|
 |
Love Song จังหวะรัก ล็อกหัวใจหนุ่มมาดเซอร์
ผู้แต่ง Fayya
ราคา 169 บาท
จำนวนหน้า 256 หน้า
ISBN 978-616-520-020-2
Download ตัวอย่างเนื้อเรื่อง
|
บทนำ
อะไรที่ฉันต้องการ ฉันจะต้องได้มันเสมอ !
“ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ”
ฉันพูดพร้อมโค้งให้คนดูมากมายที่มาให้กำลังใจฉัน เมื่อเงยหน้าขึ้น ฉันก็โบกมือและส่งยิ้มให้อีกนิดหน่อย ก่อนจะรีบเดินเข้ามาทางด้านหลังเวที เสียงร้องเรียกชื่อฉันยังดังต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ
“วันนี้ทำได้ดีมากเหมือนเคยเลยนะ”
เสียงของคุณโอ หรือผู้จัดการส่วนตัวของฉัน โอวูยองดังขึ้นพร้อมกับมืออบอุ่นที่ตบไหล่ฉันเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ
“ค่ะ” ฉันรับคำ แต่ไม่พูดอะไรต่อ
“ช่วงนี้เธอทำคิ้วขมวดกันบ่อยมากเกินไปแล้วนะ มีเรื่องอะไรก็บอกฉันได้นะ”
ฉันหันไปมองและยิ้มให้เขา คุณโออายุมากกว่าฉันถึงเกือบสิบปี แต่เราเป็นคู่หูที่ดีมาก อาจจะเป็นเพราะว่าคุณโอเป็นคนที่ขอเข้ามาเป็นคนดูแลฉันเองตั้งแต่ยังเป็นศิลปินฝึกหัดก็เป็นได้ และเราทำงานร่วมกันมาหลายปี ทำให้เรารู้ใจกันจนบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องพูดเลย
อย่างเรื่องนี้ก็เหมือนกัน คุณโอยังคงเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของฉัน
“ฉันมีเรื่องให้คิดนิดหน่อยน่ะค่ะ” ฉันตอบตามตรง
“เรื่องกลุ้มใจเหรอ ฉันว่าเธอไม่น่าจะกลุ้มใจนะ เพราะซิงเกิ้ลของเธอก็ติดอันดับหนึ่งด้วยสถิติที่ดีที่สุดที่เธอทำมาเลยนะ เธอน่าจะดีใจ”
ฉันส่งยิ้มให้คุณโออีกครั้ง ก่อนจะบอกสิ่งที่คิดในใจออกไป
“ฉันรู้ค่ะ แต่คุณโอไม่คิดเหรอคะว่ามันน่าเบื่อ การที่ฉันร้องเพลงด้วยทำนองเดิม ๆ แบบเดิม ๆ ถึงเพลงจะเพราะมากก็ตาม แต่มันก็เหมือนไม่มีการพัฒนาการอะไรเลย ฉันอยากทำอะไรมากกว่า ฉันอยากครีเอจงานตัวเองมากกว่า”
“แต่เพลงนี้เธอก็แต่งเองตั้งเก้าสิบเปอร์เซ็นต์นะ” คุณโอสวนขึ้นทันทีที่ฉันพูดจบ
ก็อย่างที่คุณโอพูดนั้นแหละ เพลงที่กำลังดังติดอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลงอยู่เป็นเพลงที่ฉันแต่งเองเกือบทั้งหมด เนื้อเพลงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ฉันเป็นคนแต่งขึ้น โดยมีคนแต่งเพลงของทางค่ายเป็นคนเรียบเรียงและแก้ไขให้สมบูรณ์อีกนิดหน่อย
แต่ก็ใช่ว่าฉันจะแต่งเองเป็นเพลงแรกซะเมื่อไหร่ ฉันเคยมีส่วนร่วมในหลาย ๆ เพลงมาก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่เพลงนี้ฉันมีส่วนร่วมมากที่สุดก็เท่านั้น
“ถ้าเป็นนักร้องคนอื่นเขาคงภูมิใจมาก” คุณโอพูดต่อเมื่อฉันยังคงทำหน้ายุ่ง
“ก็คงอย่างนั้น”
“เธออยากทำอะไรล่ะ ที่บอกว่าอยากให้มันแปลกใหม่น่ะ ?” คุณโอถามอีก
คุณโอก็ยังเป็นคุณโอเสมอ เขาเป็นผู้จัดการส่วนตัวที่ดีมาก ๆ เขารับฟังฉันเสมอ จริง ๆ แล้วฉันรู้สึกว่าเขาเหมือนพ่อฉันคนหนึ่งเลยด้วยซ้ำ
...แต่ตำแหน่งพ่ออาจจะดูแก่มากไปหน่อย งั้นเอาแค่พี่ชายก็ได้
“ฉันยังนึกไม่ออกเลยค่ะ” ฉันสารภาพตามตรง
“งั้นถ้านึกอะไรออกก็ลองบอกฉันละกัน ตอนนี้เธอเข้าไปพักก่อน คงมีเวลาพักสักสิบห้านาทีก่อนที่เขาจะเรียกขึ้นไปบนเวทีอีกครั้ง” คุณโอพูดจบก็เปิดประตูห้องพักให้ฉัน
แต่ฉันกับคุณโอต้องชะงักเล็กน้อยเมื่อห้องพักของฉันมีผู้หญิงสองคนกำลังกรี๊ดกร๊าดอะไรบางอย่างอยู่
“อะแฮ่ม !” คุณโอกระแอมเล็กน้อยและพวกเธอสองคนก็หันมามองพวกเราอย่างตกใจ
“คะ คุณโอวูยอง...” ผู้หญิงคนแรกพูดขึ้น เธอคือสไตล์ลิสของฉันเอง ส่วนอีกคนฉันคุ้นหน้าแต่ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร
“ตอนนี้ได้เวลาพักของฮานาแล้ว ถ้าเธอไม่ว่าอะไร ฉันอยากให้ฮานาได้พักแบบเป็นส่วนตัว”
“ค่ะ” เธอทั้งสองคนรับคำพร้อมกันก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป
“ถ้าถึงเวลาฉันจะมาเรียก” คุณโอพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ฉันเดินเข้าไปทิ้งตัวนั่งที่โซฟาภายในห้องอย่างเบื่อ ๆ แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้หลับตา ฉันก็ได้ยินเสียงกรี๊ดดังสนั่นดังมาจากด้านข้าง ฉันหรี่ตาขึ้นมอง และพบว่าเสียงนั้นมาจากเครื่องเล่นดีวีดีขนาดกระทัดรัด
...คงจะเป็นของพี่สไตล์สิสลืมไว้แน่ ๆ ฉันคิด หลับตาลงอีกครั้งอย่างไม่สนใจ ตั้งใจจะพักสายตา แต่เสียงกรี๊ดจากเครื่องเล่นที่ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้น เพราะฉันนั่งไกลจากเครื่องเล่นนั่นและจอก็เล็กมาก ทำให้ฉันไม่สามารถเห็นว่าคนตัวเล็กที่เป็นต้นเหตุของเสียงกรี๊ดนั้นเป็นใคร และเพราะความอยากรู้อยากเห็น ทำให้ฉันตัดสินใจเดินไปดู
ก็มันอยากรู้นี่นาว่าศิลปินคนไหนกันที่ได้รับเสียงกรี๊ดสนั่นขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่ฉันมั่นใจว่าฉันรู้จักนักร้องแทบทุกคนในวงการเพลงเกาหลี แต่ผู้ชายที่อยู่ในคลิปกลับไม่คุ้นหน้าเลยสักนิด
ผู้ชายที่แต่งตัวเซอร์ ๆ กำลังนั่งเล่นกีตาร์บนเวทีของผับแห่งหนึ่ง เขาร้องเพลงและเล่นกีตาร์ไปด้วย เพลงที่ฉันมั่นใจอีกครั้งว่าไม่เคยได้ยินที่ไหน เพลงที่เพราะจนจับไปถึงขั้วหัวใจ ท่าทางที่เขาเล่นกีตาร์มันดูมีเสน่ห์มากจนฉันไม่อาจละสายตาไปได้
เสียงเคาะประตูดังขึ้นแต่ฉันไม่สนใจ จนกระทั่งคนเคาะประตูเอ่ยขึ้น
“เอ่อ...ขอโทษนะคะ แต่ฉันขอเครื่องเล่นคืนได้มั้ย ?”
