์หัวเราะเบา ๆ บีบมือหญิงสาวอย่างให้กำลังใจก่อนออกรถสู่ลานตัดสิน เอ๊ย สู่จุดหมายซึ่งคือร้านค็อฟฟี่ตรีทิพ “เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป ตื่นเต้นมากไปจะไม่เป็นธรรมชาตินะคุณ สองวันที่ผ่านมาเราทำได้ดีจะตายไป เชื่อผม” เขาปลอบกลั้วยิ้ม หญิงสาวตวัดตามองค้อนก่อนตอบด้วยเสียงเจือหมั่นไส้ “ฉันไม่อยากจะเชื่อคำพูดคุณนักหรอก รักกันหวานแหววแต๋วจ๋าสูตรไหนของคุณ เดี๋ยว ๆ จับกอด เดี๋ยว ๆ จับจูบ ดูไม่สมจริงพิกล แล้วก็ดูเอาเปรียบยังไงก็ไม่รู้!” คนถูกแขวะเพียงหันหน้าไปมองนอกหน้าต่างแวบหนึ่ง เห็นเพียงรอยยิ้มอิ่มเอมที่ตรีประดับได้แต่ฟึดฟัดขัดใจ “แต่คุณก็ไม่ได้ขัดขืนนี่ครูตรี ปฏิกิริยาตอบรับแบบนี้ผมถือว่า...ชอบ” มหุดิฤกษ์เอ่ยหลังจากกลั้นยิ้มพอใจได้แล้ว “เอ๊ะ!” เสียงเริ่มขุ่นจนชายหนุ่มต้องปลอบ “อ๊ะ ๆ อย่าหลุดคอนเซ็ปต์สิคุณครู เกิดสายสืบของคุณป๋าอยู่แถวนี้เราจะเสียคะแนนนะ” เขาว่าพลางเหลียวซ้ายแลขวา ตรีประดับได้แต่ฟึดฟัด หล่อนไม่เชื่อที่ชายหนุ่มพูดนักหรอก...แค่เถียงความจริงไม่ไหวก็เท่านั้น รถเคลื่อนมาจอดในลานจอดรถของร้านค็อฟฟี่ตรีทิพ เห็นรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งของน้องสาวจอดอยู่ก่อนแล้วตรีประดับก็ได้แต่สูดลมหายใจหนัก ๆ อย่างให้กำลังใจตัวเอง เมื่อก้าวลงจากรถและชายหนุ่มก้าวมาเดินเคียงหล่อนก็ไม่รอช้าที่จะส่งมือไปคล้องแขนชายหนุ่มอย่างสนิทสนม หันไปมองสบตาพราวหลังกรอบแว่นตาแล้ว...รอยยิ้มอิ่มสุขก็ผุดขึ้นโดยอัตโนมัติ ความมั่นใจเปี่ยมล้นเมื่อก้าวเดินเข้าสู่ลานประหาร เอ๊ย...ลานตัดสิน เอ๊ย...เอาเหอะจะอะไรก็เหมือนกันแหละน่า... “โอ้...คู่ชกมาแล้ว” คนพูดด้วยเสียงตื่นเต้นร่าเริงคือมหาราชลีลาซึ่งสีหน้าเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานอย่างปิดไม่มิด “มา ๆ กำลังรออยู่เชียว นายเล็กกับน้องหวายมาก่อนพวกนายแป๊บเดียวเอง ยังไม่ได้ทำแต้มอะไรหรอก” เขาว่าพลางตบเก้าอี้ปุ ๆ “พี่ใหญ่มาเกี่ยวอะไรด้วยนี่” มหุดิฤกษ์ถามอย่างสงสัย เลื่อนเก้าอี้ให้ตรีประดับพลางมองหน้าเกลื่อนยิ้มของคุณมหาศาลสลับกับคุณตรีทิพซึ่งได้แต่ส่ายหน้าทั้งคู่ “บ๊ะ! นี่มันมหกรรมของครอบครัว ฉันก็เป็นหนึ่งในครอบครัว มันก็ต้องมีส่วนร่วมสิน่า เหอะ...