11 เทคนิคปลูกฝัง Self-Esteem ให้ลูกรัก

11 เทคนิคปลูกฝัง Self-Esteem ให้ลูกรัก
ความภาคภูมิใจในตนเอง (Self-Esteem) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต เพราะเป็นรากฐานที่ทำให้เป็นคนแก้ปัญหาเป็น กล้าเผชิญหน้ากับอุปสรรค มีทัศนคติที่ดี นับถือตนเอง และใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังสามารถนำพาไปสู่ความสำเร็จในชีวิตได้

คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องค่อย ๆ สร้างความภาคภูมิใจในตนเองให้แก่ลูกรักตั้งแต่ขวบปีแรก เพื่อให้พวกเขานับถือและเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง จนเผื่อแผ่ไปถึงผู้อื่น

เจ้าตัวเล็กจะเกิด Self-Esteem ได้อย่างไร?

เด็ก ๆ จะซึมซับความรักและความภาคภูมิใจในตนเองผ่านสายตา คำพูด และอ้อมกอดของคนรอบข้าง โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเป็นโลกทั้งใบของพวกเขา รวมถึงคุณครู เพื่อน และความรู้สึกเมื่อทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ สำเร็จได้ด้วยตนเอง ซึ่งการสร้างความภาคภูมิใจเหล่านี้ให้แก่ลูกรักนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงคุณพ่อคุณแม่ใส่ใจและพร้อมเติบโตไปกับพวกเขาในทุก ๆ วัน

การซึมซับความภาคภูมิใจของเด็กผ่านการเอาใจใส่ของพ่อแม่

11 เทคนิคปลูกฝัง Self-Esteem ให้ลูกน้อย

1 เปิดใจรับฟัง เมื่อลูกคิดต่าง

เมื่อเด็ก ๆ เสนอความคิดเห็น หากพวกเขารู้ว่าผู้ใหญ่ยอมรับความคิดของตน ก็จะดีใจที่ได้รับการยอมรับ และกลายเป็นคนกล้าแสดงออก สุดท้ายพวกเขาจะสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องรอคอยหรือพึ่งพาความเห็นผู้อื่น

2 แสดงออกว่ายอมรับในตัวเขา

คุณพ่อคุณแม่ลองใช้คำพูดที่แสดงถึงความเข้าใจและยอมรับในทัศนคติและสิ่งที่ลูกเป็น เพื่อเป็นการแสดงการยอมรับในตัวเขา วิธีนี้จะทำให้เขาเห็นความสำคัญของตัวเอง มั่นใจ และกล้าแสดงออก แต่การยอมรับนี้จะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอดี ไม่ใช่การตามใจจนเสียระบบ

3 ชี้ให้เด็กเห็นความพิเศษในตัวเอง

ชื่นชมลูกรักในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าง “ลูกระบายสีรูปนี้สดใสจังเลย” ทำให้เด็กรู้สึกถึงความดีงามในตนเอง และรู้ตัวว่าอะไรทำได้ดี คำชื่นชมจากพ่อแม่ช่วยเป็นกำลังใจให้เจ้าตัวเล็กทำได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถชี้ให้ลูกเห็นการเติบโตของพวกเขาผ่านคำพูดได้ เช่น “วันก่อนยังทำไม่ได้เลย วันนี้ลูกทำได้แล้ว เก่งขึ้นทุกวันเลยนะ” เพื่อทำให้เขารู้ว่าเขามีดีในแบบของตนเอง แม้จะแตกต่างจากผู้อื่น ก็สมควรได้รับการยอมรับเช่นกัน

สนับสนุนความภาคภูมิใจในตัวเด็กผ่านกิจกรรมและการแสดงออก

4 ปล่อยให้เด็กทำตามวิธีของตัวเองมากที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหา การตัดสินใจเลือกสิ่งของ หรือทำสิ่งใด ๆ ลองปล่อยให้เขาได้ทำด้วยตัวเอง โดยที่คุณพ่อคุณแม่คอยมองดูอยู่ห่าง ๆ ด้วยความห่วงใย เมื่อลูกทำสำเร็จและได้รับการยอมรับจากคุณพ่อคุณแม่ก็จะเกิดความรู้สึกพิเศษ คือความภาคภูมิใจในตนเอง และเห็นคุณค่าในตนเอง

5 มอบโอกาสให้เด็กแสดงออกอย่างสร้างสรรค์

ลองหาวัสดุสิ่งของให้ลูกได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เช่น กระดาษ สี พู่กัน ดินน้ำมัน หรือลังกระดาษเก่า ๆ ที่สามารถนำมาแปลงร่างเป็นบ้านในจินตนาการได้ เพื่อให้เขาได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ หรือชวนให้ลูกเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟัง จะช่วยดึกศักยภาพในตัวลูกออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