ฉันหันไปมองคนพูด เธอคือพี่สาวสไตล์ลิสนั่นเอง
“เครื่องเล่นนี้ราคาเท่าไหร่ ฉันจะจ่ายให้สองเท่า”
“คะ ?”
“ฉันจะซื้อต่อเครื่องเล่นเครื่องนี้ คุณจะขายให้ฉันในราคาเท่าไหร่ ?” ฉันพูดย้ำความต้องการของตัวเองอีกครั้ง และตอนนี้ที่หน้าประตูไม่ได้มีเพียงพี่สาวสไตล์ลิสแล้ว แต่คุณโอก็ยืนอยู่ที่นั่นด้วย
“เกิดอะไรขึ้น ?”
“ฉันต้องการเครื่องเล่นเครื่องนี้ค่ะ” ฉันบอกคุณโอทันที และคิ้วของคุณโอก็ขมวดไปตามระเบียบ
มันก็แน่ล่ะที่คิ้วของคุณโอจะผูกโบว์แบบนั้น ก็เครื่องเล่นเครื่องนี้ไม่ใช่รุ่นล่าสุด มันเก่ากว่าเครื่องเล่นของฉันด้วยซ้ำ
“ฉันต้องการมัน รวมทั้งเขาด้วย !”
“เขา ?” คิ้วของคุณโอยิ่งขมวดผูกกันเข้าไปใหญ่
“ใช่ค่ะ เขา ฉันต้องการเขา !!” ฉันพูดพร้อมชี้ที่หน้าจอเครื่องเล่น ที่คลิปยังคงเล่นต่อไป
“เขาเป็นใคร ?” คุณโอหันไปถามพี่สาวสไตล์ลิสเจ้าของเครื่องเล่น
“เอ่อ...เขาชื่อปาร์คจุนซา นักศึกษามหา’ลัย N ค่ะ”
“ปาร์ค...จุนซา...” คุณโอทวนชื่อเหมือนกำลังใช้ความคิด
แต่ฉันไม่สนใจว่านายปาร์คจุนซาคนนี้จะเป็นใคร สิ่งที่ฉันสนใจคือฉันอยากได้ผู้ชายคนนี้มาเล่นกีตาร์ให้ฉัน และฉันจะต้องได้อย่างที่ต้องการด้วย
...รอก่อนนะปาร์คจุนซา ซุปเปอร์สตาร์ชินฮานาคนนี้จะไปทำความรู้จักกับนาย !!!
ตอนที่ 1
ฉันคือซุปเปอร์สตาร์ !
ฉันชื่อชินฮานา ฉันอายุสิบเก้าปี ชื่อของฉันแปลว่าที่หนึ่ง และฉันก็เป็นอย่างที่พ่อแม่ฉันตั้งชื่อให้ ตอนนี้ฉันเป็นศิลปินหญิงอันดับหนึ่งของเกาหลี การเป็นศิลปินเป็นความฝันของฉันตั้งแต่เด็ก ๆ ฉันชอบร้องเพลง ฉันสนุกที่ได้ร้องเพลงให้คนอื่นฟัง เมื่อหกปีที่แล้วฉันเข้ารับการคัดเลือกการเป็นศิลปินฝึกหัดของ JM เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของประเทศ สามปีหลังจากการเป็นศิลปินฝึกหัดที่แสนจะลำบาก สุดเหนื่อย และสุดโหด ฉันก็ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวในที่สุด
เพลงแรกของฉันติดอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลงนานถึงสี่สัปดาห์ ซึ่งนับว่าเป็นบันไดขั้นแรกแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว ในระยะเวลาหนึ่งปีแรกทางต้นสังกัดจัดการโปรโมทและป้อนงานให้ฉันอย่างต่อเนื่อง ตอนนั้นฉันรู้สึกสนุกมาก เพราะมันเป็นอาชีพในฝันของฉัน
แต่ตอนนี้ หลังจากผ่านมาสามปี ฉันรู้สึกเบื่อหน่ายกับมันเหลือเกิน ไม่ใช่เบื่อการร้องเพลงนะ แต่เบื่อความจำเจและซ้ำซาก แม้คนดูจะยังชื่นชอบฉัน และคอยเป็นกำลังใจ แต่ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองมีพัฒนาการที่ช้าเหลือเกิน
ฉันอยากทำอะไรใหม่ ๆ อยากคิดอะไรที่แตกต่างจากที่เป็นอยู่ตอนนี้ และตอนนี้ฉันก็ค้นพบสิ่งที่จะทำให้ผลงานของฉันแตกต่างจากเดิมแล้ว มันไม่ใช่แนวเพลง ไม่ใช่เสื้อผ้า แต่เป็นคนคนหนึ่ง ผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ ปาร์คจุนซา !!
เมื่อสองวันก่อน ฉันได้รู้จักผู้ชายคนนี้ผ่านทางคลิปวิดีโอของพี่สาวสไตล์ลิส และฉันก็ตัดสินใจทันทีว่าฉันจะต้องได้ตัวเขา ปกติการที่ฉันเสนอจะทำอะไรเกี่ยวกับเพลงของฉัน คุณโอมักจะไม่ห้ามฉัน แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป คุณโอบอกฉันว่าห้ามไปยุ่งกับผู้ชายคนนี้เด็ดขาด เพราะเขาไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป แต่นายปาร์คจุนซาคนนี้เป็นถึงทายาทเจ้าของสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่
คุณโอที่รู้นิสัยความมุ่งมั่นของฉันดี จึงพยายามที่จะควบคุมให้ฉันอยู่ในสายตาเสมอ ก็แน่ล่ะ ถ้าไม่ดูให้ดีล่ะก็ ฉันจะไปเอาตัวนายปาร์คจุนซานั่นมาทันที !!
อย่างตอนนี้ยังไงล่ะ...วันนี้คุณโอต้องเข้าประชุมงานกับผู้บริหารของบริษัท แต่ฉันต้องไปอัดรายการวิทยุ ซึ่งเป็นรายการสดในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า แน่นอนว่าฉันจะสายไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว และคุณโอกลัวว่าฉันจะถึงสถานีไม่ทัน หากต้องรอเขาประชุมเสร็จ เขาจึงสั่งให้ฉันไปก่อน แถมก่อนออกจากบริษัท คุณโอก็กำชับเสียงเข้มว่าห้ามฉันออกนอกเส้นทางเด็ดขาด
แต่คนอย่างฉันมีหรือจะปล่อยโอกาสดี ๆ อย่างนี้หลุดลอยไปเฉย ๆ ฉันไม่สนหรอกว่านายปาร์คจุนซาคนนี้จะเป็นลูกใคร หรือทายาทบริษัทไหน แต่สิ่งที่ฉันสนใจคือดนตรีของเขา เสียงร้องของเขาเท่านั้น และเมื่อฉันตัดสินใจแล้วว่าจะต้องได้ตัวเขา ฉันก็ต้องได้ !!
โชคดีมาก ๆ ที่ฉันและนายปาร์คจุนซาเรียนที่มหา’ลัยเดียวกันมันจึงเป็นเรื่องง่ายมากที่จะหลอกคุณลุงคนขับรถให้แวะที่มหา’ลัยสักครึ่งชั่วโมง ฉันอ้างว่าฉันต้องทำเอกสารสำคัญกับฝ่ายทะเบียนนักศึกษา
ทันทีที่ถึงมหา’ลัย ฉันก็รีบกดโทรศัพท์หาเพื่อนซี้หนึ่งเดียวของฉันทันที...ความจริงฉันมีเพื่อนไม่มากนักหรอก โดยเฉพาะเพื่อนแบบที่เป็นคนธรรมดา แต่แชวอนกับฉันรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะเราเรียนที่เดียวกันมาตั้งแต่สมัยประถม แม้ว่าหลังจากฉันเริ่มเป็นศิลปินฝึกหัดฉันจะยุ่งจนแทบไม่มีเวลา แต่ถ้าฉันว่างเราสองคนก็ไม่พลาดที่จะได้เจอกัน
“ว่ายังไง ซุปเปอร์สตาร์คนเก่ง” เสียงหวาน ๆ ของแชวอนดังมาตามสาย
“ตอนนี้ฉันอยู่ที่มหา’ลัย และฉันมีเรื่องอยากให้เธอช่วยหน่อย” ฉันรีบบอก เพราะฉันมีเวลาไม่มากนัก
“แหม หายหน้าไปเป็นเดือน จู่ ๆ ก็โผล่มาให้ช่วยเลยนะ ว่าแต่เธอมาทำอะไรที่มหา’ลัย ?”