อย่าพูดมาก รีบนั่งจะได้ตัดสินเสียที” มหาราชลีลาเอ่ยพลางถูมืออย่างตื่นเต้น มหุดิฤกษ์ได้แต่กลอกตาอย่างไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านั้น เขาทรุดนั่งอย่างเสียไม่ได้ก่อนมองไปยังคู่แข่งซึ่งนั่งอมยิ้มมองอยู่ก่อนแล้ว ...การนั่งสบาย ๆ ค่อนข้างห่างกันของคู่น้องชายทำให้เขานึกกระหยิ่มอยู่ในใจ...มีชัยไปกว่าครึ่ง... “เริ่มเลยดีไหมครับคุณป๋า” มหาราชลีลาเอ่ยเร่ง คุณมหาศาลหัวเราะเบา ๆ ก่อนพยักหน้าเป็นสัญญาณ “ป๋าโทรหาพยานจากโรงพยาบาลของเจ้าเล็กแล้วนะ ผลที่ได้คือ...” คุณมหาศาลเว้นระยะให้คนฟังที่เหลือได้ขยับตัวอย่างลุ้นระทึก กระแอมเบา ๆ พอเป็นพิธีก่อนพูดต่อว่า “โรงพยาบาลแทบไหม้เพราะไฟอิจฉา เพราะฉะนั้น... ผ่าน!” พูดพลางตบโต๊ะเสียงดังจนสะดุ้งกันเป็นแถบ คู่ที่ผ่านเพียงหันไปมองส่งยิ้มให้กัน ขณะที่อีกคู่หันไปมองหน้ากันอย่างกระวนกระวาย “แม่เป็นคนโทรหาพยานจากโรงเรียนของตรีเองจ้ะ ครูใหญ่เป็นคนรับรองเองเชียวนะว่า เกือบเป็นเบาหวานตายเพราะความหวานเรียกพี่...ผ่านจ้ะ!” ตรีประดับยื่นมือไปกุมมือของมหุดิฤกษ์โดยอัตโนมัติ ขณะที่ชายหนุ่มได้แต่หัวเราะสมใจหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้น้องชายอย่างเป็นต่อ “ว้า...อย่างนี้ก็เสมอสิคะคุณป๋า” ตรีปวายครวญเสียงละห้อย คุณมหาศาลส่ายหน้าน้อย ๆ “ยัง ๆ แต่เอาไว้ก่อน...กินข้าวกันก่อนเถอะ ป๋าหิวแล้วล่ะ” คุณมหาศาลว่าพลางหันไปพยักพเยิดกับคุณตรีทิพซึ่งยิ้มรับทันที “ดีเหมือนกันค่ะ เห็นเครียด ๆ กันเกินไปแล้ว พักเบรกกินอิ่ม ๆ ดีกว่า จะได้ไม่เป็นลมตอนตัดสินแพ้ชนะ” คุณตรีทิพว่าพลางผุดลุกโดยมีตรีประดับลุกเดินตามกันเข้าไปครัว “อ้าว ๆ น้องหวาย ไม่ไปช่วยกันหน่อยหรือ เผื่อช่วยเพิ่มแต้มนะ” มหาราชลีลาว่าพลางสะกิดเบา ๆ ตรีปวายส่ายหน้าน้อย ๆ “ไม่เอาหรอกค่ะ ทำอะไรฝืนธรรมชาติหวายกลัวผื่นขึ้น อีกอย่างหวายน่ะไม่ค่อยได้เรื่องงานครัวเท่าไหร่ ต้มไข่ไม่ไหม้ก็บุญแล้วนะคะ” หญิงสาวบอกอย่างจริงจัง “โห...คุณสมบัตินี้ลดค่าสินสอดได้สองในสิบเลยนะนายเล็ก” มหาราชลีลาหันไปบอกน้องชาย ซึ่งรีบพยักหน้ารับเร็ว ๆ “ไม่เป็นไรค่ะ ยังเหลือตั้งแปด...หวายยอม” ตรีปวายบอกอย่างไม่ยี่หระ คุณมหาศาลหัวเราะชอบใจ “พูดอย่างนี้หมายความว่ายอมให้ขอแต่งงานได้แล้วเรอะ” คำถามชนตู้มของคุณมหาศาล ทำให้มโหระทึกได้แต่หันไปมองอย่างขอบคุณก่อนนั่งนิ่งสงบรอฟังคำตอบด้วยใจลุ้นระทึก... “แหม...