6 ให้เวลาเด็กแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ในสิ่งที่สนใจ

ปล่อยให้เจ้าตัวเล็กใช้เวลากับสิ่งที่ชอบ โดยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่สร้างข้อจำกัดใด ๆ และไม่ขัดจังหวะระหว่างที่ลูกกำลังปลดปล่อยจินตนาการออกมา เพราะเด็กสามารถมองโลกนี้ได้อย่างสร้างสรรค์ อย่างท่อนไม้ ฝากระป๋อง แกนกระดาษ เด็ก ๆ ก็นำมาใช้ในการเรียนรู้และเสริมสร้างจินตนาการได้ นอกจากนี้ หนังสือและรายการทีวีที่เหมาะสมก็เป็นตัวกระตุ้นให้เด็กแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ได้เช่นเดียวกัน

ปล่อยให้เด็กเล่นและสร้างสรรค์อย่างเป็นอิสระ

7 ติเพื่อก่อ เลี่ยงคำพูดที่จะบาดลึกในใจ

คุณพ่อคุณแม่ควรท่องไว้เสมอว่า เมื่อลูกทำผิดพลาด ให้อธิบายหรือสั่งสอนที่การกระทำ ไม่ดุหรือว่าที่ตัวตนของลูก เพราะคำพูดที่รุนแรงสามารถกลายเป็นแผลในใจเขาไปตลอดชีวิต หากเจ้าตัวน้อยมีความสนใจอะไรเป็นพิเศษก็อย่าลืมแสดงออกว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังสนับสนุนและอยู่เคียงข้างเขา และหลีกเลี่ยงคำพูดล้อเลียน เพราะอาจทำให้เขาไม่กล้าแสดงออกและรู้สึกว่าตัวตนของตนไม่ได้รับการยอมรับ

8 สอนให้เด็กมีวินัย เคารพกฎกติกา ด้วยความอ่อนโยนและเหตุผล

แทนที่จะลงโทษเพราะลูกทำผิด ลองชวนเขาพูดคุยด้วยความเข้าใจว่าผิดอย่างไร เช่น การส่งเสียงดังในห้องนอนตนเองนั้นทำได้ แต่เมื่อมีแขกมาบ้าน ก็ชวนให้ช่วยกันลดเสียงลง และแนะนำให้ลูกรักทำงานหรือเล่นโดยไม่รบกวนผู้อื่น พร้อมทั้งเอ่ยชมเชยเมื่อเขาพยายามปรับตัวและนึกถึงคนรอบข้าง เป็นต้น

อบรมวินัยด้วยความอ่อนโยนและให้เหตุผลมากกว่าการทำโทษ

9 ชมเชยทุกครั้งที่ลูกทำดี

สำหรับเด็กบางคนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ดีพิเศษอะไร การรับคำชมเชยเมื่อทำสำเร็จหรือทำความดี จะทำให้เขาขัดเขินและกลัวคำนินทาจากคนอื่น พ่อแม่ควรหาจังหวะกระซิบชมเชยเป็นการส่วนตัวเบา ๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าความสำเร็จของลูกเป็นเรื่องน่าประทับใจ

10 ปลูกฝังการเป็นคนดีมีคุณธรรม

เด็กที่มีหัวใจโอบอ้อมอารี เมตตากรุณา ซื่อสัตย์ และเห็นอกเห็นใจผู้อื่นจะเห็นความดีงามในตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปแข่งกับใครในเรื่องอื่น เช่น การเรียน กีฬา หรือฐานะ พ่อแม่จึงควรชักชวนลูกสร้างคุณธรรมในใจ อย่างการแบ่งปัน และเมตตาต่อสัตว์ตัวน้อย ๆ เพื่อสร้างทั้งความอ่อนโยนและแข็งแกร่งในใจเขาไปพร้อมกัน

11 สอนลูกให้มองโลกแง่ดี

ลองชวนลูกสังเกตข้อดีของผู้อื่น แล้วพูดชมเชยแบบจริงใจพร้อมมอบรอยยิ้มให้แก่กัน พร้อมชวนลูกสำรวจจุดเด่นตนเองเพื่อสร้างความรักในตัวเขาเอง ลูก ๆ จะช่วยเหลือคนอื่นและเสียสละเพื่อส่วนรวมตามกำลัง โดยรับรู้ตลอดเวลาว่าเขาเป็นที่รักของทุกคนรอบข้างเสมอ

ชวนมองโลกในแง่ดี ชื่นชมผู้อื่นและเห็นคุณค่าในตนเอง

บทสรุป: ความภาคภูมิใจสร้างได้ในทุกๆ วัน

ความภาคภูมิใจในตนเองของลูกรักไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่คำชมเชยและความเข้าใจจากคุณพ่อคุณแม่ จะเปรียบเสมือนสายน้ำที่คอยรดต้นกล้าในใจเขาทุก ๆ วัน จนเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรงในวันข้างหน้านั่นเอง

สายสัมพันธ์ครอบครัวที่อบอุ่นเป็นแหล่งพลังจิตใจให้ลูกรัก