“มาหาคน...เธอรู้จักผู้ชายที่ชื่อปาร์คจุนซามั้ย ที่เล่นกีตาร์เก่ง ๆ ร้องเพลงเพราะ ๆ น่ะ ?”
แทนที่แชวอนจะตอบคำถามฉันเธอกลับถามกลับด้วยเสียงดังสนั่น
“เธอไปรู้จักเขาได้ยังไง !”
“ยัยบ้า ! หูฉันเกือบหนวกเชียวนะ !”
“ช่างหูเธอก่อนเถอะน่า สิ่งสำคัญมันก็มีแค่หน้าตากับเสียงเธอเท่านั้นแหละ...เรื่องอื่นช่างก่อน บอกมาก่อนว่าเธอไปรู้จักเขาได้ยังไง และทำไมต้องการหาตัวเขา ?”
ยัยเพื่อนบ้า นี่ตกลงเธอชมหรือด่ากันแน่ย่ะ แต่เดี๋ยวค่อยเอาคืนทีหลัง ตอนนี้ฉันมีอย่างอื่นสำคัญกว่า
“เธอรู้จักเขาสินะ ?”
“โอ้ ไม่มีใครในมหา’ลัยนี้ไม่รู้จักเขาหรอกนะ มีน้อยมาก ๆ เลยคนที่ไม่รู้จักเขา ต้องเป็นพวกอยู่หลังเขา หรือไม่ก็ตาถั่ว หรือไม่...”
“พอเลย ๆ หยุดพูดมากน่า” ฉันพูดตัดบทแชวอนทันที ก็ขืนปล่อยให้เธอพูดต่ออีกล่ะก็ ฉันคงได้กรี๊ดใส่เพื่อนซี้คนนี้แน่ หน็อย คิดจะหลอกด่ากันซะงั้นเลยนะ “...ฉันมีเวลาไม่มากนะ และฉันต้องการพบเขา”
“มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นใช่มั้ย ?”
“เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟังวันหลัง ถ้าเธอจะรีบบอกว่าฉันจะพบนายปาร์คจุนซานี่ได้ที่ไหน ?”
“เธอติดหนี้ฉันนะชินฮานา และเธอต้องสาบานว่าจะเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังอย่างละเอียด !” หลังจากขอคำสัญญาอีกสามตลบ ในที่สุดแชวอนก็บอกว่าฉันจะสามารถพบเป้าหมายสำคัญของฉันได้ที่ไหน
...โต๊ะนั่งพักผ่อนในสวนหย่อมเล็ก ๆ ข้างโรงยิมของมหา’ลัย
ฉันเดินไปตามทางที่แชวอนบอก ฉันเดินเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะว่าฉันมีเวลาไม่นานนัก ตลอดทางเดินตั้งแต่หน้ามหา’ลัยทุกสายตาดูเหมือนจะเพ่งเล็งมาที่ฉัน แต่ฉันไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะฉันถูกมองแบบนี้จนชินแล้ว
หลังจากเดินจนขาแทบขวิด ในที่สุดฉันก็เดินมาถึงโรงยิมซึ่งอยู่เกือบจะด้านหลังสุดของมหา’ลัย ฉันกวาดตามองไปรอบ ๆ และฉันก็เห็น สวนหย่อมเล็ก ๆ ที่มีโต๊ะนั่งพักผ่อนอยู่
บริเวณนั้นมีผู้ชายอยู่สองคน คนแรกกำลังหมุนลูกบาสฯ เล่นอย่างเมามัน ขณะที่อีกคนนั่งอยู่ที่โต๊ะ กำลังเล่นกีตาร์อย่างตั้งใจ...
เจอแล้ว !! ฉันร้องตะโกนอยู่ในใจ สายตาไม่ได้พลาดไปจากเป้าหมายเลย ขณะรีบสาวเท้าตรงเข้าไปหา เขา
ขนาดฉันอยู่ห่างตั้งเกือบสามร้อยเมตร ฉันยังแทบละสายตาไปจากท่าเล่นกีตาร์ของเขาได้เลย และพอยิ่งเดินเข้าไปใกล้ ฉันก็รู้สึกว่าท่าทางของเขาช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน มีเสน่ห์ดึงดูดสายตาสุด ๆ อย่างที่ฉันไม่เคยพบเห็นนักดนตรีคนไหนเป็น
เมื่อเหลืออีกเพียงไม่ถึงสิบก้าวก่อนที่ฉันจะถึงตัวพวกเขา ผู้ชายที่หมุนลูกบาสฯ ก็หันมามองฉันทันที แต่ฉันไม่สนใจเขา ไม่ใช่ว่าเขาไม่เท่นะ เขาเท่มาก เขาให้ความรู้สึกเหมือนพวกพระเอกในละครบู๊บ้าเลือดเลยล่ะ
“นายคือปาร์คจุนซาใช่มั้ย ?” ฉันพูดขึ้นเมื่อหยุดอยู่ตรงหน้าเป้าหมายที่ตามหา
เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ และฉันบอกไม่ได้จริง ๆ ว่าทำไมหัวใจถึงเต้นแรงเพียงแค่เราสบตากัน ฉันไม่เคยรู้สึกเก้อเขินแบบนี้มาก่อนเลย แต่ดวงตาเรียว ๆ ของเขามันทำให้ฉันรู้สึกประหม่าจริง ๆ นะ
“เธอมีธุระอะไร ?” น้ำเสียงทุ้ม โทนเสียงในระดับต่ำนิด ๆ เอ่ยตอบ
อืมมม ขนาดพูดเสียงยังชวนเคลิ้มซะขนาดนี้ ถ้าให้ผู้ชายคนนี้ร้องเพลงล่ะก็...ผู้หญิงได้กลายเป็นทาสเขาแน่
ฉันส่งยิ้มหวานให้เขาและบอกความต้องการของตัวเอง
“ฉันต้องการให้นายมาเล่นกีตาร์ให้ฉัน”
“ขอปฏิเสธ” ปาร์คจุนซาสวนกลับทันทีที่ฉันพูดจบ
ฉันอ้าปากค้างแทบพูดอะไรไม่ออก...หมอนี่คิดตามที่ฉันพูดบ้างหรือเปล่า
“ฉันอยากให้นายมาเล่นกีตาร์ให้ฉัน” ฉันพูดอีก
“ฉันไม่ชอบพูดอะไรซ้ำซาก” คำตอบของเขาก็ทำให้ฉันอึ้งค้างไปอีกรอบ
อดทนเข้าไว้ชินฮานา เป้าหมายของเธอคือการสร้างผลงานที่ทำให้คนเกาหลีตะลึง อดทนเข้าไว้ อดทนไว้
“การที่นายจะปฏิเสธ นายควรรู้ก่อนว่าฉันเป็นใคร...”
“ฉันไม่สนว่าเธอจะเป็นใคร แต่ฉันจะยังคงตอบแบบเดิม ฉันขอปฏิเสธ”
ให้ตายสิ ! คนบ้าอะไรจะเยือกเย็นไร้มารยาทขนาดนี้ !!
ฉันสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่เพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ก่อนจะพูดต่ออย่างพยายามใจเย็น
“...ฉันชินฮานา ศิลปินหญิงอันดับหนึ่งของเกาหลีในเวลานี้ และฉันต้องการให้มานายเล่นกีตาร์ให้ฉัน ในซิ้งเกิ้ลใหม่ของฉัน”
และตอนนี้สายตาที่นายปาร์คจุนซามองส่งมาที่ฉัน มันเหมือนเขากำลังมองเด็กปัญญาอ่อนที่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง
“ถ้าหมดเรื่องที่จะพูดแล้วก็กลับไปซะ”
“นายไม่คิดจะใช้เวลาคิดหน่อยหรือไง ?” ฉันยังไม่ยอมแพ้หรอกน่า
นายจุนซาไม่ตอบ และเขาทำให้ฉันแทบร้องกรี๊ด เพราะเขาก้มหน้าเล่นกีตาร์ของเขาต่อโดยไม่คิดจะสนใจฉันเลยสักนิด !
“นี่ !” ฉันเรียกพยายามทำเสียงให้เป็นปกติแทนที่จะเป็นเสียงกรี๊ด แต่ปาร์คจุนซาก็ยังคงเล่นกีตาร์ต่อไป
หน็อยยย อีตาบ้า อีตาคนเย็นชา !!!