คุณป๋าขา หวายยังเก็บเงินได้ไม่มากพอให้มันสมน้ำสมเนื้อหมอโหเลยนะคะ” ตรีปวายว่าเสียงกลุ้ม “แถมมาได้ยินว่ามีการหักค่าสินสอดด้วยนี่...ยิ่งต้องคิดหนักค่ะ บางทีหักค่านู่นค่านี่ไปแล้ว เผลอ ๆ หวายอาจต้องจ่ายคืนค่าสินสอดก็ได้นะคะ” คุณมหาศาลหัวเราะลั่นร้านอย่างพออกพอใจ “คงไม่ต้องคืนหรอกมั้ง อย่าห่วงเลยหนูหวาย นายเล็กทำกับข้าวเก่ง อร่อยด้วย เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องงานครัว” คุณมหาศาลบอกกลั้วหัวเราะ “แค่เพิ่มการหักไปอีกสองเท่านั้นเอง” ประโยคลงท้ายนี่แหละที่ทำให้ตรีปวายหน้าง้ำ “อะไรกันคะ หัวเราะลั่นร้านเชียว” คุณตรีทิพเอ่ยถามเมื่อลำเลียงจานอาหารมาวางบนโต๊ะโดยมีมหาราชลีลา มหุดิฤกษ์และมโหระทึกตรงเข้าช่วย ขณะที่ตรีปวายยังนั่งก้มหน้ามองมือตัวเองเงียบ ๆ “พูดถึงค่าสินสอดหนูหวายน่ะคุณทิพ” คุณตรีทิพหน้าตื่นทันทีที่ฟังจบ “อะไรกัน...ยอมแล้วเหรอหวาย?!” ถามอย่างตื่นเต้นเพราะรู้ดีว่าลูกสาวแสนสวย (ไปหมด) เล่นแง่กับการขอแต่งงานจากหมอหนุ่มชนิดไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ ตรีปวายคล้ายไม่ได้ฟัง หญิงสาวยังคงนิ่งเงียบก้มมองมือตัวเองจนคนที่เหลือได้แต่หันไปมองหน้ากันอย่างสงสัย ไม่นานก็สะดุ้งเมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นรวดเร็ว “แย่แล้วล่ะ ค่าตัวหวายติดลบ!” ตรีปวายอุทานอย่างตกใจหลังจากนั่งนับนิ้วอยู่ครู่ใหญ่ “ติดลบอะไรหวาย?” คุณตรีทิพถามอย่างสงสัย มือยกขึ้นตบอกปุ ๆ หวังให้คลายความตระหนก คนที่เหลือพลอยพยักพเยิดเชิงเห็นด้วย “แม่คิดดูสิ ทำกับข้าวไม่เป็นหักไปสอง งานดูแลบ้านไม่ได้เรื่องหักอีกสอง ตื่นสายหักไปสอง เถียงเก่งหักไปสอง ดื้อไม่ฟังใครหักไปอีกสอง ยังไม่รวมที่คิดไม่ออกน่าจะอีกหลายข้อ โอ๊ย! แค่นี้ก็ติดลบไม่เหลือดีแล้ว !” นิ่งเงียบกันไปรอบโต๊ะเมื่อฟังการจาระไนจบลง ก่อนคุณมหาศาลจะเป็นคนเริ่มหัวเราะ ตามติดมาด้วยมหาราชลีลาและคนที่เหลือ ส่วนมโหระทึกทั้งหัวเราะทั้งส่ายหน้าอย่างระอา “ถ้ารับข้อตกลงวันนี้...จะไม่หักสักข้อเดียวเลยหวาย” มโหระทึกบอกยิ้ม ๆ เห็นการเลิกคิ้วแทนคำถามของหญิงสาวแล้ว เขาก็ได้แต่ยื่นนิ้วก้อยส่งไปให้ “สัญญา” ตรีปวายยิ้มตอบยกนิ้วก้อยของตัวเองขึ้นประทับจูบ ก่อนส่งไปเกี่ยวก้อย สายตาหวานหวามส่งสบกันอย่างเปี่ยมสุข...โลกเหมือนตกอยู่ในวังวนแห่งความหวาน...