“บอกเหตุผลมาห้าข้อสิ…” ฉันพูดอีก คราวนี้เขายอมเงยหน้ามองฉัน คิ้วเขาเลิกขึ้นนิด ๆ แสดงอาการไม่พอใจและรำคาญ “...บอกเหตุผลที่นายปฏิเสธฉันมาห้าข้อ ฉันอยากรู้ว่าเพราะอะไรนายถึงปฏิเสธฉันโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่นาทีเดียวแบบนี้”
“ข้อแรก...”
“เดี๋ยว !” ฉันร้องขัดขึ้นอย่างตกใจ
ผู้ชายคนนี้บ้าไปแล้วหรือไงนะ เหตุผลตั้งห้าข้อ เขาไม่คิดจะหยุดคิดสักนิดหรือไง !!
“ถ้าไม่เต็มใจที่จะฟัง ทีหลังก็อย่าถาม” เสียงเย็นชาดังขึ้น และมันก็ทำให้ฉันต้องกัดฟันเลยทีเดียว
“ฉันแค่จะบอกว่านายต้องพูดทั้งห้าข้อนั้นภายในหนึ่งนาที !” ถ้านายทำได้ ฉันจะให้นายเป็นพระเจ้า !!
“ข้อแรกฉันไม่สนใจข้อเสนอของเธอ”
ข้อเสนอของฉันไม่ดีตรงไหน ถ้าเป็นคนอื่นคงจะรีบกระโจนคว้าแทบไม่ทันเชียวนะ !!
“ข้อสองฉันไม่ชอบเล่นกีตาร์เพื่อคนอื่นที่ฉันไม่รู้จัก”
แล้วนายจะเล่นกีตาร์ให้ผีฟังหรือไง !!
“ข้อสามฉันไม่ชอบอยู่ในที่คนเยอะ ๆ”
แล้วที่นายไปเล่นในผับนั่นล่ะ คนน้อยมากงั้นสิ !!
“ข้อสี่ฉันไม่ชอบถูกใครบังคับ”
โอเค อันนี้นายคล้ายฉัน แต่ต่างตรงที่ฉันชอบที่จะบังคับคนอื่น !!
“...และข้อห้าฉันไม่ชอบเธอ !”
อะ...ไอ้เหตุผลข้อที่ห้านี่มันอะไรกันย่ะ !!!
“ฉันบอกเหตุผลของฉันไปแล้ว ห้าข้อภายในหนึ่งนาที ทีนี่ถึงเวลาที่เธอจะไปซะ”
ฉันอึ้งไปอีกรอบพูดอะไรไม่ออก เพราะทั้งหมดนั่นปาร์คจุนซาพูดออกมาภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีจริง ๆ ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเจอใครไร้มารยาทขนาดนี้มาก่อนเลย !!
“ดูเหมือนตรงนี้มีเรื่องอะไรน่าสนุกอยู่สินะ” ประโยคกวนประสาทนั้นทำให้ฉันต้องหันไปมองคนพูดทันที
ผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินยิ้มร่าเข้ามาใกล้พวกเรา ฉันต้องยอมรับว่าผู้ชายคนนี้หล่อมาก ๆ คิ้วเข้ม ตาคม ผิวขาวเนียนกว่าผู้หญิงบางคน และที่สำคัญผู้ชายคนนี้มีรอยยิ้มที่สามารถกระชากหัวใจผู้หญิงทุกคนที่เห็น
แต่ไม่ใช่ผู้หญิงที่ชื่อชินฮานาแน่นอน ก็ฉันเห็นยิ้มเพื่อการค้าแบบนี้มาจนชินตาแล้วนี่
“เหตุผลอะไรที่ทำให้นักร้องสาวชื่อดังอย่างชินฮานามาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเราได้นะ ?” เขาถามอีก สายตาเป็นประกายอย่างน่าหมั่นไส้
“ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย” ฉันตอบกลับ และทำให้คิ้วเข้มของเขาเลิกขึ้นนิด ๆ
แต่ใครจะสนใจล่ะ คนที่ฉันสนใจคือปาร์คจุนซาต่างหาก
“ฉันรับไม่ได้กับเหตุผลของนาย”
“นั่นมันเรื่องของเธอไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันบอกเหตุผลของฉันไปแล้ว ไม่ว่าเธอจะชอบหรือไม่ก็ตาม” ปาร์คจุนซายังตอบกลับด้วยความเยือกเย็น
ให้ตายสิ ! พระเจ้าสร้างผู้ชายคนนี้ด้วยอะไร น้ำแข็งขั้วโลกหรือไง !!
“แต่ฉันต้องการนาย !” ฉันประกาศก้อง และคราวนี้สามหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกัน
“คะ...คือฉันหมายถึงฉันต้องการให้นายเล่นกีตาร์ให้ฉัน !”
“ช่างเป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเองจริง ๆ เลยนะ” ผู้ชายผู้มีรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์พูดอีก ดวงตาเขาเป็นประกายด้วยความสนุสนาน ซึ่งมันมีแต่จะทำให้ฉันยิ่งหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น
“ถ้านายไม่ว่าอะไร ฉันอยากให้นายปิดปากของนายให้สนิท เพราะคนที่ฉันจะคุยด้วยคือปาร์คจุนซาไม่ใช่นาย !”
“ฉันชื่อฮันมีโซ” คนหน้าด้านยังคงหน้าด้านต่อไป
แล้วนายจะมาแนะนำตัวกับฉันทำไม ฉันไม่ได้อยากรู้จักนายเลยสักนิด !!
“ฉันบอกว่าฉันชื่อฮันมีโซ” เขาย้ำอีกเมื่อเห็นฉันเอาแต่จ้องมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ
แต่ใบหน้าเขาไม่ได้มีความโกรธเลยสักนิด มันเต็มไปด้วยความสนุกสนานขบขัน เหมือนเขากำลังเห็นฉันเป็นตัวตลก
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ !”
“เพราะพ่อของฉันเป็นเจ้าของ JM เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และตอนนี้พี่ชายของฉันก็กำลังนั่งเก้าอี้ตำแหน่งผู้บริหาร JM เอ็นเตอร์เทนเม้นท์”
“พ่อนายเป็นเจ้าของ JM แล้วยะ...” คำพูดของฉันหยุดลงแค่นั้น ดวงตาฉันค่อย ๆ เบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่คนที่บอกว่าพ่อเป็นเจ้าของ JM เอ็นเตอร์เทนเม้นท์กำลังยิ้มกว้างขึ้น ๆ อย่างพึงพอใจที่เห็นความตื่นตระหนกบนใบหน้าฉัน
“ฉันขอแนะนำตัวอีกครั้ง ฉันฮันมีโซ” เขาพูดอีก และเชื่อเถอะว่าถ้าเขาปล่อยหัวเราะก๊ากออกมาได้ เขาคงทำไปแล้ว
ฉันอ้าปากและหุบลงอีกครั้ง เพราะพูดอะไรไม่ออกจริงๆ
ก็จะให้พูดอะไรล่ะ ฉันเพิ่งแว้ดลั่นใส่ลูกชายผู้บริหารบริษัทต้นสังกัดของฉันไปเมื่อกี้นะ !!!
“อย่าทำหน้าตกใจแบบนั้น เพราะมันมีแต่จะทำให้ผู้ชายคนนี้ชอบใจมากขึ้นเท่านั้น” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น พร้อม ๆ กับการปรากฏตัวของเจ้าของเสียงที่มายืนเคียงข้างฮันมีโซ
“หมอนี่นิสัยเสียแบบนี้แหละ เขามีความสามารถพิเศษในการทำให้คนอื่นหน้าแตกน่ะ”
ฉันมองคนพูดด้วยสายตาตะลึงนิด ๆ เพราะผู้หญิงตรงหน้าฉันจัดว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากทีเดียว สวยกว่าดาราบางคนที่ฉันรู้จักซะอีก ทั้งรูปร่างหน้าตาเพอร์เฟคสุด ๆ และยิ่งเมื่อเธอมายืนเคียงข้างกับฮันมีโซแล้ว พวกเขายิ่งเหมือนคู่รักดาราตามหน้านิตยสารเลย
“จางซอนฮวาเธอไม่รู้หรือไง เวลาที่เธอเขินมันน่ารักมากจนฉันอดที่จะแกล้งไม่ได้” คุณชายฮัน (เปลี่ยนอย่างฉับไว) พูดพร้อมเชยคางผู้หญิงที่ชื่อจางซอนฮวาให้มองสบตาเขา ซึ่งเรียกสีแดงเข้มบนแก้มขาว ๆ ของเธอได้ดีนัก
“ฮันมีโซ ฉันต้องเตือนนายอีกกี่ครั้งว่าอย่าทำให้ฉันขนลุกด้วยคำพูดเลี่ยน ๆ ของนาย” เสียงเย็นชาดังขึ้น และฉันก็ขอตบมือให้คนพูดเลย เพราะฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง !!
จางซอนฮวาอาจจะเขินและดีใจ แต่ฉันไม่คิดแบบนั้นหรอกนะ เพราะคำพูดของคุณชายฮันมันทำให้ขนฉันลุกซู่ไปทั้งตัวเพราะความเลี่ยนและความหน้าด้านของเขา
“และฉันก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมนายถึงพูดซึ้ง ๆ ออกมาไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เพลงนายออกจะเพราะและกินใจซะขนาดนั้น” คุณชายฮันโต้ตอบทันที
“ใช่ เพลงของนายเพราะมาก และมันก็ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนที่นายกำลังบอกรัก” ฉันเผลอพูดออกไปอย่างลืมตัว และพอรู้สึกถึงสายตาสี่คู่ที่จ้องมองมา ฉันก็แทบอยากจะเอาหน้ามุดดินตรงนี้ซะให้ได้ “เอ่อ...ฉันหมายความว่า เพลงของนายมันทำให้คนรู้สึกตามจริง ๆ ก็เท่านั้น”
“ไม่ว่าเธอจะพูดยังไง ฉันก็จะขอปฏิเสธอยู่ดี” ปาร์คจุนซาพูดหลังจากเงียบอยู่นาน และพอฉันจะสวนกลับ เขาก็พูดขึ้นอีก “ต่อให้เธอคุกเข่าให้ฉันตรงนี้ ฉันก็จะยังคงปฏิเสธ”
คำพูดของเขามันทำให้ฉันอ้าปากค้าง (เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้) และความโกรธก็พุ่งขึ้นมาแบบเกินพิกัด
“ใครบอกว่าฉันจะคุกเข่าให้นาย !” ฉันแว้ดลั่นอย่างโมโห
ผู้ชายคนนี้คิดได้ยังไงว่าฉันจะคุกเข่าเพื่อให้เขามาเล่นกีตาร์ให้ฉัน คนอย่างชินฮานาไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ ๆ
“แสดงว่าเธอจะถอย ?” คุณชายฮันถามกลับ ซึ่งฉันได้แต่ตวัดสายตาไปมองเขาอย่างโกรธจัด
นี่ถ้าไม่ติดว่านายเป็นคุณชายฮันล่ะก็นะ ฉันจะบีบคอนายแน่
“ไม่มีวัน คนอย่างฉันไม่มีวันถอย อะไรที่ฉันต้องการฉันต้องได้ !!”
“ไม่มีอะไรที่เธอจะได้ดั่งใจเสมอไปหรอก” ปาร์คจุนซาโต้กลับทันที
ฉันหันไปจ้องมองเขาอย่างท้าทาย ไม่หลบสายตา...สายตาของเขาที่เย็นชาแทบไม่มีความรู้สึก
“เมื่อฉันตั้งใจแล้วว่าจะได้ตัวนายมาเล่นกีตาร์ให้ฉัน ฉันก็ต้องได้ นายรู้เอาไว้ได้เลยว่าชินฮานาคนนี้จะทำทุกวิถีทางให้นายยอมตกลง ฉันไม่เคยยอมแพ้ แต่ฉันจะไม่ยอมคุกเข่าให้นายเด็ดขาด”
ฉันไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือเปล่า ภายใต้สายตาเย็นชานั่น ฉันเห็นความท้าทายอยู่ในนั้นด้วย และฉันก็ชอบการท้าทายอย่างที่สุด !
“เตรียมรับมือได้เลย ปาร์คจุนซา !!”
ตอนที่ 2
ไม่มีคำว่าถอยในบทบัญญัติของชินฮานา !
ถึงจะเจ็บใจ และอยากบีบคอคน แต่ฉันก็ต้องพยายามปั้นหน้ายิ้มแย้ม และพูดคุยด้วยเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด เพราะตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในห้องออนแอร์รายการสดของคลื่นวิทยุซึ่งมีจำนวนคนฟังมากที่สุดในประเทศ
หลังจากประกาศท้าทายกับปาร์คจุนซาเรียบร้อย ฉันก็รีบมาที่สถานีวิทยุทันที ฉันเกือบจะมาไม่ทันการเปิดรายการ และเมื่อมาถึง ฉันก็พบคุณโอยืนหน้าหงิกอยู่ที่หน้าตึก จากสายตาของคุณโอ ฉันบอกได้เลยว่า จบรายการสดนี่เมื่อไหร่ ฉันได้โดนเทศนายาวแน่ ๆ
และก็เป็นอย่างที่ฉันคิด หลังจากกล่าวลาทุกคนและแจกลายเซ็นแก่แฟนคลับที่มาคอยพบที่หน้าตึกแล้ว คุณโอก็รีบดึงฉันเข้าไปในรถตู้ทันที
“เธอกำลังทำอะไร !”
“ก็ทำให้งานเพลงของฉันแปลกใหม่ขึ้น ฉันบอกคุณโอไปแล้วนี่คะ”
“แต่ฉันบอกเธอแล้วว่าเป็นเขาไม่ได้ ! และสิ่งที่ทำวันนี้เธอคิดถึงผลกระทบบ้างมั้ย หากมีคนเอาเรื่องไปบอกนักข่าวจะเกิดอะไรขึ้น เธอเองก็น่าจะรู้ว่าข่าวฆ่าเธอได้ เธอเป็นดารา เป็นศิลปิน จะทำอะไรก็ควรจะระวังตัวสิ” คุณโอพูดด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่ชอบใจนัก
“มันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนี่คะ ก็แค่ไปคุยกับเขาเท่านั้น”
“เธอแค่คุยแล้วข่าวจะลงแค่นั้นงั้นเหรอ ฮานาเธอไม่เคยดื้อแบบนี้มาก่อนเลยนะ”
คำพูดของคุณโอทำเอาฉันรู้สึกผิด นี่เป็นครั้งแรกเลยล่ะมั้งที่ฉันกับคุณโอเถียงกันแบบนี้
“เธอหานักกีตาร์คนอื่นได้มั้ย ทำไมต้องเขา…ถ้าเธออยากได้คนเล่นกีตาร์ ฉันจะให้ทางบริษัทหาคนในสังกัดว่าใครพอจะมีความสามารถด้านนี้บ้าง”
หากเป็นก่อนหน้านี้สักสองสามชั่วโมง บางทีฉันอาจจะฟังคำขอร้องของคุณโอ แต่ตอนนี้มันสายไปแล้ว ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องได้ปาร์คจุนซามาเล่นกีตาร์ให้ฉัน !!
“ฉันไม่ต้องการใครนอกจากปาร์คจุนซา”
“ชินฮานา !”
“ต้องเป็นเขาเท่านั้น” ฉันย้ำอีกครั้ง เน้นเสียงจริงจังชัดเจน
คุณโอทำหน้าคิดหนัก และหลังจากเงียบไปสักพักคุณโอก็ถอนหายใจยาว ก่อนจะพูดขึ้น “เขาตกลงหรือเปล่า ?”
“ไม่ค่ะ” ฉันตอบ และเมื่อคุณโอทำท่าจะพูด ฉันจึงต้องรีบตัดบทขึ้นก่อน “แต่ฉันจะทำให้เขายอมตกลงให้ได้”
คุณโอมองหน้าฉัน แล้วก็ถอยหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “หนึ่งเดือนเท่านั้นฮานา ฉันจะให้เวลาเธอหนึ่งเดือนในการทำให้เขายอมตกลง ถ้าภายในหนึ่งเดือนเธอไม่สามารถทำให้เขาตกลงได้ เธอจะต้องล้มเลิกความคิดนั้นทั้งหมด รวมทั้งงานโปรเจกต์นี้ของเธอด้วย” คุณโอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง น้ำเสียงที่บอกว่าเขาจะทำจริง ๆ อย่างที่พูด
สิ่งที่คุณโอพูดทำให้ฉันต้องเครียด ยกเลิกโปรเจกต์เลยงั้นเหรอ ทั้ง ๆ ที่คิดว่ามันน่าจะเป็นงานที่แปลกใหม่ เป็นงานที่ฉีกแนวแล้ว จะให้ยกเลิกงั้นเหรอ
ในขณะที่ฉันกำลังคิดหนักกับผลได้เสียกับการรับปากคุณโอ ภาพใบหน้าเย็นชา คำพูดปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยของปาร์คจุนซาปรากฏขึ้นในหัว และมันก็ทำให้ฉันได้คำตอบในทันที
“ตกลงค่ะ ฉันรับข้อเสนอ !”