เหมือนตอนนี้เหลือกันอยู่เพียงสองคน “คู่หนูหวายชนะเลิศ !” เสียงร้องดังลั่นจนสะดุ้งหล่นจากภวังค์หวาน มโหระทึกเผลอคว้ามือของหญิงสาวมาจับกุมปกป้อง ขณะสายตาของทั้งคู่กะพริบปริบไปยังคนส่งเสียงซึ่งคือคุณมหาศาล “อะไรกันครับป๋า จู่ ๆ มาตัดสินอย่างนี้ ไม่ได้นะครับ!” มหุดิฤกษ์โวยวาย “โอ๊ย...คู่แกน่ะไม่น่าห่วงเท่าคู่นี้หรอก หนูตรียังพอดูออกเดาได้ว่าคิดอย่างไร แต่หนูหวายนี่...ดูออกแต่เดาไม่ได้จริง ๆ นึกว่าจะตกลงปุ๊บปั๊บตั้งแต่เจ้าเล็กมันขอแต่งงานครั้งแรกนู่น...แต่กลับลากยาวมาจนป่านนี้ ป๋าละทนเห็นหน้ากลุ้มของเจ้าเล็กไม่ไหวจริง ๆ ให้น้องแต่งก่อน ไม่เป็นไรหรอก” คุณมหาศาลว่าพลางตบไหล่ลูกชายคนรองอย่างปลอบโยน “คุณป๋า!” มหุดิฤกษ์พูดได้เพียงเท่านั้น ก่อนทรุดนั่งกระแทกกระทั้นโดยมีคุณตรีทิพและตรีประดับหัวเราะเบา ๆ กับกริยาคล้ายเด็กถูกขัดใจของชายหนุ่ม การไม่พูดอะไรต่อของเขาคล้ายกับจำยอมอยู่ในที อาหารมื้อเย็นจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยความชื่นมื่นของชัยชนะ คู่ที่เพิ่งตกลงปลงใจกันไปใหม่หมาดหวานหยดจนมหุดิฤกษ์อดแขวะเป็นระยะไม่ได้ แต่คำตอบของตรีปวายที่ว่านี่เป็นเรื่องปกติก็ทำให้ชายหนุ่มได้แต่ฟึดฟัดตลอดมื้ออาหารกระทั่งอาหารคาวผ่านพ้น เมื่อถ้วยของหวานซึ่งคือทับทิมกรอบถูกยกมาวาง ตรีปวายหยิบถ้วยของมโหระทึกมาถือก่อนเอ่ยว่า “หมอโหขา...รับขนมจูบเพิ่มไหมคะ” สิ้นคำถามของตรีปวาย เสียงไอ เสียงสำลักก็เกิดขึ้นรอบโต๊ะ...เว้นเพียงคนถามกับคนถูกถามที่ยังคงส่งสายตาหวานเชื่อมให้กัน “พอแล้ว! ชนะแล้ว เลิกเลี่ยนเสียที!” มหุดิฤกษ์ว่าอย่างหมั่นไส้ “อ๊ะ ๆ คุณพี่รองขา น้องหวายบอกคุณพี่รองแล้วนะว่าน้องหวายกับคุณหมอโหน่ะ เราหวานกันเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว มิได้เสแสร้งแกล้งทำเพื่อให้ชนะแต่ประการใด ในเมื่อมันเป็นธรรมชาติของเราเพราะฉะนั้น...เลิกยากค่ะ!” คำตอบของตรีปวายได้รับการพยักหน้าสนับสนุนจากมโหระทึกทันที “ชนะเลิศหนูหวาย! เตรียมไปเที่ยวเชียงรายกับนายเล็กได้เลยลูก!” คุณมหาศาลบอกกลั้วหัวเราะ มือก็ตบโต๊ะดังปัง “ยอมแพ้ ๆ น้องหวายสุดยอดจริง ๆ” มหุดิฤกษ์พึมพำพลางส่ายหน้า หันไปมองหญิงสาวข้างกายอย่างขอความเห็น ตรีประดับพยักหน้ารับเนือย ๆ “ยอมก็ยอม” หล่อนว่าก่อนยกมือขึ้นกุมขมับ มหุดิฤกษ์ขยับเข้าไปใกล้ ก้มลงกระซิบเบา ๆ พอได้ยินกันสองคน “เอาไว้แต่งงานแล้ว คุณพนันกับน้องหวายสิว่า...