หลังจากยอมตกลงรับข้อเสนอเรื่องการจำกัดเวลาของคุณโอ คุณโอก็จัดการเคลียร์ตารางงานให้ฉันหนึ่งเดือน ถึงมันจะไม่ถึงกับว่างตลอดทั้งเดือน แต่อย่างน้อย ฉันก็จะมีเวลามากกว่าสามวันในหนึ่งสัปดาห์ที่จะไปทำตามความต้องการของฉัน
ในเมื่อมีเวลาไม่มาก ฉันก็ต้องรีบลงมือให้เร็วที่สุด ฉันจึงรีบจัดการโทรศัพท์หาเพื่อนซี้ของฉันทันที และตอนนี้ฉันก็กำลังรอแชวอนอยู่ที่ร้านประจำที่พวกเรามักนัดพบกันเสมอ
“เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าเมื่อเช้ามันเรื่องอะไรกัน ?” แชวอนร้องถามทั้ง ๆ ที่เธอยังไม่ได้หย่อนก้นลงนั่งด้วยซ้ำ “บอกมาว่าเมื่อเช้าเธอไปตามหาตัวปาร์คจุนซาทำไม ?”
“ก่อนจะเล่า ฉันอยากถามเธอหน่อย เธอรู้จักปาร์คจุนซามากแค่ไหน ?”
“รู้เท่าที่ผู้หญิงคนอื่นรู้นั่นแหละ...ปาร์คจุนซา ทายาทเจ้าของสถานีโทรทัศน์ หนึ่งในหกหนุ่มฮอตที่น่าจับตาที่สุด เขาเป็นคนค่อนข้างเย็นชา ไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่นัก เขาอาจจะดูไม่โดดเด่นเท่าอีกห้าคนที่เหลือ แต่เวลาที่เขาจับกีตาร์หรือร้องเพลง เขามีเสน่ห์เกินห้ามใจเชียวแหละและปาร์คจุนซายิ่งน่าจับตามองที่สุดเมื่อเขาเป็นหนึ่งในสามที่หัวใจยังว่าง” แชวอนพูดรัวเร็วจนฉันแทบฟังไม่ทัน
สิ่งที่แชวอนบอกไม่ผิดจากที่ฉันพบเจอกับตัวเลยสักนิด แต่ถ้าจะเสริมอีกนิดล่ะก็ ปาร์คจุนซาคือผู้ชายเย็นชา ไร้อารมณ์ และไร้มารยาทเป็นที่สุด !!
“แล้วเธอจะบอกฉันได้หรือยังว่าทำไมเธอถึงถามถึงหนุ่มฮอตคนนี้ ?” แชวอนถามพร้อมสายตาที่เป็นประกายอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ฉันต้องการให้เขามาเล่นกีตาร์ให้ฉัน” ฉันบอกตามตรงและมันก็ทำให้แชวอนถึงกับเบิกตากว้าง ราวกับมันเป็นเรื่องมหัศจรรย์
“ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก” แชวอนพูดขึ้นหลังจากหายตกใจ
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ?”
“เขาไม่เล่นกีตาร์ต่อหน้าคนอื่น”
“แต่ฉันเห็นเขาเล่นกีตาร์ในผับ” ฉันแย้งอีก
“อ๋อ...แน่ล่ะ เธอต้องรู้จักเขาเพราะคลิปวีดิโอนั่นแน่ ๆ ที่เขาเล่นในวันนั้นน่ะ เขาเล่นเพื่อยูโฮยอน”
“คนรักของเขาเหรอ ?”
“ไม่ใช่...เฮ้อออ ให้ตายสิชินฮานา เธอควรจะหาเวลาอยู่ที่มหา’ลัยมากกว่านี้หน่อยนะ ก่อนอื่นฉันต้องบอกเธอก่อนเกี่ยวกับกลุ่มเพื่อน ๆ ของปาร์คจุนซา พวกเขามีกันทั้งหมดหกคน และสามในหกมีคนรักแล้ว ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมาก ๆ คนแรกคือลีชิน เขาเป็นทายาทเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง หนุ่มหล่ออัจฉริยะไอคิวสูง คนที่สองยูนมยองมุน ลูกชายบริษัทรักษาความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโซล คนที่สามฮันมีโซ คนนี้เธอคงรู้จักดี เพราะเขาเป็นทายาทอันดับสองของ JM เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ บริษัทมีเดียยักษ์ใหญ่ คนที่สี่คือชเวแทซอง ลูกชายเจ้าของธุรกิจส่งออกที่ติดอันดับต้น ๆ ของเกาหลี คนที่ห้า มุนวอลกี ทายาทเจ้าของโรงแรมที่ใหญ่ติดหนึ่งในห้าของโซล และคนที่เธอถามถึง ปาร์คจุนซา ทายาทเจ้าของสถานีโทรทัศน์ชื่อดัง”
โอ้ พวกเขาจับกลุ่มกันได้สุดยอดจริง ๆ แค่ตำแหน่งทายาทคนสำคัญของตระกูลก็ทำให้ผู้หญิงอยากจะวิ่งไปเกาะแข้งเกาะขาแล้ว แต่ดูจากสามในหกที่ฉันเจอ ฉันก็เดาได้เลยว่าพวกเขาหน้าตาดีทุกคน ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่พวกเขาเป็นที่ฮือฮาของผู้หญิงทั่วทั้งมหา’ลัยแบบนี้
แต่คนอื่นจะเป็นใครฉันไม่สน เพราะฉันสนแค่คนเดียวเท่านั้น
“แล้วยังไงล่ะ อีกห้าคนจะเป็นใครก็ช่าง ฉันต้องการข้อมูลของปาร์คจุนซาคนเดียว”
แชวอนทำหน้ามุ่ยทันที “ฉันรู้ว่าเธอเจอคนหล่อมาเยอะ แต่เชื่อเถอะว่า ถ้าเธอเจอพวกเขาทั้งหกคนล่ะก็ เธอต้องไม่พูดแบบนั้นแน่”
“ฉันยอมรับว่าพวกเขาหน้าตาดี แต่ฉันไม่เห็นว่ามันจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ตรงไหน”
“ฉันกำลังจะบอกอยู่นี่ไง...ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่พวกเขาทั้งหกคนปกป้องผู้หญิงคนเดียวกันนั่นก็คือผู้หญิงที่ชื่อยูโฮยอนซึ่งเป็นคนรักของลีชิน ฉันเคยถามพวกที่จบมาจากโรงเรียนเดียวกับพวกเขา พวกเขาก็บอกแค่ว่า ถ้าไม่อยากถูกพวกเขาเกลียดก็อย่าแตะต้องผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด และที่ปาร์คจุนซาเล่นกีตาร์ในผับวันนั้น ก็เพราะว่าเขาร้องเพื่อผู้หญิงคนนี้ พวกเขาไปฉลองที่สอบเข้ามหา’ลัยได้ยกกลุ่ม ฉันยังเสียดายไม่หายที่วันนั้นไม่สบายจนลุกไม่ขึ้น ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ฉันต้องเข้าไปเป็นหนึ่งคนที่อยู่ในผับนั้นแน่ ๆ แค่ได้หายใจในที่เดียวกับพวกเขาก็ยังดี”
ฉันไม่สนท่าทางเพ้อฝันของแชวอน แต่ฉันสนสิ่งที่แชวอนบอกมากกว่า ถ้าผู้หญิงที่ชื่อยูโฮยอนสำคัญกับเขามากขนาดนั้น งั้น...บางทีผู้หญิงคนนี้อาจจะช่วยฉันได้
“เธอกำลังวางแผนบางอย่างใช่มั้ยฮานา ?” แชวอนถามอย่างรู้ทัน
“ใช่ ฉันมีเวลาแค่หนึ่งเดือนในการทำให้ผู้ชายคนนั้นยอมตกลงเล่นกีตาร์ให้ฉัน ถ้าภายในหนึ่งเดือนฉันทำไม่ได้ ฉันต้องยกเลิกงานโปรเจกต์นี้ทันที” ฉันยอมรับตามตรง
“อย่าหาว่าฉันไม่ให้กำลังใจเลยนะ แต่ฉันว่าเธอเลิกล้มความพยายามแล้วเอาเวลาไปหาคนอื่นไม่ดีกว่าเหรอ” จากน้ำเสียงและสีหน้าของแชวอน ฉันบอกได้เลยว่าเธอจริงใจมาก ๆ ในสิ่งที่เธอพูดออกมา
“เธอก็รู้จักฉันดีนะแชวอน ฉันไม่เคยถอยในสิ่งที่ฉันต้องการจะได้”
“ฉันรู้ ความพยายามของเธอทำให้เธอประสบความสำเร็จทุกอย่างและอย่างดีเยี่ยมด้วย แต่สำหรับผู้ชายคนนี้ไม่มีทางเลยที่เขาจะยอมตกลง”
“แต่ฉันจะทำให้เขายอมตกลงให้ได้ ไม่ว่ายังไงคนที่จะมาเล่นกีตาร์ในเพลงใหม่ของฉันต้องเป็นเขาเท่านั้น !”
แชวอนทำสีหน้าลำบากใจ ฉันรู้ว่าแชวอนเป็นห่วงฉัน แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้
“เฮ้อออ ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้วฉันก็คงห้ามอะไรไม่ได้ ยังไงก็พยายามเข้าละกัน ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้นะ”
“ขอบใจเธอมากนะแชวอน”
ฉันรู้สึกขอบคุณพระเจ้าจริง ๆ ที่ประทานเพื่อนแสนดีคนนี้มาให้ฉัน ฉันคิดแบบนั้นจริง ๆ ก่อนที่แชวอนจะทำให้ฉันแทบถอนคำพูดไม่ทัน
“ชอบเพลงของเขาได้ แต่อย่าไปเผลอใจชอบเจ้าของเพลงเข้าซะล่ะ”
“ไม่มีทางหรอกย่ะ ! ที่ฉันสนน่ะแค่เพลงของเขาเท่านั้นแหละ !!!”
“ก็ให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะ !” แชวอนว่ากลับ และดูเหมือนเธอจะสนุกสนานมากที่ได้แหย่ฉัน ถึงแม้จะรู้ว่ามันเป็นแค่การแหย่เล่น แต่สิ่งที่แชวอนพูดมันก็ทำเอาฉันฉุนจริง ๆ นะ
...ผู้ชายบ้า ๆ ที่เย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง นิ่งยิ่งกว่าก้อนหินแบบนั้น ผู้หญิงสติดีที่ไหนจะไปหลงรักคนเย็นชาไร้อารมณ์แบบนั้นได้ ใครที่ไหนอยากจะเป็นผู้โชคร้ายคนนั้นล่ะ
เมื่อได้ข้อมูลเกี่ยวกับปาร์คจุนซาพอสมควรแล้ว ฉันก็ต้องรีบลงมือตามแผนทันที จากที่แชวอนเล่าให้ฟัง พวกเขาหกคนให้ความสำคัญกับผู้หญิงที่ชื่อยูโฮยอนมาก และไม่ว่าเธอจะพูดอะไร พวกเขาจะรับฟังเสมอ ซึ่งนั้นแหละคือสิ่งที่ฉันจะใช้มัน
ตอนนี้ฉันกำลังดักรอยูโฮยอนอยู่ที่หน้าตึกคณะบริหารธุรกิจ...ฉันก้มลงมองรูปในมืออีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ เรื่องรูปในมือฉัน แน่นอนว่าฉันจะขอบใจใครไม่ได้เลยนอกจากแชวอน เพราะเธอเป็นคนอัดมาให้ฉัน พร้อมทั้งรูปคนอื่น ๆ ในกลุ่มด้วย และมันก็ทำให้ฉันเข้าใจว่าทำไมกลุ่มของพวกเขาจึงเป็นกลุ่มที่โดดเด่นและน่าดึงดูดสายตามากที่สุดในมหา’ลัย ก็ผู้ชายทั้งหกคนไม่เพียงแต่หน้าตาดีเท่านั้น แต่ละคนเป็นถึงทายาทคนสำคัญของตระกูล ทั้งหกมีความสามารถโดดเด่นกันคนละอย่าง เรียกว่าไม่มีใครข่มใครได้เลย หนุ่มหล่อ พ่อรวย มากล้นความสามารถ ผู้หญิงที่ไหนบ้างไม่อยากได้เป็นคนรัก
ขณะที่ฉันกำลังคิดอยู่นั้นเอง เสียงร้องลั่นของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น ทำให้ฉันต้องหันไปมองทางหน้าตึกคณะบริหารธุรกิจ
ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังพยายามเก็บกระดาษที่ปลิวไปกับสายลม แต่กระดาษเจ้ากรรมมันมีมากเกินไป มันจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะเก็บทั้งหมดให้ทัน และกระดาษส่วนหนึ่งก็ปลิวมาตกตรงหน้าฉัน
เพราะเห็นว่าถ้าฉันไม่ช่วยผู้หญิงซุ่มซ่ามคนนี้ เธอคงไม่มีวันเก็บกระดาษของเธอได้ครบแน่ ๆ ฉันจึงต้องเข้าไปช่วยเก็บ
“ขอบคุณค่ะ” เธอร้องบอกขณะที่รับกระดาษไปจากมือฉัน
“ไม่เป็น...” คำพูดของฉันหยุดอยู่แค่นั้นเมื่อเห็นใบหน้าของผู้หญิงซุ่มซ่ามที่ทำกระดาษปลิวว่อน
ฉันได้แต่มองผู้หญิงตรงหน้าอย่างอึ้ง ๆ เพราะเธอคือยูโฮยอนนั่นเอง ในรูปผู้หญิงคนนี้ดูจืดสนิทเมื่อเทียบกับผู้หญิงอีกสองคนที่เหลือ แต่พอมาเห็นกับตา ฉันบอกได้เลยว่าผู้หญิงตรงหน้าฉันน่ารักมาก เธอเหมือนตุ๊กตาเลย ตากลมโตสีน้ำตาลอ่อน ผมยาวตรงสวย ผิวขาวราวกับหิมะ ส่วนสูงที่ไม่มากนัก...คงประมาณไม่เกินร้อยหกสิบเซนติเมตรบวกกับใบหน้าที่เหมือนเด็กอายุสิบห้า ทำให้เชื่อได้ยากมาก ๆ ว่าผู้หญิงตรงหน้าฉันเรียนในระดับมหาวิทยาลัย
โชคดีอะไรอย่างนี้เนี่ย !! (ถามคนแต่งสิ)
“หน้าฉันมีอะไรติดเหรอ ?” เธอถาม ทำท่าเอียงคอนิด ๆ อย่างน่ารัก
“เปล่า ฉันแค่คิดว่าเธอน่ารักดี” ฉันบอกตามตรง
ยูโฮยอนยิ้มกว้างให้ฉัน “ไม่หรอก ฉันน่ะไม่น่ารักสักนิด เธอสิน่ารักกว่าฉันตั้งเยอะ”
อันนั้นมันแน่อยู่แล้วแหละ
“ขอบใจมากที่ช่วยฉันเก็บชีทเรียน ถ้าไม่ได้เธอ ฉันคงทำหายสักแผ่นสองแผ่นแน่ ๆ” เธอพูดขณะที่ก้มหน้าก้มตานับชีทในอ้อมแขน ทั้ง ๆ ที่ในมือก็มีกระเป๋าใบใหญ่ที่ท่าทางหนักน่าดู
“กระเป๋านี้ดูไม่เหมาะกับเธอนะ” ฉันบอกอีก เพราะกระเป๋าที่เธอถือมันยาวเกือบจะลากพื้นเลยทีเดียว
“อืม ชินก็บอกแบบนั้น ปกติเขาจะเอามันไปถือให้ตลอดแหละ แต่วันนี้เขาต้องไปพบอาจารย์ฉันเลยต้องถือเอง”
ถึงอายุเธอจะอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย แต่นิสัยเธอออกจะคล้ายเด็กประถมซะมากกว่า
“ฉันต้องไปโรงยิมด้านหลังมหา’ลัย เธอพอจะรู้มั้ยว่าฉันต้องไปทางไหน ?” ฉันเริ่มอ่อยเหยื่อทันที
“รู้สิ ! ฉันกำลังจะไปทางนั้นพอดี เราไปพร้อมกันก็ได้” เธอบอกและส่งยิ้มให้ฉันอีก
ท่าทางยิ้มง่ายของยูโฮยอนทำให้ฉันรู้สึกผิดนิด ๆ ที่หลอกใช้เธอ แต่ฉันก็ไม่ได้หลอกเธอมากมายนี่นา ก็แค่...นิดหน่อยเอง
“ฉันช่วยถือของให้” ฉันอาสา รีบคว้ากระเป๋าใบใหญ่ของยูโฮยอนมาถือ และฉันก็อยากจะส่งคืนแทบจะทันที เพราะกระเป๋าใบนี้มันหนักมาก ๆ จนทำให้ฉันตัวเอียงไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว
ให้ตายเหอะ ยัยนี่แบกบ้านมาเรียนหรือไงนะ !!