คุณจะท้องก่อน ถึงเราจะแต่งทีหลังก็เถอะ ผมรับรองว่าชนะชัวร์!” ตรีประดับสะดุ้งเฮือก หันขวับมองหน้าคนพูดทันที ดวงตาหลังกรอบแว่นพราวระยับ ทว่า...จริงจังเสียจนหล่อนไม่กล้าปฏิเสธ ได้แต่หันไปมองรอบโต๊ะคล้ายกลัวใครได้ยินประโยคเมื่อครู่ แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจหญิงสาวจึงหันกลับมาจ้องตากับชายหนุ่มอีกครั้ง “คุณมั่นใจแค่ไหน?” ตรีประดับถามจริงจัง “ร้อยเปอร์เซ็นต์!” มหุดิฤกษ์รับรองแข็งขัน ...ทั้งคู่จ้องกันครู่ใหญ่ ก่อนจะอมยิ้มและพยักหน้าคล้ายกับจะมอบความมั่นอกมั่นใจให้แก่กัน “ตกลง!” ตรีประดับรับคำก่อนหันไปมองน้องสาวที่ยังคงยิ้มระรื่นกับคนข้างตัวอย่างหมายมาด หล่อนต้องชนะสักเกมสิน่า!!! หลังของหวานก็มีกาแฟตบท้าย มโหระทึกรั้งตรีปวายออกจากวงกาแฟ เดินออกมาจนถึงโต๊ะมุมห้องห่างพอไม่มีใครได้ยินบทสนทนาเขาก็คว้าจับมือเรียวมากุมแน่น “ขอผมได้ยินชัด ๆ ได้ไหม...ว่าหวายตกลงแต่งงานกับผมแล้ว” เขาถามเสียงอุ่น ตรีปวายอมยิ้มถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ยว่า “หวายยังไม่ดีพอสำหรับหมอโหเลยนะคะ ทำกับข้าวก็ไม่เป็น งานบ้านก็แย่ ตื่นสาย ดื้อ ชอบเถียง สวยก็ไม่สวย รวยก็ไม่รวย แตกต่างจากหมอฟ้ากับเหว หวายรู้สึกว่าตัวเองดูแย่ ๆ ก็เลย...ยังไม่อยากเป็นภาระของหมอโหน่ะค่ะ” หญิงสาวบอกอ่อย ๆ “แต่ผมรักทุกอย่างที่ประกอบเป็นคุณนะหวาย ถึงจะแต่งงานกันแล้วหวายก็แค่เป็นหวายอยู่อย่างนี้ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อผม เพราะผมรักหวายแบบนี้” ตรีปวายกะพริบตาปริบ ๆ เมื่อฟังจบ ความอุ่นจากถ้อยคำไหลเข้าเต็มหัวใจ หัวตาร้อนผ่าวจนต้องรีบเงยหน้าไม่ให้หยดน้ำแห่งความปีติได้รินไหล...หลังจากปรับระดับความอุ่นซ่านไปกักเก็บไว้ในอณูใจได้แล้ว หญิงสาวจึงเอ่ยว่า “ขอซื้อซึ้งขายเท่าไหร่คะคุณหมอ” ตรีปวายถามจริงจังทั้งสีหน้าแววตา คนถูกถามอึ้งไปครู่ใหญ่ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเห็นแววเจ้าเล่ห์ที่เริ่มผุดพราวเต็มนัยน์ตาคู่นั้น “หนึ่งจูบ แพงไปไหม” มโหระทึกถามกลับยิ้ม ๆ เห็นหญิงสาวทำตาโตอย่างที่รู้ว่าแกล้งทำก็ได้แต่หัวเราะ “โอ้โห...อย่างนี้มันต้องต่อรองกันหน่อยแล้วล่ะ อะไรกัน แค่ซึ้งทำเป็นขายแพง เอาอย่างนี้เถอะ...