“กระเป๋ามันหนัก ฉันถือเองดีกว่า” ยูโฮยอนร้องบอก
ฉันส่งยิ้มให้เธอก่อนจะพูด “ไม่เป็นไร ไม่หนักเท่าไหร่”
ถ้าขืนให้ยัยนี่ถือล่ะก็ บางทีเธออาจจะเหยียบกระเป๋าตัวเองหน้าคะมำก็ได้
แม้จะเพิ่งรู้จัก แต่ฉันบอกได้เลยว่ายูโฮยอนเป็นคนที่จริงใจมาก ๆ ออกจะซื่อเลยล่ะ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนน่าคบคนหนึ่งจริง ๆ
เราสองคนใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงสวนหย่อมเล็ก ๆ ใกล้โรงยิม ที่โต๊ะมีผู้ชายอยู่ห้าคนและผู้หญิงสองคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว สี่คนในกลุ่มนี้ฉันเคยเจอมาก่อนแล้วนั่นก็คือปาร์คจุนซา คุณชายฮันที่ข้างกายเขายังคงเป็นสาวสุดสวยคนเดิม และอีกคนฉันว่าเขาน่าจะเป็นชเวแทซอง ชายหนุ่มผู้บ้ากีฬาตามที่แชวอนบอก
“โทษทีที่มาสาย” ยูโฮยอนร้องขึ้นและทำให้สายตาทุกคู่หันมามองเราสองคน
สามคนที่ยังไม่เคยเจอฉันมองฉันอย่างไม่สนใจ ในขณะที่อีกสี่คนที่เหลือจ้องฉันตาแทบถลน โดยเฉพาะปาร์คจุนซา คิ้วหนา ๆ ของเขาขมวดเป็นปมอย่างชัดเจน ขณะที่ตาเรียวเล็กหรี่ลงนิด ๆ ท่าทางบ่งบอกถึงความไม่พอใจสุด ๆ ที่เห็นฉันมากับคนของเขา
“ฉันจะแนะนำให้รู้จักเพื่อนใหม่ของฉัน นี่คือชินฮานา ฮานาใจดีมากเลยที่เข้ามาช่วยฉันเก็บชีท ถ้าไม่ได้ฮานาล่ะก็ ฉันคงแย่แน่ ๆ”
โฮยอนบอกเพื่อน ๆ ของเธอ และเธอก็หยุดมองปาร์คจุนซาที่กำลังจ้องมองฉันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ “นี่ปาร์คจุนซา ทำไมต้องทำหน้าอยากฆ่าคนแบบนั้นด้วยล่ะ ?”
“ทำไมเธอมากับโฮยอน ?” ปาร์คจุนซาถามขึ้นทันที ขณะที่โฮยอนมองพวกเราสองคนสลับกัน
“นายรู้จักเธอเหรอ ?” โฮยอนถามขึ้น
“พวกเราเจอเธอเมื่อวาน เธอมาขอให้จุนซาเล่นกีตาร์ให้เธอ” คนตอบคือคุณชายฮัน ที่ตอนนี้กำลังยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์และน่าหมั่นไส้
“จริงเหรอ !!” โฮยอนร้องถามเสียงหลง และหันมามองฉัน
แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้ตอบ เสียงทุ้มเย็น ๆ ของปาร์คจุนซาก็ดังขึ้นซะก่อน
“และฉันปฏิเสธไปแล้ว”
“และฉันก็บอกว่าฉันไม่ยอมรับคำปฏิเสธของนาย !” ฉันสวนกลับทันที
“ยอมแพ้สักครั้งไม่ทำให้เธอขายหน้านักหรอก”
“เสียใจ แต่พจนานุกรมของฉันไม่มีคำว่ายอมแพ้”
เราสองคนจ้องตากันนิ่ง ถ้าเป็นการ์ตูนล่ะก็มันต้องมีกระแสไฟฟ้าแล่นในอากาศแน่ ๆ
“นี่ชินฮานา เธอรู้มั้ยว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเป็นใคร ?” เสียงทุ้มต่ำร้องถามขึ้น
ฉันหันไปมองคุณชายฮันที่ยังคงยืนยิ้มด้วยสายตาเจ้าเล่ห์กรุ่มกริ่มเหมือนมีแผนการบางอย่าง ถ้าไม่ติดว่าพ่อเขาเป็นเจ้าของ JM เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ถ้าพี่ชายเขาไม่ได้เป็นประธานบริษัท JM เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ล่ะก็...ฉันจะบีบคอหมอนี่ซะ !!!
“ปาร์คจุนซาคือทายาทเจ้าของสถานีโทรทัศน์ชื่อดังเชียวนะ” คุณชายฮันพูดต่ออีก
“แล้วยังไงล่ะ...ฉันไม่สนว่าเขาเป็นใคร จะเป็นทายาทหรือเป็นเจ้าชายประเทศไหนก็ช่าง ที่ฉันสนคือดนตรีของเขาเท่านั้น เพลงของเขา เสียงร้องของเขาเท่านั้นที่ฉันสน และเมื่อฉันตัดสินใจแล้วว่าคนที่จะมาเล่นกีตาร์ในเพลงใหม่ของฉันคือเขา ฉันก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้มันเป็นอย่างที่ฉันต้องการ !!!” พูดจบฉันก็ต้องพยายามหายใจให้ลึกที่สุดเพื่อทดแทนออกซิเจนที่สูญเสียไปจากการพูดรัวเร็วแบบไม่มีเบรก
แต่ถึงจะเหนื่อยยังไง สายตาฉันก็ไม่ละไปจากปาร์คจุนซาแม้แต่น้อย ฉันมองเขาอย่างท้าทายและพยายามแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ฉันตั้งใจจะทำ
ปาร์คจุนซาเองก็มองสบตาฉันอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน คิ้วเรียวของเขาขมวดนิด ๆ และฉันสาบานได้เลย แม้มันจะเป็นเวลาเพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม แต่ดวงตาของปาร์คจุนซาแสดงอารมณ์ท้าทายและชอบใจออกมา ก่อนที่มันจะกลับไปเป็นสายตาเย็นชาแบบเดิม ฉันถอนสายตาจากปาร์คจุนซาและหันไปมองโฮยอน
“โฮยอน ถ้ายังไงฉันไปก่อนนะ ถ้ามีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก”
“อ่ะ...ได้ ๆ” โฮยอนรับคำอย่างงง ๆ และเธอแอบเหลือบมองปาร์คจุนซาไปด้วย
ฉันไม่สนใจหรอกว่านายนั่นจะมองยังไง แต่ขณะที่ฉันกำลังจะก้าวออกเดินนั่นเองเสียงเรียกของปาร์คจุนซาก็ดังขึ้น
“เดี๋ยว !”
ฉันรีบหันกลับไปและส่งยิ้มหวานให้เขา “นายเปลี่ยนใจจะเล่นกีตาร์ให้ฉันแล้วใช่มั้ย ?”
ปาร์คจุนซาสุดหายใจเข้าลึกเหมือนจะกลั้นหัวเราะในขณะที่คนอื่น ๆ หัวเราะกันหน้าแดงก่ำไปหมดแล้ว
“...อย่าคิดว่าแผนการใช้โฮยอนเป็นสื่อกลางจะได้ผล”
------
ติดตามเรื่องราวต่อไปได้ในรูปแบบรูปเล่ม "Love Song จังหวะรัก ล็อกหัวใจหนุ่มมาดเซอร์" โดย Fayya ค่ะ
|
คอมเมนต์