ขอต่อเป็นสองจูบเถอะนะคุณพ่อค้า” คุณพ่อค้าได้แต่กลอกตาเมื่อฟังจบ รอยยิ้มยังพรายเต็มเรียวปาก นัยน์ตาทอประกายรื่นสุขส่งไปให้คนขอ ‘ต่อ’ อย่างหมายมาด “เอ...มันจะไม่ต่อกันเกินไปหน่อยเหรอ” เขาพึมพำกลั้วหัวเราะ “โอ๊ย เกินปงเกินไปอะไรกัน นี่ถูกสุด ๆ แล้วนะ น่าคนกันเอง แค่นี้ไม่เสียหายหรอก” การต่อรองนั้นยิ่งทำให้เวลาแห่งการยิ้มของมโหระทึกทอดยาวยิ่งขึ้น “เอา ๆ” เขาบอกในที่สุด พยายามปรับสีหน้าให้เป็นเคร่งขรึมอย่างลำบากเต็มที “สองก็สอง...นี่ถือว่าคนกันเองนะถึงได้ยอม” ตรีปวายร้องกรี๊ดเบา ๆ ก่อนกระโดดขึ้นกอดคอชายหนุ่มคล้ายจะรั้งให้โน้มก้มลงมา ...แต่จะว่าไปหญิงสาวไม่ต้องทำอย่างนั้นก็ได้ เพราะคุณหมอหนุ่มเองก็ดูเหมือนจะรอโอกาสนี้อยู่แล้ว “คุณพ่อค้าขายซึ้งคนนี้น่ารักที่สุดในโลกเลยค่ะ สมแล้วที่หวายรัก” ตรีปวายบอกกลั้วหัวเราะ หลับตาพริ้มพร้อมรับ ‘ซึ้ง’ แต่เสียงกระแอมจากฟากห้องกลับดังแทรกจนหน้าคะมำทั้งคนซื้อคนขาย หันไปมองตามเสียงเห็นสายตาสิบคู่จ้องเขม็งตรงมา ชายหนุ่มหญิงสาวได้แต่หันไปส่งยิ้มเรี่ย ๆ ให้กันก่อนผละจากท่าหวาดเสียวอย่างเสียดาย “อย่าเสียใจไปเลยค่ะหมอโหที่รัก หวายสัญญา...จะทบต้นทบดอกไม่ให้หมอโหขาดทุนแน่ ๆ รับรองค่ะ!” มโหระทึกได้แต่หัวเราะเบา ๆ กับคำรับรองที่เขายินดีรับอย่างเต็มใจ มือใหญ่คว้ามือเล็กมากุมกระชับมั่นย้ำให้ความมั่นใจซึ่งกันและกันก่อนพากันเดินไปสมทบกับสมาคมกาแฟแห่งครอบครัว ต่างถอนหายใจอย่างอิ่มอุ่น...จุดเริ่มต้นของทางเดินทอดยาวจากนี้ระยะวินาทีเดียวดายจะหดสั้นลงด้วย ‘อุ่น’ จากใจและ ‘ซึ้ง’ แห่งรักเติมเต็มสองหัวใจ...จนสุดปลายทาง
------
"เล่ห์ซ่อนรัก" ภาคพิเศษ โดย รัมย์ ค่ะ
เพื่อขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ดูแลใจกันเป็นอย่างดี
|
||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 07 ธันวาคม 2010 เวลา 17:29 น. |
|
1 |
|
บริษัทกำจัดปีศาจ 3 |
|
2 |
|
ข้านี่แหละ ..เจ้าแห่งตำนานตัวจริง 1 First Water NEW!
|
|
3 |
|
พลิกวิกฤตภารกิจลับ |
|
4 |
|
มือใหม่หัดยิง
|
|
5 |
|
สราญรมย์ NEW! |
คอมเมนต์
ไม่ไหวแล้วค่า อยากได้คุณหมอมา กอดแล้ว
เมื่อไหร่จะวางแ ผงสักทีค้า
"คุณหมอนหนุ่ม >> คุณหมอหนุ่ม"
อยู่ช่วงแรกอ่ะค ่ะ
อยากมีแฟนเป็นหม อมั่งจัง
ไม่ไหวแล้วค่ะ อิจฉายัยหวายมาก